Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เมื่อจำต้องพเนจร ตอนที่ 1

เรื่อง :

เมื่อจำต้องพเนจร

 ตอนที่ 1

เป๊ก ป๋อง สองพี่น้องมีอาชีพก่อสร้างถนนหนทาง ดึกคืนหนึ่งมีงานซ่อมแซมถนนแถวๆลาดพร้าว กว่าจะเลิกงานก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า ทั้งคู่หลังเลิกงาน จึงแวะเข้าไปที่ร้านบะหมี่ริมถนน ใกล้ๆแถวนั้น นั่งกินกันคนละสองชาม ก่อนเดินกลับห้องพัก ขณะที่เดินข้ามถนนมา เกิดมีฝนตกลงมาห่าใหญ่ ทั้งคู่จึงวิ่งไปหลบฝนที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้น ป้ายร้านค้าที่ห้อยอยู่เหนือหัวของคนทั้งคู่เกิดโซ่ขาดหลุดร่วงลงมา กระทบเข้ากับหัวของป๋องที่ยืนเบื้องหน้าเป็กทันที!!!

เหตุการนี้ผ่านมา สิบวันแล้ว เป๊กมาที่โรงพยาบาล เยี่ยมพี่ชายทุกเย็น แม่ก็่ลงมาจากบ้านที่ต่างจังหวัด มานอนเฝ้าดูอาการพี่ชายด้วย แต่หมอแค่ส่ายหน้าบอกรอดูอาการก่อน เพราะป๋องเหมือนคนนอนหลับมากกว่า จะมีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง หมอจึงขอเช็คอาการอีกระยะหนึ่ง ถึงสาเหตุที่ป๋อง
ยังไม่ฟื้นรู้สึกตัว

อาทิตย์ที่สามผ่านไป ป๋องก็ยังไม่ฟื้น หมอเองก็หมดปัญญา แม่จึงขอนำป๋องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ไปรักษากับหมอสมุนไพรดีกว่า แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว แม่กลับเปลี่ยนใจ พาไปปรึกษากับหมอแวงแทน หมอแวงเป็น หมอร่างทรง ทำให้พ่อคัดค้าน แต่แม่ก็ยังดื้อจะพาป๋องไปหา สุดท้ายโดนหมอแวงหลอกให้ทำพิธีมากมาย ใช้จ่ายเงินทองไปก็เยอะ ป๋องก็ยังคงไม่ฟื้นเหมือนเดิม

แต่แล้วจู่ ๆในวันสิ้นเดือนนั้นเอง ป๋องก็ลุกขึ้นเดิน เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนทั่วๆไป ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สามารถเดินไปกระโดดลงคลองหน้าบ้าน เพื่อ อาบน้ำชำระกาย จากนั้นก็แต่งตัวเก็บข้าวของเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯอีกครั้ง พ่อกับแม่มอง ดูลูกชายคนโตด้วยความงุนงง เพราะป๋องบอก พ่อและแม่ว่าเขาชื่อชล เป็นคนกรุงเทพฯแท้ๆ บ้านอยู่ที่ลาดพร้าว มีอาชีพเป็นช่างตัดผม หลังจากนั้นเขาก็ก้มกราบขอบคุณพ่อแม่ ที่ช่วยดูแลช่วงที่เขา นอนหลับนานนับเดือน ก่อนเดินขึ้นรถทัวร์มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยปฎิเสธที่พ่อขอไปส่งด้วย

จากวันนั้นมาจนบัดนี้เกือบปีแล้ว ที่ป๋องหายไป ไม่มีใครทางบ้านรู้ข่าวคราว เป๊กเคยไปเดินตามหา แถวลาดพร้าว ไปเมี่ยงมองดูตามร้านตัดผม เผื่อจะได้พบป๋อง แต่ก็คว้าน้ำเหลว จนวันนั้น วันที่เขาจำได้ชั่วชีวิต เป๊กไปดูหนังกับสุนีย์คนรักหลังส่งเธอที่หน้าบ้านเช่า เขาก็เดินท่อมๆออกมาที่ปากซอย ในวันนั้นที่กลางซอย มีคนกลุ่มหนึ่ง กำลังรุมซ้อมชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาเหลือบไปมองโดยไม่ตั้งใจ แต่วัยรุ่นกลุ่มนั้น ก็ตรงเข้ามาเล่นงานเขาด้วย

