Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> บันทึก 30 หนาว กะเรื่องราวไดรี่ สีน้ำหนึ่ง ตอนที่2 ภูกระดึง มนเสนห์ติดตรึงไม่เสื่อมคลาย

เรื่อง :

บันทึก 30 หนาว

 กะเรื่องราวไดรี่ สีน้ำหนึ่ง ตอนที่2 ภูกระดึง

มนเสนห์ติดตรึงไม่เสื่อมคลาย

หวัดดีเพื่อนๆ นี่เป็นตอนที่ 2 แล้วนะ จำใจอ่านหน่อยนะค่ะ
เพราะว่าเพื่อนจะได้ทราบว่า มิตรภาพ มันมีอยู่รอบข้างเราเพียงแต่เราจะรับมันหรือไม่เท่านั้นเอง
ตอนนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการ เดินทางไป ท่องเที่ยวที่ภูกระดึง
9 กพ.2006 ที่ผ่านมาเราได้เดินทางไปภูกระดึงกับเพื่อนๆพี่ๆและรุ่นพ่อของเพื่อนก็ไปด้วย เพื่อนร่วมเดินทางในทริปนี้น่ารักมาก มีทุกวัย ทุกรุ่น รวม 8 ชีวิต ให้แลกเปรี่ยนประสพการณ์เลยว่าได้ ก่อนอื่นขอแนะนำเพื่อนร่วมเดินทางก่อน อันดับแรก นำทีมโดย นาย วอ หรือ ฉายาในแก้งแมงหงี่ เรียกว่า " เสธ วอ " อายุ 34, ขวบปีผู้กองหนึ่ง ( เราเอง)อายุ 29 ขวบปี,น้องยีนส์ อายุ 32 ขวบปีพี่งิ้ม อายุ 46 ขวบปี,น้องเข็ม 22 ขวบปี, น้องเอก 16 ขวบปี, พ่อน้องเข็ม,62 แม่น้องเข็ม, 52 ขวบปี,มองแล้วเป็นงัยบ้างค่ะ หลากหลายดีมะค่ะ เหม่นี่ถ้าทางเวปเค้ายอมให้ลงรุปนะ น้ำหนึ่งมีรูปเพียบเพราะเป็นคนชอบถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไว้ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาเข้าห้องน้ำค่ะ อิอิ
อะ เข้าเรื่องซะที
การเดินทางเริ่ม กันที่ เสธ วอ นัดเจอกะผู้กองหนึ่ง ที่ร้าน ที่เรานั้งดริ้งกันหลังเลิกงาน ผู้กองหนึ่งเดินทางไปถึงก่อนเวลานั้งรอ เสธ ในใจก็นั้งนึกว่าการเดินทางช่างยาวนาน เราน่าจะหาไรทำให้ การเดินทางไม่ติดขัด อยากจะหลับรวดเดียวว่างั้นเถอะ ก็เลยสั้งเจ้แดง บาร์เทนดี้ประจำร้านว่าเจ้ค้อกเทลสูตรใหนแรงที่สุดเอามา 1 ประจวบเหมาะกะว่าเป็นช่วง แฮปปี้ฮาร์ว เลยได้มา 2 แก้ว ท่านผู้ชมคับ เชื่อมะว่า แก้วเดียว ทำเอามึนเหมือนกันเดชะบุญ เสธ วอ มาทันเวลา
น้ำหนึ่ง เลยโยนให้เสธ วอ จัดการเลย เสธวอ บ่นอุบ "ไรว่ะ ตูจะกินเบียให้อร่อยซะหน่อย มาให้ตูกินไรเนี่ยะน้ำหวานเด็กรึ" "ผู้กองหนึ่งยิ้มเยาะในใจเด๋วมึงก็รู้ 55555 ทำหน้าเจ้าเล่ห์ นิดนึง ก่อนที่จะใช้มาร ยา หญิง เพียงเศษเสี้ยวของ 1เล่ม เกวียนหลอกล่อมันกินจนสำเร็จ " สักพัก เสธวอ เกิดอาการหูแดงแว้วววว 55555 เป็นงัยละน้ำหวานของแก ฮึ่ม ผู้กองยิ้มอย่างผู้ชนะ แล้วตบเบียอีกคนละไพร์
แล้วมุ่งหน้าสู่ หมอชิต 1ทุ่มดดยประมาณ เพื่อนๆรอพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วพร้อมเดินทางรถออกจากชานชลา เวลา 1ทุ่มครึ่ง ถึงร้านแม่กิม เวลา ตี 4.30 น ก็ล้างหน้าล้างตาเตรียมพร้อมสำหรับการเดิน เปิด 7 โมงเช้าระยะทาง 5 กิโลเมตร ทาง ลาดชันมาก
