Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ชำแหละสมุดบันทึกครั้งที่2

เรื่อง :

ชำแหละสมุดบันทึกครั้งที่2

ระหว่างรอ
ใต้หลังคา กระเบื้องอิฐแดง
มีเรื่องราวที่เขียนไว้ก่อนหน้านี่ ลองอ่านดูเล่นนะ

เรื่องราวของชายชราผู้นั่งมองขอบฟ้า

โดย Good Uncle Dong

ชื่อเรื่อง ผู้ถูกกัดกินโดยอดีตกาล

ชายชรานั่งมองขอบฟ้า ซึ่งม่านละอองฝนบดบัง แม้จะเลือนลาง แต่ก็น่ามองไม่รู้เบื่อ
กาแฟในถ้วยส่งกลิ่นหอม หอมเหมือนที่เคยได้กลิ่น

มีเสียงสนทนามากมายดังอยู่ในหู ทั้งที่คุ้นเคยและไม่เคยคุ้น มันดังโต้กันไปมา บางครั้งก็เงียบไป แล้วแว่วแว้ด ขึ้นมาทีละ1เสียง2เสียง3เสียง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนดังระงมลั่นเหมือนเสียงอึ่งอ่างในบ่อ แล้วก็ค่อยๆเงียบลงเงียบลง เงียบเหมือนแรกหลับ
นั้นนะเสียงแห่งอดีต…ใครคนหนึ่งบอกเขา ใครคนนั้นจากไปเสียแล้วด้วยจึง
นั้นมันมาจากที่นั้น สมุดพวกนั้นคือความทรงจำ มันสงบนิ่งอยู่ในตู้ไม้เก่า สมุดบันทึกกว่า100เล่ม คือเรืองราวของเขา
จากจุดเริ่มต้น ในประกายไฟฝัน ปณิธานแห่งกวี …แต่ใครเลยจะอยากอ่านเรื่องราว กวี ที่สอบตกภาษาไทย
สมุดเหล่านั้นถูกนำมาอ่านเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ผ่านสายตาของตัวเขาเอง นับจำนวนเที่ยวไม่จำ จนช่วงสามปีที่ผ่านมา เขาเลิกอ่านแล้วปล่อยให้มันนอนสงบนิ่งอยู่อย่างนั้น

ท้องฟ้าไม่ปรากฏชายขอบ มา3วันแล้ว ฝนพรำเว้นช่วงให้ผู้คนได้เดินเท้าบางสัก10-15 นาที ใบไม้บางแห่งที่สุดปลายฟ้าคงเต้นรำร่าเริง
และใบไม้ที่นี่บวมฉ่ำเพราะได้น้ำ
“วิด ๆ แว้ดๆ “เสียงนั้นเริ่มดังมาอีกแล้ว เขามองชั้นวางหนังสือ เหมือนไว้อาลัยให้หลุมฝังศพ เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเรื่อย กระหึ่มอยู่ในรู้หู ได้ยินมันชัดเจน
“พวกเธอเลิกเล่นซนเสียทีได้ไหม”ชายชราตวาดไปยังบ้านหลานชายข้างบ้าน ไม่มีเสียงตอบกลับ กลางวันทุกคนต่างไปทำงาน แล้วปิศาจตนใดเหล่าดลบันดาลให้เกิดเสียงเหล่านี่ มันเริ่มดังคล้ายๆเสียงก่อสร้าง ภาษาที่เขาไม่คุ้นเคย ดังอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง

