Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> มอร์เตอร์ไซทำหล่น

เรื่อง :

มอร์เตอร์ไซทำหล่น

แซม หนุ่มน้อยวัยย่าง 18 ปี เขาเป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวนักธุรกิจใหญ่ ที่มีกิจการมากมายอยู่ในครอบครอง นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกมา แซมก็มีทุกอย่างพรั่งพร้อมให้เขาอยู่อย่างสุขสบาย เงินทองมีให้ใช้ พ่อแม่ก็ตามใจมิได้ขาด

เนื่องจากเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล จึงถูกตั้งความหวังไว้อย่างสูงจากพ่อแม่ ทั้งคู่ต่างหวังว่าแซมจะเป็นผู้สืบทอดทุกอย่างที่พวกเขาสร้างไว้ให้
แต่ดูเหมือนว่าแซมจะไม่ค่อยสนใจความหวังของบุพการีเท่าใด นับตั้งแต่เด็กเขาก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนสักเท่าไหร่ พอโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น ด้วยความคึกคะนองทำให้เขาเข้าไปสู่วงจรของแก๊งซิ่งมอร์เตอร์ไซ

ด้วยความสามารถทางกีฬาโลดโผนหลายอย่าง ทำให้เขากลายเป็นนักซิ่งที่บิดเร่งความเร็ว อย่างดุเดือด เผ็ดร้อน จากสองล้อ ยกระดับไปสู่สี่ล้อ เวลาเพียงไม่นาน แซมถีบตัวเองเข้าสู่สุดยอดฝีมือแห่งวงการรถซิ่งใต้ดิน กลายเป็นที่กล่าวขานในวงเพื่อนฝูงเสมอ
แต่ทว่าชื่อเสียงของเขานำมาซึ่งความกลัดกลุ่มใจของพ่อแม่ไม่น้อย

การเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ ที่มีธุรกิจการงานมากมาย และมีเงินทองให้เขาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างไม่อั้น ทำให้ทุกครั้งที่พ่อกับแม่ ต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจการงานที่อื่น เขาจึงต้องอยู่กับป้าพรญาติห่างๆกึ่งคนใช้ของพ่อ และ ปลั๊กหลานชายของป้าพรเท่านั้น

นอกจากกีฬาโลดโผนแล้ว แซมยังชอบสาวสวยได้ง่ายและบ่อยครั้ง สาวสวยคนแล้วคนล่ะ ที่เขาได้พบและบอกรัก เขาก็มักทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้อย่างไม่อั้นไม่เสียดายได้เช่นเดียวกัน แต่ความรักของแซมมักขึ้นลง เปลี่ยนแปลงไม่คงที่อยู่บ่อยๆยามรักเขารักได้มากเท่าไร ยามเบื่อความเกลียดชังก็ทวีมากตามนั้น

ด้วยวัยแค่ 18 เขาผ่านการมีคนรักถึง 7คนแล้ว และคนที่ 8ที่เขาเพิ่งพบเมื่อต้นสัปดาห์นี้ เป็นสาวสวยจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมารดาเขาว่าจ้างเธอมาติวตำราเพื่อเตรียมตัวสอบเอ็นทรานให้เขา สาวสวยวัย 23 คนนั้นไม่เคยมองหนุ่มแซมมากไปกว่า น้องชายคนหนึ่ง

แต่หนุ่มแซมผู้เอาแต่ใจตัวเอง มาแต่เด็ก เมื่อมาพบการกระทำที่ แม้จะสุภาพแต่เย็นชาจากสาวสวย เช่นมะเหมี่ยว เขาจึงมักซ่อนความหงุดหงิดไม่พ้น และคู่หูที่เขามักนำมาระบายอารมณ์คือปลั๊ก หลานชายป้าพรนั่นเอง