ผ่านซัมแรกมา เรียกซำแฮก แม่ง แฮก สมชื่อเลย ตลอดระยะทางมีเรื่องราวแปลกๆมาก อย่างเช่น โขดหินยื่นเข้ามาบริเวนทางเดินก็จะมีคนเอาไม้ไปค้ำ เศษไม้เล็กๆ ค้ำหินก้อนเบอเริ่มเลย ในใจผู้กองหนึ่งสงสัยแล้วและนึกถึงความ น่าจะเป็นว่าอาจจะเป็นความเชื่อไรสักอย่าง อาจจะคร้ายๆกะนิทานเรื่อง หนู กะราชร์สีนะ เหมือนกันตรงที่ว่าเศษไม้เล็ก ถ้าอันเดียวคงไม่ช่วยพยุงหินนี้ไว้ได้ น้ำหนึ่งเลยหาไม้อีก 1 แรง ไปช่วยพยุงหินก้อนโตไว้ เพื่อนๆก็หันมามองกัน ว่าเฮ้ย แก่ทำไรของแก ไร้สาระว่ะ น้ำหนึ่งตะโกนกลับ ไม่เชื่อก็ไม่ต้องมายุ่งเลย เสธ วอ หัวเราะกับคำตะโกนกลับของน้ำหนึ่งกันใหญ่ การเดินทางมาถึงที่หมาย คือศูนย์ วังกวาง เวลา บ่าย 2 โมง พอดีเป้ะเลยตางคนเมื่อยล้ากันมากเก็บสัมภาระกันร้อยเรียบ น้ำหนึ่งก็ควักเหล้าออกมาตั้งเรียง ไครเอาไรมามั้ง เสธ วอ เอาแบร็คมา1 ขวดลิตร 100 เปเปอร์ 1 ขวด สปายเรด 1 โหล เบียร์ 1 ถาด เปิดเวทีปราสัยกันตั้งแต่บ่าย 2 โดยเริ่มจาก 100 เปเปอร์ก่อน สนุกสนานกันมาก ช่วงนั้นโฆษณา แว่นตาทอ็ปเจริญ กะลัง ดัง ที่ มีกะเทยในห้องน้ำถามว่า กี่โมงแล้วค่ะ ผู้กองก็เอามุขนั้นมาใช้ โดยไครเดินผ่านไป ผ่านมาหรือ ไครมาอ่าน ไดรี่ฉบับนี้จะได้รุ้แล้วว่าเสียงกะเทยคนนั้นที่ภูกะดึง นะเสียง ผู้กองหนึ่งเอง ถ้าไครได้ดูเวลาไครเดินผ่าน บ้านพัก สุพรรณนิกาก็จะมีเสียงทักว่า กี่โมงแล้วฮ่ะ คนรับมุขก็จะตอบว่า ไม่มีนาฬิกา
น้ำหนึ่งสวนกลับไป ว่า อยากได้มั้ยฮ่ะ แล้วก็ ฮา กันยกใหญ่
กลุ่มแล้วกลุ่มเหล้าเวลาล่วงเลยมาถึง 2 ทุ่มเหล้าที่นำมาหมดเกี้ยง
เหลือแบร็คแค่ขวดเดียวกะเบียร์ 1 ถาด ไว้กินพรุ่งนี้ดีกว่าต่างคนตกลงกันเรียบร้อยแต่ยังติดลมบนอยู่เลยก็เลยออกไปซื้อเหล้ากันบนภูอาหารร้าน พี่ตำ อะหร่อยมากเลย (เค้าชื่อพี่ธรรมที่พิมนะให้ออกเสียงคนใต้นะ)ใจดีด้วยให้มะขามเปียกมาแก้มเหล้าด้วยใจดีมากเลย
ขอบอกเพื่อนๆนพค่ะว่าอาหารบนภูที่แพงนะอย่าไปต่อเค้าเลยเพราะการเดินทาง แสนจะลำบาก พวกเค้าก็มีรายได้แค่ช่วง 1 เท่านั้น ทุกคนเต็มใจจ่ายตามรายการที่ตั้งของภูซึ่งเป็นราคามาตรฐาน ค่ะและเราจะช่วยกระจายรายได้โดยการ ไปกัน 8 คนนั้งกินกัน ครบทุกร้านให้เค้าได้มีรายได้เท่ากันค่ะ เอาไปใช้ได้นะค่ะไม่ สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ
ว่ากันต่อนะ เสธ วอ และผู้กองหนึ่งก็นำทีมออกมาซื้อเหล้ากันทุกคนออกมาซื้อพร้อมกันหมดการเดินลัดสนามผ่านบริเวน สำหรับที่กางเต้น คุณพระช่วย? หนึ่งตกใจสุดฤทธิ์มีเงาตะคุมๆ เต้นโยกเยก
