Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เมื่อจำต้องพเนจร(9)

เรื่อง :

เมื่อจำต้องพเนจร

(9)

ทาวน์เฮาส์หลังใหญ่ที่ท้ายหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แถวชานเมืองกรุงเทพฯ เป็นบ้านโดดเดียวที่เจ้าของซื้อที่ แล้วออกแบบปลูกสร้างบ้านเอง รอบๆ บริเวณด้านหลัง ที่เป็นทุ่งหญ้าร้าง มีรั้วกำแพงที่สูงบังตากั้นเขตตัวบ้าน ต่อจากรั้วกำแพงออกไป ยังมีป้อมยามหลังเล็ก ที่มีคนเดินยามอยู่ไปมาราวกับ สถานที่ๆสำคัญอะไรสักอย่าง

ตรงทุ่งหญ้าร้างด้านตรงข้ามกับตัวบ้าน มีรถยนตร์นานาชนิดจอดเรียงราย นับสิบๆคัน ยามที่เดินไปมา จะคอยจัดคิวให้รถทุกคัน เมื่อเจ้าของนำมาจอดลงที่หน้าโต๊ะยาวที่เบื้องหน้าป้อมยาม ก่อนเซ็นชื่อลงในสมุดเล่มหนา แล้วรับป้ายเล็กๆจาก ชายหนุ่มที่ยืนแจก ตรงด้านประตูหลังของตัวบ้าน จากนั้นทุกคนจึงจะมีสิทธิ์เดินเข้าป้อมยามได้ และแล้วก็หายลับตาไปในป้อมยามนั้นทุกคน!?

พงศ์ลดกล้องส่องทางไกลลง พร้อมกับเดินออกมาที่ห้องรับแขก ในสมองเริ่มทำงานอย่างรีบด่วน นายทศจับตัวคุณปูนมาไว้ที่นี่รึเปล่าน่ะ? ที่บ้านหลังนั้น แม้จะติดป้ายเป็นสโมสรส่วนบุคคล แต่ก็หวงห้ามเด็กเล็ก ไปวิ่งเล่นแถวนั้น เคยมีเด็กเกเรบางคนดื้อดึง ก็จะถูกทำโทษอย่างรุนแรง โดยการตบตีจนตัวช้ำบวมเขียว พ่อแม่จึงไม่ต้องห้ามเด็กๆอีกต่อไป เมื่อมีตัวอย่างเกิดขึ้นเพียง 3-4หนติดต่อกัน

พงศ์ซื้อทาวน์เฮาส์ของบ้านจัดสรรแห่งนี้ เมื่อ5ปีก่อน ในยามนั้นเขาคิดแค่ที่พักหลับนอนเงียบๆ ห่างชุมชน และราคาไม่แพงก็เพียงพอแล้ว ส่วนที่ดินหลายไร่ ที่อยู่ด้านตรงข้ามกับถนนในหมู่บ้าน เจ้าของคิดจะสร้างหมู่บ้านแห่งใหม่หรือจะสร้างอะไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา ทุกคืนเลิกงาน เมื่อขับรถกลับบ้าน แม้จะพบคนงานเร่งมือก่อสร้างอย่างวุ่นวาย เขาจึงมองผ่านตาไปเฉยๆ

จนปลายปีที่2 ที่เขาย้ายเข้ามา สโมสรอเนกทวีภัณฑ์ ก็เกิดขึ้น เจ้าของเป็นคนดังในสังคมไฮโซที่มีชื่อคนหนึ่ง สโมสรนี้มักเอ่ยอ้างว่า เป็นที่ประชุมการค้ากับลูกค้าในแวดวงสังคมเดียวกัน เพื่อติดต่อการค้าภายใน เป็นสโมสรส่วนบุคคล จึงไม่อาจให้คนภายนอกเข้าออกได้

พงศ์เริ่มจับตามองที่นี่ เมื่อพบว่าทศจะมาทุกสิ้นเดือน นับแต่เขารับงานสืบสวนนายทศ กับวิภาวรรณ จากปูนลูกชายของเสี่ยประสงค์ เขาเริ่มรู้ตัวว่าอันตรายจากมุมมืดกำลังบีบเขา ให้เข้าวงแคบเข้าไปทุกที แต่คนอย่างเขา ที่เป็นแค่ลูกศิษย์วัด เด็ก กำพร้า ที่ไม่มีพ่อแม่พี่น้องให้ต้องเป็นห่วง เขาจึงไม่ต้องกังวลกับอะไร และก็เต็มใจอย่างยิ่ง ที่จะเสียงอันตรายเป็นที่สุด