“คืนนี้จัดงานปาร์ตี้แข่งรถที่บ้านไอ้วัต ข้าคิดจะหลอกมะเหมี่ยวไปคนเดียว ไม่ชอบหน้ายัยมะปรางน้องสาวเขาเลย ไอ้ปลั๊กรีบเสนอความคิดมาเร็ว”

ปลั๊กไม่ชอบหน้าลูกชายเจ้าของบ้านเลย แต่การที่ต้องมาอาศัยอยู่ร่วมบ้านเพื่อทุ่นค่าใช้จ่าย ระหว่างเรียนรามกับป้าพร ก็จำต้องเอาใจนายแซมเหมือนกัน เขาจึงออกอุบายช่วย อย่างขอไปที

“งั้นบ่ายนี้คุณมะเหมี่ยวมา ผมจะออกมาชวนคุณมะปรางคุย แล้วคุณแซมรีบพาคุณมะเหมี่ยวเลี่ยงออกไปทางหลังบ้านสิครับ”

มะเหมี่ยวมาติวตำราให้แซมทุกวันศุกร์ช่วงบ่าย ไปจนมืดค่ำ โดยมักชวนน้องสาวติดมาด้วย เพราะแซมมักจะหาโอกาศออดอ้อนบอกรัก ยามอยู่ตามลำพัง แถมบางวันก็หาเรื่องเกเรียนชวนไปนั่นมานี่อยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้ามะปรางมาด้วยน้องสาวตัวแสบของเธอ จะหาทางรวนเขาจนเอือมระอาไปทุกที

บ่ายวันนั้น เมื่อมะเหมี่ยวมาที่บ้าน ปลั๊กจึงเอ่ยปากขอให้มะปรางออกมาช่วยเขาย้ายกระถางต้นไม้ใหญ่ ที่ต้องใช้คนสองคนช่วยโยกย้าย สักครู่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แล้วป้าพรก็เดินเข้าไปที่ห้องของแซม หลังแซมรับโทรศัทพ์เขาจึงเอ่ยปากขอแรงจากมะเหมี่ยว

“เหมี่ยวครับ น้องสาวเจ้าวัตเพื่อนผม ถูกแฟนทิ้งร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด ช่วยไปเป็นเพื่อนปลอบใจเธอหน่อยได้ไหมครับ พวกผมมันผู้ชายพูดอะไรไปเธอก็ไม่เชื่อแล้วสิครับ”

“อ้าว งั้นแซมให้เพื่อนพามาที่นี่สิจ๊ะ”

“ยัยมิ้วมันล็อกห้องขังตัวเองสิครับ เจ้าวัตเลยโทรมาขอให้ช่วย”

“งั้น ชวนมะปรางไปด้วยน่ะจ๊ะ”

“วันนี้วันศุกร์รถติดมาก แล้วรถใหญ่จะเข้าซอยลัดไม่ได้ เอามอเตอร์ไซด์ไปเร็วกว่าครับ เจ้าวัตกลัวว่าน้องสาวอาจแอบฆ่าตัวตายน่ะสิครับ”

มะเหมี่ยวจึงจำต้องนั่งซ้อนท้าย รถมอเตอร์ไซด์ของแซม ไปบ้านเพื่อนของเขา โดยสั่งป้าพรให้บอกปลั๊กพามะปรางตามไปที่หลัง

เมื่อรถผ่านความวุ่นวายตามถนน มาถึงชานเมือง รถที่แล่นสวนไปมาเริ่มบางตา แซมจึงบิดเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ มะเหมี่ยวแม้กลัว แต่ไม่ได้เอ่ยปากห้าม
เพราะคิดว่าแซมห่วงน้องสาวของเพื่อน จึงแค่กอดเอวแซมกระชับยิ่งขึ้น แซมแอบยิ้มด้วยความพอใจ กลิ่นกายหอมอ่อนๆของมะเหมี่ยว เรียกอารมณ์แซมให้
หายใจแรงยิ่งขึ้น