แล้วตะดกนออกมาอยากดัง ว่า ว้าย ผีตะลุง และก็วิ่งกลับที่พักโดย เสธวอ และน้องๆกรีดวิ่งกลับมาฮา กันขี้แตกขี้แตน
พอถึงที่พักก็ตั้งวงกันตอ 4 ทุ่มปุ้ป บนภูก็จะงดจ่ายไฟฟ้า เราก็อยู่ใต้เสงเทียนทันที การร้องรำทำเพลงก็เกิดขึ้นน้ำหนึ่งมีสูตรพิเศษ มามิกเหล้าให้พี่ๆกินคือ แสงโสม 1 แบน กระทิง 1 ขวด โค้ก 1 ขวด
มิกรวมกันแล้วใช้หลอด ดูด สุดยออด เย้ยยจะบอกให้
คืนนั้นสนุกสนานกันเต็มที เข้านอนกัน ตี 2 พอตี 4 ตืนเพื่อเดินไป ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานกแอ่น เมาแฮ้งกันมากแต่ก็ต้องตื่น ไม่อาบน้ำด้วย ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ปลุกทุกคนตื่นไปดู ไม่ลืมที่จะหยิบ เบียไปนั้งจิบด้วย 6 กระป๋อง 3 คน พอไปถึงลานหน้าผานกแอ่น คนเยอะมากอากาศกะลังดีทีเดียว กลิ่นกาแฟ หอมๆลอยมา แต่เหมือนเราเป็น ตัวประหลาดมากเพราะบริเวรนั้นมีแค่กล่มเราเท่านั้นที่นั้งซดเบียชนหมดป๋อง พระอาทิตดวงแรก สวยมาก เราได้เห็นก่อนคนทั้งประเทสเลยประทับใจมาก ถ่ายรูปกันเรียบร้อย ก็เดินกลับที่พักระยะทางประมาณ 1.5 ก ม กลับมาก็ 6 โมงเช้าพอดี ก็มานั้งจิบกาแฟปาท่องโก๋กัน แต่มาไม่ทันเกือยหมดซะก่อนพ่อเลยออกอุบายว่าโต๊ะข้างๆเหลือ 4 ตัวพ่ออยากกิน ก็หยิบเหรียนใส่มือมาให้ 5 บาทไปขอซื้อต่อข้างโต้ะคิดว่าผู้กองมะกล้ารึ ได้ตังน้ำหนึ่งรีบเดินหน้าซื่อๆไปเลยแล้วบอกโต้ะพี่ว่าพี่ค่ะพ่อหนู่อยากกินปลาท่องโกนะขอซื้อต่อนะค่ะวางตังให้แล้วก็หยิบจานวิ่งมาที่โต้ะเลย มาถึงก็แย่งกันกินให้หมดก่อนที่เค้าจะมาทวงคืน แล้วพ่อก็หันไปขอบใจพ่อหนุ่มข้างๆ
และในวันนั้นเราวางโปรแกรมกันว่าเราจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ ผาหมากดูกเพราะว่าผาหล่มสักคนเยอะไม่อยากไปแย่งไคร ก็เลยเซ็ทการเดินจากลานพระบาทร ไปสระอโนดาต ไปผาแดงไปถึงผาหล่มสักเวลาประมาณ 16.30 น ถ่ายรูปนั้งพักกันตามอัธยาศัย ก็มีกลุ่มที่เราขโมยขนมปาท่องโก๋ ไปถึงด้วย ก็แซวเพื่อนเรากันใหญ่เราก็นั้งทอดอารมณ์ โยการเขียนไดรี่ ง บอกความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้นบรรยายเป็นตัวอักษรเก็บไว้อ่านและอ่านที่ไร ก็อดยิ้มกริ่มมิได้ นึกถึงทุกคน นึกถึงทางเดินที่ลำบาก ยากเขน เท่าไหร่เราก็ยังจะเดินไปถึงแม้ยังไม่เคยรู้เลยข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น 8 ชีวิต เดินไปด้วยกันสัมผัสธรรมชาติ ทำให้เราหลงไหลมันโดยมิได้ตั้งตัว
การเดินทางะรยะทางบนภูกะดึงทางราบ 19 กม ตลอดระยะทางมีสิ่งที่ผู้กองหนึ่งสังเกตุขึ้นมาอีกแล้วไครที่เคยไปเคยสงสัยมะว่าเค้าซ้อนหินกันทำมัย