หลังจากทนเสียงรำคาญนั้นไม่ได้ เขาจึงปรึกษาผู้คนที่ผ่านไปมา ...ไม่มีใครได้ยินในสิ่งที่เขาได้ยิน
“เธอต้องเงียบเสียก่อนถึงจะได้ยิน นั้นไง นั้นไง ได้ยินไหม หน่ะ ๆ” ไม่มีใครได้ยิน
สุดท้ายคือหมอ หมอบอกว่า ความดันในกระดูกค้อนแตกตัวเนื่องจากประจุไฟฟ้าในหมอน เอายาคลายเครียดไปกินแล้วก็หาหมอนใหม่มาหนุน
“มันเกี่ยวกันตรงไหน เสียงนั้นดังมาจากกองสมุดบันทึกในตู้นั้น”เขาบ่นพึมพำเมื่อกลับมานั่งที่เก้าตรงระเบียง
เอาอีกแล้ว มันเริ่มดังอีกแล้ว
เสียงเริ่มรุนแรงขึ้น เหมือนงานก่อสร้าง งานฉลองรื่นเริง เหมือนคนกำลังดื่มเบียร์ แล้วเคี้ยวข้าวเกรียบ แล้วก็เรออีกต่างหาก ไม่ใช่คนเดียวแต่เป็นพันคน หรือเป็นเวรกรรมที่ตัวเองชอบดื่มชอบเที่ยว แน่แล้ว เวรกรรมแน่ๆ ชายชรากินยา เอาหมอนใบเก่าไปจุดไฟเผาเสีย อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดขาว กราบพระ จุดธูปเทียน ทำสมาธิ
เออดีจริงๆ เสียงนั้นค่อยๆเงียบไป ว่าแล้วว่า เวรกรรมมีจริง ได้นอนหลับกันเสียที นอนไม่เต็มอิ่มเลยตั้งแต่ฤดูฝนมาเยือน
ปัง! เสียงดังจากหลังบ้านปลุกให้เขาตื่น มันมาอีกแล้ว
“ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลูกช้างด้วย”ชายชราตัวสั่นเหมือนเด็ก6ขวบ ผิดนิสัยเหี้ยมหาญเมื่อเก่าก่อน
นาฬิกาบอกเวลาตีสามสิสี่นาที ใครกันแน่? สติจึงควานหาปืนยาวข้างฝาพร้อมไฟฉาย ค่อยๆย่องไปเปิดประตูหลังบ้าน
แหง่วววววว ! แมว เขาเหยียบหางแมวที่ขดตัวหลับอุ่นสบาย
“ริยำ”เขาสบถคำหยาบแต่เช้ามืด แมวน้อยยังงงๆกับเหตุการณ์ แค่ย้ายที่นอน ถ้ามีขโมยหมาน่าจะเห่าชายชราสงสัยขณะเปิดกลอนประตู
กราดแสงไฟฉายไปมาคู่กับกระบอกปืน ไอ้บ๊อกหมาแก่หลับสนิท
“เลี้ยงเสียข้าวสุก”เขาด่ามันเบาๆ
ปัง! เขาสะดุ้ง แต่อ้อ มะม่วงหล่นนี่เอง มันหล่นลงหลังคาสังกะสี “แอบสุกตั้งแต่เมื่อไหร่นี่...พึมพำ พึมพำ เดี๋ยววันนี้ต้องเรียก เด็กๆมาเกี่ยวให้หมด ไม่ไหว นอนสะดุ้ง...พึมพำ...พึมพำ...”
กลับมาล้างหน้าล้างตา รวมทั้งมือและเท้าด้วย แล้วจึงจุดธูปเทียนสวดมนต์ไหว้พระ ไหว้เสียก่อนที่เสียงประหลาดนั้นจะดังขึ้นมาทำลายความสงบ
เราอาจผ่านเรื่องร้ายๆมามากมาย แต่โลกไม่เคยส่งสัญญาณว่าสาสมแล้ว ดูช่างโหดร้ายและไม่ยุติธรรม ความแก่ชราไม่ใช่การลงทัณฑ์ของชะตากรรมหรอกหรือ นั้นคงเป็นช่วงเวลาของการทบทวนและสำนึกบาป แล้วจะเอาอะไรกับสิ่งที่ชีวิตกำหนดให้เกิดขึ้น มันผ่านไปแล้ว ย่อมผ่านไปแล้ว แต่ชีวิตก็คือชีวิต ชีวิตไม่เคยให้โอกาสใครพักผ่อน นอกจากเจ้าตัวจะร้องออกมาว่าพอ
“พอได้แล้วโว้ย เลิกรบกวนกันซะที”ลุงตะโกนใส่กองสมุดบันทึก เงียบไปครู่ใหญ่ แสงอาทิตย์แรกผ่านกระจกหน้าต่าง ลุงนั่งลงบนที่นอน คนแก่เป็นโรคนอนไม่หลับ ดันมาเจอผีสมุดบันทึกรังควาญ
ครึกๆ ครั๊กๆ ครืนนนนน.....แก็กกกกกก....ครึกๆครั๊กๆ...ครืนนน......เสียงก่อสร้างในกองสมุดดังขึ้นเรื่อยๆ
พอกันที พอกันที วันนี้จะเป็นการอ่านทบทวนครั้งสุดท้าย แล้วมรดกวรรณศิลป์ระดับโลก ที่อาจทำให้ทายาทคนใดคนหนึ่งไดรับรางวัลโนเบล มรดกกองนี้จะต้องถูกเผา ถูกเผา และถูกเผา แล้วจะนำเถ้ากระดาษ ไปโปรยเป็นปุยให้ก่อไผ่หลังบ้าน ลุงลุกจากที่นอนเดินเข้าครัวไปอุ่นน้ำให้ร้อนเพื่อชงกาแฟ ได้กาแฟสมใจแล้ว มานั่งจิบที่หน้าชั้นวางหนังสือ จิบไปพลางครุ่นคิด ไฟฝันในอดีต “นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่” ลุงถอนหายใจ “ช่างมันเถอะ”น้ำตาคนแก่ซึมที่ขอบ ภาพเก่าๆผ่านไปมาในจิตสำนึก กาแฟหมดถ้วย เวลา 6โมงครึ่งได้ฤกษ์ยาม ส่งร่างผู้ทำหน้าที่รองรับน้ำหมึกไปฌาปนกิจ ลุงเดินไปหยิบเข่งผลไม้มาวาง กล่าวคำไว้อาลัยสักนิดไหม เสียงพึมพำจากในใจ
ลาก่อนอดีต อันผ่านหลากฤดู แดดฝน ร้อน หนาว
ลาก่อน ในเรื่องราวมากมาย ในเนื้อแก่นความหมาย
ลาก่อนสมุด ผู้ทำหน้าที่สนองตัณหาปากกา จากหัวใจ สู่ปลายมือ คราบเนื้อคำบรรยาย
ลาก่อนคำอธิบายชีวิต