“เฮ้ย ไอ้แซมพาสาวคนใหม่มาฟันหรือว่ะ”

เสียงตะโกนจากมอเตอร์ไซด์ข้างหลัง เขาเหลือบกระจกรถมองดู เจ้าดำคู่ปรับเก่านั่นเอง เขาเร่งมือบิดเรียกความเร็วเพิ่มขึ้น รถทะยานราวลอยตามลม แทบไม่ติดถนน เสียงเครื่องยนตร์ที่แล่นตามหลังมา บอกให้รู้ฝ่ายว่านั้นก็เร่งมือตามมาอย่างไม่ลดละเช่นกัน

รถสองคันที่ผลัดกันวิ่งสลับไปมาซ้ายขวา เริ่มทำให้มะเหมี่ยวตาลาย และแล้วเมื่อผ่านโค้งสะพานลงมา มีรถสวนใกล้เข้ามา ด้วยความตกใจมะเหมี่ยวกรีดร้องพร้อมกับยกมือปิดหน้า ทำให้เสียหลักตัวปลิวกระเด็นตกลงจากรถ ตัวของเธอไหลลื่นลงข้างทางติดที่พงหญ้าริมทาง แต่สองขายื่นออกไปที่ถนน และแล้วรถบรรทุกผักคันนั้นก็แล่นผ่านขาสองข้างของเธอไปทันที!!!!

“กรี๊ดๆๆๆๆๆ”

แซมสะดุ้งตื่นจากเสียงหลอนของมะเหมี่ยวอีกแล้ว คืืนนี้คืนที่สิบเจ็ดแล้ว เสียงร้องในค่ำคืนนั้น จนบัดนี้ยังติดตามหลอนเขามาตลอดเวลา มะเหมี่ยวต้องตัดขาทิ้งทั้งสองข้าง ยามนี้กลายเป็นสาวพิการ นั่งรถเข็น และเมื่อคืนนี้เธอได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ด้วยการกรีดข้อมือตัวเอง

ทุกครั้งที่แซมไปเยี่ยมเธอ สายตาที่เธอมองเขา มันเต็มไปด้วยรอยเกลียดแค้นราวเพลิงไหม้ ทำให้เขาปวดร้าวทรมานใจสิ้นดี..เขายอมรับ เขาผิด ถ้าเป็นไปได้เขาขอเป็นฝ่ายพิการเองดีกว่า ที่จะเห็นเธอตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น เขาเริ่มรู้แล้ว
รักแท้ของเขาอยู่ที่ใด แต่เขาก็ไม่กล้าไปเยี่ยมเธอ นานนับอาทิตย์

แซมที่มักมองชีวิตคนอื่นไร้ค่าต่ำราคา มีความเป็นคนด้อยกว่าเขา เริ่มรับรู้ถึง
ชีวิตคนอื่นมีความหมายกับเขามากกว่า ชีวิตตัวเองในยามนี้ แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว แม้เขาจะรับปากกับพ่อแม่ของมะเหมี่ยว จะขอดูแลเธอชั่วชีวิต แต่มะเหมี่ยวก็ไม่ยอมให้อภัยเขา และ ที่สำคัญคนรักของมะเหมี่ยว ก็ตีตัวจากไป
ทำให้มะเหมี่ยวนั่งเหม่อลอย ราวคนตายทั้งเป็นตลอดเวลา

“คุณแซมคะ โทรศัพท์จากคุณแม่คุณมะเหมี่ยวค่ะ”

แซมรีบเดินไปรับทันที ยามเดินผ่านประตูห้องออกมา เขาได้กลิ่นหอมเอียนๆ
พร้อมกับหมาหอนดังยาวตลอด.. ถ้าเขามองเข้ามาที่หน้าต่าง เขาคงตกใจจนสลบแน่ๆ เพราะมะเหมี่ยวกำลังแลบลิ้น ยื่นยาวมาเลียศีรษะเขา!!!

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 10 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 0 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com