ขอแค่ได้ช่วยคนดีๆของสังคม ขอแค่มีส่วนทำลายคนชั่ว แม้เพียงน้อยนิด เขากับลูกน้องอีก 2คนก็พร้อมที่จะบุกน้ำลุยไฟไปได้เสมอ เมื่อยามเด็กเขามองเห็นพ่อกับแม่ที่ถูกโจรป่ายิงตายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนจุดไฟเผาบ้านเขา ถ้าไม่ใช่ยายที่พาเขาออกไปที่ทุ่งนาเพื่อปลดทุกข์ เขากับยายก็คงไม่รอดจากการถูกฆ่าเช่นกัน แต่จากกองฟางกองโตที่หน้าบ้าน ที่เขากับยายหลบซ่อนตัว ก็ยังช่วยให้เขามองเห็น
ภาพพ่อกับแม่ ที่ล้มลงจมกองเลือดได้อย่างชัดเจน เต็มสองตา

ยายจึงพาเขาไปอยู่กับหลวงลุง ที่วัดข้างบ้านของญาติห่างๆคนหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปบวชเป็นชี แต่แล้วเดือนถัดมา ยายก็ตรมใจตายตามพ่อกับแม่ไปอีกคน จากนั้นเด็กวัดวัย 7ขวบที่หลวงลุงเมตตาอย่างเขา ก็อยู่และเรียนที่โรงเรียนใกล้วัดจนเติบโตเป็นหนุ่ม เมื่อหลวงลุงอาพาธ ลูกชายหลวงลุงได้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ จากนั้นเขาก็ตามน้าไกร ลูกชายหลวงลุงเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่ที่สำนักงานทนายความทำงานจิปาถะพร้อมกับ เรียนต่อ โดยน้าไกรส่งเสียเขาต่อไป

เมื่อจบปริญญาตรี น้าไกรให้เขาเลือกระหว่างเรียนต่อ กับทำงานกับจักรเพื่อนสนิทของเขา เขารีบรับปากไปทำงานทันที ที่จริงน้าไกรเองก็รู้ว่า เขาไม่อยากเรียนตั้งแต่บังคับเขาไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในคราวนั้นแล้ว

“เด็กคนนี้เหมือนหมาป่า ดุร้ายแต่มีสมอง ถ้าได้คนช่วยฝึกดีๆ จะเป็นนักสืบมือหนึ่งของเมืองไทยได้ไม่ยากนะไกร”

จากวันนั้นน้าจักรเริ่มฝึกเขาทุกอย่าง ตั้งแต่ศิลปะป้องกันตัว การใช้อาวุธต่างๆ รวมทั้งวิธีการสังเกต และสะกดรอยตามคน จากนั้นคดีที่หนักใจของน้าไกร เขากับน้าจักรก็ช่วยคลี่คลายแบ่งเบาไปได้ไม่น้อย จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย น้าจักรเริ่มป้อนงานนอกให้เขาบ้าง จากการติดตามหาเมียน้อย ผัวน้อยของคนทั่วๆไป จนถึงการคดโกงของพนักงานตามบริษัทต่างๆ และหนึ่งในนั้นที่เขาได้รับมอบหมายมาคือการติดตามดูพฤติการณ์ต่างๆของนายทศกับวิภาวรรณ

“นายทศไม่ใช่แมวเชื่อง แต่เป็นเสือซ่อนเล็บที่น่ากลัวไม่น้อย พงศ์แน่ใจไหมที่จะเสี่ยงชีวิต น้าไม่บังคับให้รับงานนี้นะ อยากปฎิเสธคุณปูนก็บอกเขาไปตรงๆเลย ไม่ต้องเกรงใจ แต่ถ้ารับปาก พงศ์รู้ใช่ไหม จะมีอันตรายแบบไหนบ้าง”

ครั้งนั้นเมื่อปูนเดินเข้ามาขอพบน้าจักร แต่ได้เจอเขาแทน นาทีแรกที่มองเห็น เขาก็รู้แล้ว งานนี้เป็นงานช้าง แถมกังวลว่าน้าจักรอาจปฎิเสธ แต่เขากับเจ้าหมึกเจ้าตุ๋ยต่างรองานชนิดนี้มานานแล้วนี่นา