ลาก่อนดอกไม้ดอกแรก ที่เบ่งบาน ส่งกลิ่นหอม แค่ตัวฉันผู้เดียว ในท่อนสร้อยบทกวี
ลาก่อนสีสวย ในดวงตาคู่แรกที่สบใกล้ บนใบหน้านางเอกนิยาย แค่ตัวฉันผู้เดียวที่ได้แนบชิด
ลาก่อนดวงดาว สายรุ้ง สายน้ำ ขุนเขา ที่พร่ำรำพัน ดั่งเทพเนรมิต
ลาก่อนสิ่งคิดฝันในอากาศ

นี่ล่ะ การรอคอยที่แสนยาวนาน และนี่ล่ะผลของการรอคอยที่แสนยาวนาน
ผลิขั้วดอก ปล่อยละอองเกสร จนออกผล และนี่และผล ริมฝังทะเลกาล ผ่านแผ่ว เนื้อนาบางๆ “กระดาษ”
หรือแค่เรื่องไร้สาระ ไม่ๆ มันต้องใช้คำว่า ไร้สาระสิ้นดีวิกลวิกาลวิปริตวิปลาส
ประสาทๆ ประสิทธิ์ประสาทปราสาท ได้หนึ่งปราสาทกองอักษรา...


“เฮ้ย”เมื่อเศษกระดาษและคราบดินปลวกร่วงลงพื้น
“ปลวกเอ่ยปลวก กูกกรุกๆๆๆๆๆๆ”ลุงคัดสมุดเล่มที่พออ่านได้เหลือราว20เล่ม ส่วนที่เหลือเรียกฝูงไก่มาเขี่ยหาปลวกกิน
“ตลกจริงๆ ตัวหนังสือไก่เขี่ย”ลุงปัดดินเช็ดคราบสกปรกส่วนที่เหลือ มานั่งอ่านทบทวน
กาแฟถ้วยใหม่เริ่มขึ้นหลังเคารพธงชาติ มีขนมปังกรอบ เคี้ยวดังในหู หูอันวิเศษของลุง หูที่ได้ยินเสียงเหนือกาลเวลา หูที่เจ้าของหูคิดว่าตัวเองสมควรได้รับรางวัลซีไรท์หรือแม้กระทั่งรางวัลโนเบล และหูที่ได้ยินเสียงกัดกินอดีตกาลของปลวกปลวก ส่วนที่ถูกกัดกินไป อาจทำนายโลกได้ ช่วยให้โลกรอดผลจากการทำลายล้างจากมนุษย์ต่างดาวได้ ลุงยิ้มไปพลางเมื่ออ่านส่วนที่เหลือ
เสียงก่อสร้างของปลวก ปลวกกำลังสร้างอารยธรรมของมัน ในขณะที่มนุษย์หลงลืม และทดท้อ...


จบแล้ว






โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 5 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 10 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com