Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์13 ลานหินแห่งเจ้าชาย(4)

เรื่อง : นิทานโทรศัพท์13

ลานหินแห่งเจ้าชาย

(4)

ยุคสมัยที่ทรัพยากรมนุษย์เป็นสมบัติอันล้ำค่า

ณ ตรงเส้นขอบฟ้า
บนวิมานศรีโพธิ มหาฤาษีโบกมือให้ยักษ์ผู้เฝ้าขอบฟ้า นั้นคือหนังสือผ่านทาง
เราเห็นระยิบระยับแห่งอวกาศ สีฟ้าที่ขอบชั้นบรรยากาศ ทะเลโอโซนมีคลื่นแผ่วเบา วิมานแล่นไป
โลกเล็กเท่าเมล็ดถั่วเขียวในทันใด
“เรามักสรุปเอาที่ขนาด จักรวาล โลก แผ่นดิน แผ่นฟ้า อย่าวิตกไปเลย ทุกอย่างบรรจุอยู่ในจิตของเรา”มหาฤาษีคงหยั่งในอาการสะดุ้งกลัวจึงปลอบใจเราด้วยเกร็ดความรู้ ใครๆก็สะดุ้งทั้งนั้นถ้าจู่ๆ โลกเล็กลงเท่าเมล็ดถั่วเขียว
“คงอีกสักครู่ใหญ่กว่าจะถึง สถานที่นั้น ที่จุฬาตรีคูณ สายธารทิพย์แห่งสรวงสวรรค์ ”มหาฤๅษีบ่นงึมงำ พลางโปรยผงวิภูติศักดิ์สิทธิ์ กระจายเป็นสายรุ้งไปทั่ววิมาน สร้างความเพลิดเพลินใจให้ชาววิมานศรีโพธิยิ่งนัก
“ท่านจะถามว่าเราไม่เบื่อบางหรือ เรากำหนดวิมานของเราได้ เราคือท่าน ความเบื่อหน่ายของเราคือตัวท่านองค์ชาย เราส่งท่านเพื่อกำเนิด กำหนด กำหนัดความเบื่อหน่าย เราคือส่วนที่อิ่มเอิบ สมบูรณ์แบบ”มหาฤๅษียังร่ายโศลกต่อไป ตามความสงสัยของเรา
“เราจะหยุด เมื่อท่านหยุด เราและท่านเป็นหนึ่งเดียว และเปิดประตูนิพพาน ...แต่เราและท่านไม่ใช่แค่นี้ เรายังมีหุ้นส่วนหนึ่งเป็นนักรบเหี้ยมหาญมีพลังอภินิหารมากมายมหาศาลดั่งไฟนรก เราถึงบอกแต่แรกว่าอย่าพึงไว้ใจในตัวเรา หุ้นส่วนหนึ่งคือผู้ถึงพร้อมด้วยความรักยิ่งใหญ่แผ่ไปทั่วสามโลกและกตัญญูจากโคตรกูลสู่เชื้อสายอันบริบูรณ์ และหุ้นส่วนสุดท้ายนั้นอธิบายง่ายๆดังดาวเทียมที่ถ่ายทอดสัญญาณอันเป็นสภาวะกาลปัจุบันให้ถึงพร้อมไปยังหุ้นส่วนทั้งสี่ท่องเที่ยวอย่างเสรีอยู่ในยุคสมัยนับได้กว่าสามแสนดวงวิญญาณ ก่อนกาลดับสูญเราจึงต้องถึงพร้อมทั้งห้าหุ้นส่วน ...คือนิพพาน... ท่านคือส่วนของความเบื่อหน่ายอันขับเคลื่อนไปด้วยแรงแห่งความสับสนสงสัยและแสวงหาความรู้อย่างไม่รู้จบ เราคือความสมบูรณ์แบบเราประกาศชัดเจนแล้วที่ศรีโพธิ ...เราจึงสามารถหยุดท่านและทำให้ท่านสงบได้”ปริศนายังไม่คลาย แม้จะค้นพบตัวตนที่คิดว่าสมบูรณ์แล้ว รึนี่คือทางแห่งพระเจ้า เรากำลังสนทนาอยู่กับพระเจ้า ใช่แน่ๆ...
“เราคือความสมบูรณ์แบบ เราเป็นส่วนที่สมบูรณ์แบบของท่าน คล้ายจะเป็นพระเจ้าของท่าน แต่จะเป็นได้อย่างไร ในเมื่อ เราคือท่าน ท่านก็คือเรา”มหาฤาษียิ้ม เป็นยิ้มแรกที่เราพึ่งพบ มีเสียงฆ้องดังออกมาจากรอยยิ้ม จิตเราสงบลงด้วย ภาพปรากฏการณ์เจ้าชายมหาฤาษีแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง

