Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เมื่อจำต้องพเนจร ตอนที่ 3

เรื่อง :

เมื่อจำต้องพเนจร

 ตอนที่ 3

ชล พุทธิชัย เป็นช่างตัดผมที่ร้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งแถว ๆ ชานเมืองในกรุงเทพฯ อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เขาไปเดินซื้ออาหารกับแม่ ที่ตลาดสด มีคนวิ่งราวสร้อยแม่ค้าขายผลไม้ ข้าง ๆ แผงผัก แล้ววิ่งมาชนเขากับแม่ ที่ยืนรอซื้อหมูที่เขียงหมู พ่อค้าหมูและเขา ซึ่งคนแถวนั้นรวมทั้งชลช่วยกันจับโจรไว้ได้

รุ่งขึ้นนายวิน สามีของแม่ค้าผลไม้คนนั้น ได้เดินทางมาหาเขาที่ร้านตัดผม และ ได้เอ่ยปากชวนเขาไปทำงานด้วยกัน ที่ร้านตัดผมชื่อดังแถว ๆ ลาดพร้าว ที่เขาทำงานเป็นคนทำความสะอาดอยู่ที่นั่น

“ที่ร้านกำลังรับช่างหลายคน เงินดีด้วยน่ะครับ เขาขยายร้านเพิ่มที่อีกหนึ่งห้อง ตึกแถวสามห้องสุดท้าย ในซอยนั้นมีร้านนี้ใหญ่ที่สุด หาไม่ยากเลยครับคุณชล”

ชลมาทำงานที่ใหม่ด้วย เงินเดือนที่มากกว่าที่เก่าถึงเท่าตัว เขาจึงเช่าบ้านหลังหนึ่งใกล้ ๆ ที่ทำงาน แล้วรับแม่มาอยู่ด้วย อีกทั้งพาแม่ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจ ไปรักษาที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ต่อมาอาการของแม่เกิดทรุดลง หมอให้
แม่นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาล ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินทองเพิ่มขึ้น ชลซึ่งเป็นลูกกตัญญูที่รักแม่มาก ก็กังวลจนนอนไม่หลับแทบทุกคืน แต่เขาก็ไม่เคยท้อและคิดทิ้งแม่ ไปหาความสุขตามลำพัง

คืนหนึ่งหลังเลิกงาน ชลไปเยี่ยมดูอาการของแม่ พบว่าแม่ยังคงนอนหลับไหลไม่ได้สติเหมือนเดิม จึงเดินออกไปสอบถาม พยาบาลที่หน้าห้อง เรื่องที่เขาขอให้หมอเปลี่ยนตัวยาใหม่ พยาบาลตอบเขาว่า หมอมาดูอาการแล้ว และสั่งฝากให้บอกชลด้วยว่า ให้รอดูอาการอีกระยะหนึ่งก่อน ค่อยตัดสินจะเพิ่มยา หรือเปลี่ยนใช้ยาตัวใหม่ดีกว่า ตัดสินใจเปลี่ยนในตอนนี้

ชลเดินออกจากโรงพยาบาล อย่างเหม่อลอยกลัดกลุ้ม กับอาการป่วยของแม่ ขณะที่เลี้ยวมุมตึกจะออกไปที่ป้ายรถเมล์ มีเงามืดเงาหนึ่ง เดินสวนผ่านข้างกายเขา จากนั้นเขาก็ถูกของแข็งชนิดหนึ่ง ฟาดเต็มแรงเข้าที่ท้ายทอย เจ็บชามึนงง ชลสบัดหัวไปมา เพื่อเรียกสติ แต่แล้วรอยเหนอะเหนะที่เริ่มไหลออกมา จากผมดกหนาของเขา ทำให้เขาเซก่อนล้มคว่ำลง

แต่ตาที่พร่ามัวของชล ยังมองเห็นเงามืดเงานั้นได้ลางๆ มันพลิกตัวเขากลับไปมา ลูบคลำล้วงมือเข้าไปรื้อค้น ตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงของเขา รูดนาฬิกาข้อมือ ล้วงมือถือและกระเป๋าสตางค์ที่ เก็บไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง ก่อนวิ่งหลบหนีจากไป

ชลลุกวิ่งตามคนร้ายไป เมื่อทันตัว เขายื่นมือไปยึด จับแขนของคนร้าย แต่ที่เขาคว้าได้ กลับเป็นอากาศที่ว่างเปล่า ได้แต่ปล่อยให้โจรขึ้นแท็กซี่คันหน้า ที่ขับหายไปในความมืดของราตรี ชลเดินคอตก กลับเข้ามาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง

เขาไม่พบใคร จึงเดินเข้าไปที่ห้องฉุกเฉิน ในห้องมีเตียงอยู่เตียงหนึ่ง บนเตียงมีคนไข้นอนอยู่คนหนึ่ง แต่ชลเริ่มมึนงง เขามองไม่เห็นชายคนนั้นนอนอยู่เลย เขาจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงนั้น โดยนอนทับไปบนร่างของคนป่วยคนนั้น ได้แนบสนิทพอดิบพอดีเสียด้วย!!!