คนนับสิบพร้อมกับมีดและไม้หน้าสาม ล้อมวงเข้ามาเล่นงานเขา เขาปัดป้องช่วยตัวเองอย่างสุดกำลัง ก่อนที่เขาจะสลบเพราะถูกไม้หน้าสาม ของคนที่ลอบเข้ามาตีทางท้ายทอย ฟาดลงกลางศีรษะ เขามองเห็นป๋อง เข้ามาช่วย แต่เมื่อเขาฟื้นขึ้นอีกครั้ง เขาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว โดยหมอบอกว่าพบเขานอนสลบไม่ได้สติเพียงคนเดียวที่หน้าโรงพยาบาล เลือดอาบท่วมตัว

ป๋องยังคงไร้ข่าวคราว แต่มีเพื่อนคนงานพบป๋องที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่ง แถวสีลมในวันที่เป๊กออกจากโรงพยาบาล กลับไปทำงานได้ ห้าวัน เป๊กจึงลองไปเดินตามหา เขาได้พบป๋อง แต่เป็นป๋องที่ชื่อ “ชล” ไม่ใช่ป๋องที่เป็นพี่ชายของเขา เป๊กเองเริ่มสับสนทำไมพี่ป๋องกลายเป็นนายชล และทำไมนายชลจึงอยู่ในร่างกายของพี่ชายเขา แล้วคนที่ไปช่วยเขา ซึ่งเขาแน่ใจว่าคือป๋องพี่ชายเขาแน่ๆ กลับหายไปไหนเสียละ?

“เป๊ก นายให้ไปพบที่ห้องธุรการว่ะ”

“เรื่องอะไรเอ็งรู้ไหมว่ะ ศักดิ์”

“ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆเห็นมีผู้หญิงสาวสวยอยู่คนหนึ่งด้วยว่ะ”

เป๊กรีบเดินเข้าไปที่ห้องด้านในของบริษัททันที สุพจน์เจ้าของบริษัท รับเหมาก่อสร้าง และซ่อมแซมถนน นั่งสนทนากับหญิงสาวคนหนึ่ง เป๊กแน่ใจว่าไม่เคยพบเธอมาก่อน แต่เมื่อเขาเดินเข้าใกล้ หญิงสาวคนนั้นกลับเป็นฝ่ายเดินตรงเข้ามาจับมือเขา เขย่าด้วยความดีใจ ก่อนสวมกอดเขาแน่น เล่นเอาเขางงเป็นไก่ตาแตกทันที

“เฮียพจน์ แป้งขอคุยธุระตามลำพังกับเป๊กก่อนน่ะค่ะ ขอยืมตัวไปครึ่งวันด้วยค่ะ”

เธอพูดจบก็จูงมือเป๊กเดินออกจากห้องมา เป๊กหันไปมองนาย สุพจน์ก็พยักหน้าให้เขาตามเธอคนนั้นไป เมื่อออกมาที่ลานรวมกลุ่มคนงาน ทุกคนพากันจับจ้องมองเป๊กด้วยสายตาแปลกใจ หญิงสาวคนนั้นยังคงเกาะกุมมือเป๊กบีบแน่นไม่ปล่อยเขาเป็นอิสระสักที ทำให้เป๊กต้องก้มหน้าที่ร้อนวูบวาบ หลบสายตาเพื่อนๆ

เธอขับรถสปอร์ตสีแดงพุ่งปรู้ดปร๊าดไปตามถนน เลี้ยวตามซอยเล็กซอยน้อย แล้วเลี้ยวอีกหลายต่อ ก่อนจอดที่หน้าบ้านครึ่งไม้ครึ่งตึกหลังหนึ่ง จากนั้นก็ลงรถไขกุญแจรั้ว แล้วกวักมือให้เขาเดินตามเข้าไป ที่หน้าห้องรับแขกที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงาม มีรูปภาพรูปหนึ่งที่ใหญ่มาก ติดอยู่ที่ผนังด้านซ้ายมือ

ชายในภาพมองเขาด้วยสายตาราวยิ้มได้ เป๊กขยี้สายตาแล้วจ้องมองอีกครั้งชายในภาพยังคงยิ้มให้เขา แถมยักคิ้วหลิ่วตาเสียด้วย เป๊กเริ่มรู้สึกว่ารูขุมขนทั่วตัว มันกำลังพองโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้นัดหมายไว้ ส่วนหัวใจเล่าก็เกิดเต้นแรงราวกับนักวิ่งลมกรดก็ไม่ปาน จากนั้นเขารับรู้เหมือนกำลังเกิดแผ่นดินไหว จึงทรุดตัวลงนั่ง เข่าอ่อนไร้เรี่ยวแรง หน้าซึมชื้นด้วยเหงื่อ และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวราวกระดาษ เขาหลับตาลงอย่างตื่นตระหนก ก่อนสลบแน่นิ่งไป เมื่อสมองบันทึกความจำบอกเขาว่า คนในภาพประหลาดที่เขาเห็นคือ...พี่ป๋อง!!!!




โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 15 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 7 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com