เอาล่ะมาระลึกชาติกันต่อ“...ประชาชนศรีโพธิในพื้นโลกประจักษ์แจ้ง เจ้าชายสร้างอารยธรรมรายรอบมหานคร กลุ่มนักบวชเริ่มคลายความกังวล พวกเขางงงันและกระหายในพลังวิเศษของเจ้าชาย จากข่าวคราว พลังที่เพิ่มพูน เท่าทวีคูณเหมือนไม่มีวันหมด และเมื่อข่าวการส่งกองทัพของมหาอำนาจ นำทัพโดยนักบวชมาอัญเชิญ ผู้มีบุญญาบารมีออกไปเสียจากแผ่นดินตน จึงยอมไม่ได้ กลุ่มนักบวชเริ่มเคลื่อนไหวต่อพระราชาอีกครั้ง พระองค์เมื่อได้ประจักษ์ในเหตุกาลที่เกิดขึ้น ดูซินั้นขนาดคนป่าเถื่อนยังวิเศษได้ขนาดนั้น “ลูกชายของเราสมเป็นชาติเชื้ออารยโดยแท้”นั้นเป็นครั้งแรกที่พระองค์มีพระทัยแช่มชื่นพองโต หลังจากพระโอรสจากไปกว่าสี่ปี พระหทัยของทั้งสองแห้งผากดั่งไม้ใหญ่หน้าแล้งในทะเลทราย
ท่านทั้งหลาย.,”ศรีวิชัยคือมหาอำนาจและมหามิตรของศรีโพธิ ไม่เคยมีประวัติการทำสงครามกันแล้ว กองกำลังในศรีโพธิมีไว้เพื่อป้องกันอาณาจักรและผลประโยชน์ของอาณาจักรแค่นั้น แต่คณะทูตผู้ติดอาวุธนั้นช่างน่าเกรงขามนัก
...เหล่านักบวชทำพิธีบูชาไฟครั้งใหญ่ ในรอบร้อยปี เพื่อบำเพ็ญฌาน หาแนวทางตั้งรับศึก และหาแนวทางแก้ปัญหา
ลมฝนปั่นป่วน โลกธาตุดูจะวิปริต พระแก่รูปหนึ่งตะเบ็งเสียงลั่นห้องยัญบูชา
“ไอ้พวกโง่ ก็ไปเชิญท่านกลับมาซิวะ”และเหล่าพระก็สวดสดุดี เมื่อได้คำตอบ
ศรีโพธิส่งนักบวชออกติดตามมหาฤาษีเจ้าชายทั้ง16ทิศ เป็นนักบวชที่มีฤทธานุภาพล้วนๆ ดำเนินไปทิศละ8รูป