ขณะที่ชลล้มตัวลงนอนทับ ร่างของชายแปลกหน้า ที่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ เจ้าหน้าที่สองสามคน ในชุดเสื้อสีกรมท่าของมูลนิธิเก็บศพ กำลังผูกผ้าดิบ ห่อร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่ถูกโจรดักจี้ และทำร้ายด้วยการทุบหัวด้วยอิฐแดงก้อนโต จนสมองร้าวเลือดไหลนองพื้น ขาดใจตาย ก่อนที่จะมีคนพบเห็นด้วยเช่นกัน

ชลคิดว่าเขาสลบไปนานมาก นานจนเขาตื่นขึ้นมา เขาก็ยังสับสน ทำไมหน้าตาเขาเปลี่ยนไปมากมายราวคนล่ะคน และทำไมมีคนบอกว่าเขาชื่อป๋อง แต่แล้วเมื่อเขาลำดับเรื่องราวได้ เขาจึงรีบลาพ่อแม่ของป๋องกลับกรุงเทพฯ กลับไปที่ร้านตัดผม และก็เป็นจริง ทางร้านไม่มีใครจำเขาได้

เขาเริ่มกลัว ..ใช่เขากลัวตาย วิญญาณเขาเข้าร่างผิด ตอนนี้ร่างกายที่แท้
จริงของเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่เผาไปแล้ว เพราะหาคนมารับศพไม่ได้ เขาห่วงแม่ เขายังไม่อยากตาย เขาต้องหนี เขาจะไม่ยอมคืนร่างกายเนื้อนี้ให้เจ้าของเดิมอย่างเด็ดขาด ชลจึงเก็บข้าวของ แล้วย้ายบ้านหนีไปทำงานที่อื่นทันที

เพราะชลตายบริเวณโรงพยาบาล วิญญาณเขาที่สิงสู่ที่ร่างของป๋อง จึงเกิดความกลัวสถานที่แห่งนั้น เสมือนคนเคยถูกงูกัด เมื่อใดที่มองเห็นแค่เชือกเปียกน้ำ ก็เกิดระแวงจนกายสั่นสะท้านฉันใด ชลก็กลัวโรงพยาบาลแห่งนั้น กลัวว่าจะต้องตายอีกครั้งที่นั่น เขาจึงไม่กล้าไปหาแม่ ได้แต่โทรถามหมอทางโทรศัพท์เท่านั้น อีกอย่างเขาก็ไม่แน่ใจ หมอจะยอมรับเขาเป็นชลคนเดิมได้ไหมด้วยซิ

ชลหลบไปทำงานแถมสีสม แต่แล้วก็ต้องรีบลาออกอีกครั้ง เมื่อเขากลับจากทานข้าวกลางวัน เพื่อนที่ร้านบอกเขาว่า มีคนมาขอพบ เมื่อเขาพบเป๊ก เป๊กเรียกเขาว่าป๋อง เขาก็เริ่มหวาดผวาอีกหน กลัวเป๊กจะมายึดร่างของป๋องที่มีวิญญาณเขาสิงสู่อยู่กลับคืนไป ตกดึกคืนนั้น เขาจึงย้ายบ้านหนีอีกคราว

ในยามดึกเมื่อหลับใหล ชลจะฝันเห็นเสมอ ฝันเห็นสาวน้อยแปลกหน้าคนหนึ่ง เธอเป็นใครน่ะ? ทำไมมีสองวิญญาณในร่างเดียวกันได้ และที่น่ากลัวกว่านั้นคือดวงวิญญาณชายที่สิงในร่างของสาวน้อยคนนั้น มีหน้าตาเหมือนกายเนื้อของป๋อง ที่เขายึดมาใช้สิงสู่วิญญาณราวฝาแฝดทีเดียวเชียวละ!!!!



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 19 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 23 : 39 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com