“เฮียพงศ์ลุยไหนผม2คนลุยด้วยครับ งานแบบนี้ยากกว่างานทุกงานที่ผ่านมาก็จริงอยู่ แต่มันวัดกึ๋นเราด้วยนะครับ ผมอยากลองไอ้ตุ๋ยมันก็พร้อมเหมือนกัน”

จากนั้นเขากับลูกน้อง2คน ก็ผลัดกันเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของ ทศกับวิภาวรรณตลอด24ชั่วโมง โดยบอกเลิกงานอื่นทั้งหมด เมื่อปูนกลับเข้าบ้านเป็นเวลาที่หมึกมาผลัดให้พงศ์กลับบ้านนอนบ้าง เหตุการณ์ในบ้านที่มีรั้วล้อมสูงเทียมฟ้า จึงตกเป็นหน้าที่ของวีดีโอ และทีวีวงจรที่ปูนติดตั้ง ตามคำแนะนำของเขา

“ผมไม่เห็นใครออกมาจริงๆเฮียพงศ์ นอกจากตอนตี5 ที่คุณวิภาวรรณขับรถออกไปทำงานตามปรกติ บนรถก็มีเธอคนเดียว แต่ท้ายรถจะมีร่างคุณปูนหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ เมื่อคุณวิภาวรรณไปจอดรถที่ชั้น3ของห้าง มีคนมารับตัวออกไปข้างนอกอีก ผมเลยต้องรีบบึ่งรถตามไปดู”

วันนั้นเขาเริ่มรู้ฤทธิ์ของนายทศเป็นครั้งแรก ที่เขาเริ่มกังวลก็แค่จะพาลูกน้อง2คน มาตายตามด้วยไหมนะ?

เขาเดาว่าคนพวกนั้น ต้องมีมากเป็น10คน หลังปฎิบัติการณ์ในคืนนั้นแล้ว คงยังไม่ได้ออกจากบ้านหนีไปทันที แต่ไปซุ่มหลบซ่อนตัวที่บ้านเรือนเล็กของปูน รอจนเช้าวิภาวรรณจึงล่อให้หมึกขับรถตามเธอไป คนพวกนั้นก็ออกจากบ้านตามด้วย โดยแยกไปทางด้านหลังบ้านเรือนเล็กของปูน ซึ่งมีถนนในซอยเล็ก สามารถทะลุออกสู่ถนนใหญ่ได้ ซึ่งซอยนั้นเป็นถนนส่วนบุคคล ยามเช้ามืดจึงไร้รถราผ่านไปมา

ส่วนคนในบ้านทั้งหมด คงถูกยาสลบชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นแน่ จึงหลับเป็นตายกันแต่4ทุ่ม เพราะแม้แต่ใช้ที่หมึกพบทุกคืน ต้องออกมาซื้อก๋วยเตี๋ยวกิน ก็หายเงียบไป ส่วนประสงค์หลังงานเลี้ยง เขามักแวะไปที่วัดหาภริยา จะกลับเข้าบ้านอีกครั้งตอนเช้ามืด ซึ่งเป็นกิจการตามปรกติของทุกศุกร์ คนพวกนั้นคงจะรู้ จึงลงมือได้สบาย

ถ้าคืนนั้นปูนไปงานเลี้ยงกับพ่อ และหลังงานเลี้ยงแวะไปวัดหาแม่ตามเช่นเคย เขาคงไม่พบกับคนพวกนั้นแน่ พงศ์คิดว่า ที่ปูนแยกตัวกลับบ้านหลังเลิกงาน อาจจะมีงานอะไรสักอย่าง หรืออาจป่วยไข้กระทันหันกเป็นได้

เขาคิดมาถึงตอนนี้ ก็เดินออกมาแนบตาลง ที่กล้องส่องทางไกลอีกหน มองเห็นเศรษฐีนีคนหนึ่ง ช่างคุ้นหน้าคุ้นตาจริงๆ พงศ์แน่ใจว่าไม่ใช่จากข่าวหนังสือพิมพ์แน่ๆ จากที่ไหนนะ พงศ์เดินไปมาใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มตาเป็นประกายเมื่อคิดขึ้นได้ว่า จะหาทางเข้าไปสืบที่บ้านนั้นได้อย่างไรแล้ว?



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 31 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 22 : 36 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com