ยุคที่มนุษย์เป็นสิ่งมีค่า คือมนุษย์บริสุทธิ์ สะอาด ซื่อตรง มีพลังมากมายอยู่ในการต่อสู้ดิ้นรน พลังที่เหนือกว่าทุกๆกระแสคลื่น ในจุดจักรวาลอันไกลโพ้น ควานหาในละอองอณู อณูแล้ว อณูเล่า ก็ไม่มีพลังใดๆจะวิเศษเท่าพลังความเพียรในตัวมนุษย์ มีการแย่งชิง ลักพาตัว ล่อลวง และเชื้อเชิญ มนุษย์ เพื่อกักเก็บพลังนั้นไว้ พวกเทพยดามักแอบพามนุษย์ไปเสมอ เช่นเดียวกับครุฑและนาค ยิ่งมนุษย์ที่สะอาดบริสุทธิ์ มีความเพียรแก่กล้า และมีเป้าหมายสูงส่งอย่างท่านเจ้าชายมหาฤาษีแห่งศรีโพธิ นั้นเป็นที่หมายปองไปทั่วสามโลก เพราะพลังวิเศษที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถยกอาณาจักรทั้งอาณาจักรให้ลอยขึ้นเป็นวิมานในอากาศ พลังที่เนรมิตให้ประชากรทั้งเมืองกลายเป็นชาววิมาน อยู่เหนือกาลเวลา อยู่เหนือหายนะ อยู่เหนือการรุกรานและความหิวโหย สงบ เบาบาง เหมือนเรื่องโกหก
เจ้าชายเนรมิตวิมานน้อยใหญ่ให้ประดาชาวป่าผู้มีนิสัยดุร้าย ก็ด้วยวิธีการที่เรียกสิ่งที่มีอยู่ในตัวพวกเขาออกมา การขับเคลื่อนพลังงานบริสุทธิ์ บ่มเพาะขึ้นด้วย บำเพ็ญเพียรหมู่ สะกดจิตพวกเหลือขอให้สงบ แล้วพวกที่มีปัญญาพอรู้ธรรมได้ถือเป็นแหล่งพลังงานอันยิ่งใหญ่ ท้องถิ่นของพวกเขาจะค่อยๆอิ่มตัวในโลก แล้วลอยขึ้นเป็นวิมานในอากาศ ที่เหลือจึงกลายเป็นโรงเรียน เพราะวิญญาณที่เก่าก่อน เลื่อนไปอยู่บนวิมาน วิญญาณที่มาใหม่ก็เข้าห้องเรียนบนแผ่นดินโลก และเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ ถ้าโรงเรียนไม่มีความจำเป็นที่เหลือจึงเป็นแค่อาณาจักรในตำนาน และชนเผ่าที่สาบสูญ
ทั้งๆที่ไม่มีอะไรสาบสูญเลย เราเรียกสิ่งนั้นว่าธรรมมะบันดาล ต้องอาศัยผู้มีพลังจิตมหาศาลเป็นผู้ชี้นำ เพราะแผ่นดินโลกสับสนวุ่นวายไปด้วยไฟแห่งความอยากของมนุษย์ มันหลากหลายเกินไป และถ้าคนธรรมดาๆ คิดการณ์ใหญ่ก็คล้ายๆสุนัขที่มีสายตาวิเศษ เห็นในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง จึงเห่าหอนอยู่ได้ทั้งคืน เป็นที่รำคาญใจผู้คนหลับนอน หมาเห่าใบตองแห้ง ไม่เกิดผลใดๆ ความอดทนในชะตากรรมของมนุษย์เป็นสิ่งวิเศษ แล้วจึงมีตำนานของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ศาสดาทั้งหลาย พระปัจจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ยังไม่รวมนักปราชญ์ และเหล่าวีรบุรษทั้งหลาย
กองทัพแรกพบเจ้าชายฤๅษี ณ หาดทรายชายทะเลอ่าวไทย การรณยุทธ์และทั้งวาทะยุทธ์เชิงเขาคอหงษ์ เจ้าชายหยุดกองทหาร สงครามที่วิเศษสุดไม่มีการเสียเลือดเนื้อ คือกีฬาของยุคนั้น ให้สงบ หมอบศิโรราบ รายล้อม พลังอาวุธและวิทยาคมในทางทำลายล้างถูกเปลี่ยนเป็นพลังวิเศษ ในการสร้างกองทัพธรรม พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นกองทหารศักดิ์สิทธิ์ เคลื่อนทัพไปในจักรวาล คอยช่วยเหลือบรรดาวีรบุรุษ อยู่เหนือกาลเวลา และยุคสมัย...




โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 4 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 9 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com