น้ำหนึ่งสงสัยมากเลยไปถาม เสธ วอว่าแกคิดงัยกะการซ้อนหิน วอบอกว่า เหมือนกะการรวบรวมให้มันเป็นภูเพิ่มขึ้นมา ซึ่งความคิดคล้ายๆกัน แต่คุณๆเชื่อมะว่า น้ำหนึ่งคิดเยอะกว่านั้น มีจินตนาการมากกว่านั้น " เสธ วอ ถามกลับ แล้วแกล่ะ " เราคิดว่า สิ่งที่เรากะลังซ้อนหินเพื่อวันนึงหินที่เราซ้อนๆเนี้ยะรวมตัวกันเป็นภูและมนุษย์ก็ตัวจะเล็กลงที่เราซ้อนๆก็จะกลายเป็นที่พิงพักสำหรับมนุษย์ต่อไป โห แม่ง มึงคิดได้งัยว่ะ เสธวอตะโกนแล้วก็หัวเราะ ลั่น เออ กูคิดได้ ก็แล้วกัน ก็ถกเยงกันตลอดทางจนเจอเจ้าหน้าที่ดูแลอุทยาน อยากรู้ก็เลยไปถาม
พี่ค่ะ พี่ค่ะ หนูอยากถามไรพี่หน่อยค่ะ หนูทะเลาะกะเพื่อนมาตลอดทางเลย ช่วยตอบคำถามหนูหน่อยค่ะ เจ้าหน้าที่ตอบกลับ มีไรให้ผมช่วย ตอบได้ผมจะตอบครับ น้ำหนึ่งอยากทราบว่าตลอดเส้นทางเค้าซ้อนหินกัน เค้าซ้อนกันทำมัยค่ะ อ๋ออ
พี่เจ้าหน้าที่บรรจงตอบคำถามอย่างหน้าตาซื่อ ว่า
มันเป็นปติมากรรมของคนปัญญาอ่อนนะคร้าบสินเสียงคำตอบ 7 ชีวิต หัวเราะลั่น แต่น้ำหนึ่งไม่สนใจแม้ว่าความหมายจะเป็นงัยเราก็ยังคงยึดความคิดเรา อยู่เหมือนเดิม เพราะมันไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ไคร เราเดินมาถึงผาหมากดูกเวลา 6.00 นเป็นเวลาที่พระอาทิตย์กะลังจะตกดินพอดี น้ำหนึ่งนั้งทอดอารมณ์ ว่าช่างสุขใจจิงๆไม่เหมือนกะความวุ่นวายในเมืองใหญ่เลย และเราก็เดินทางกลับที่พักวันนี้เรานอนที่พักอีกหลังชื่อบ้าน เอพริ้ว ข้างๆกะศูนย์วังกวางเลยตอนไปเปลี่ยนกุญแจเจ้าหน้าที่ถามว่าเมือคืน บ้านสุพรรณนิกามี วันเกิดหรอค่ะทุกคนอมยิ้มกันไม่ได้พูดไร แต่บ้านเอพริ้วอยู่หน้าลานพูดอะไรนิดนึงก็ก้องมากยิ่งดึกก็ยิ่ง เสียงดัง หัวเราะก็เสียงดัง จนเจ้าหน้าที่มาเตือน ประมาณ 3 รอบว่าอย่าเสียงดัง เธวอมันเกรงให้เราหัวเราะโดยการขำแบบไก่ ก็ ขันปีก เราฮาแตกไม่หยุดเพื่อนตะโกนพร้อมกันว่า ไอ้ผุ้กองเงียบๆดิว่ะ เราฉุนขาด ไรว่ะหัวเราะหน่อยก็ไม่ได้ เลยตะโกนลั่นภูเลยว่า "ว่าเงียบก็ได้ว่ะ " กระบอกไฟฉายทุกดวงประมาณ5-6ดวงส่องมาพร้อมกันพวกเราวิ่งเข้าห้องพักเพราะกลัวโดนจับโยนลงภู ปรากฎว่าคืนนั้นกินกันแค่เที่ยงคืนค่ะ
รุ่งขึ้นเราเตรียมตัวกลับกทม น้ำหนึ่งหยิบตั๋วค่าผ่านทางให้เพื่อนๆเขียนถึงตัวเอง ในเวลานั้นๆหน่อยทุกคนน่ารักมากรุกทุกคนมากเวลาหมดตอนต่อไปจะมาเล่าต่อนะวันนี้แค่นี้ก่อนนะเอย





โดย : น้ำหนึ่ง
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 27 พ.ย. ปี 2006 [ เวลา 18 : 30 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com