Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์15เหตุนองเลือดที่ป่าไสย

เรื่อง :

นิทานโทรศัพท์15

เหตุนองเลือดที่ป่าไสย

ฮาโหล!ฮาโหล มีใครได้ยินบ้าง
โทรศัพท์ของเราเป็นอะไร มีคลื่นเต็ม พลังงานเต็ม แต่ใช้การไม่ได้ เพียงแค่ไม่อยากเดินกลับบ้าน อยากให้ศิษย์คนโปรดขับรถมารับ
เดินต่อไป เดินห่างมาจากลานหิน ตามสันเขา

กาฮ่าง กาฮ่าง ฮ่าง ๆ ๆ ๆ นกเงือกฝูงใหญ่บินผ่านไป อัศจรรย์ใจจริง ที่นี่ไม่เคยมีนกเงือกฝูงใหญ่ขนาดนี้นี่
คำถามของเราดูไร้พลัง เมื่อความรู้สึกสับสนหายไป จึงรู้ว่าต้องทำอะไร
เดินต่อไป ลัดลงสู่ตรอกน้ำ น้ำมากกว่าเก่า เป็นสายน้ำตกน่าลงเล่น เสียได้กลิ่นน้ำทิพย์จากสวรรค์ จึงเดินต่อไป เดินต่อไป

ชายร่างสันทัดผิวดำจนเขียว ผมหยิกยาวกล้าวมวย นุ่งผ้าสีแดงโจงกระเบนสั้น มีอาวุธเป็นไม้ไผ่เป่าลูกดอก และมีดสปาต้า เขายืนถือสายบังคับมา “เข้าไปสิ เขารอท่านอยู่”มีเสียงกระซิบดังจากในหู
นาย โอ้ นายของข้ากลับมาแล้วจริงๆ ชายคนนั้นก้มลงจูบที่เท้าข้างขวาของเราเป็นรอยแดง รู้สึกเย็นสบายที่เท้า อ้อ เขาเคี้ยวหมากนี่เอง
“เราแยกกันตามหานาย หลายแห่ง บุญของบ่าวที่ได้พบกับกระท่อมแม่มด ช่วยผ่านทรงเทพารักษ์นำทางมา”ไปเถอะไม่ต้องกลัวเขา เขาจะคอยอารักษ์ขาท่านเอง เสียงกระซิบ เขาชื่อคุรัช เรียกชื่อเขาสิ
“คุรัช ท่านสบายดีใหม่”เราเอยตามเสียงบอก
“โอ้นายชีวิตของข้า ผิดทำเนียมที่ท่านจะเจรจากับไพร่สถุนด้วยความกรุณากับข้าอย่างนี้ นายสั่งข้าได้อย่างเดียว นายถามข้าได้อย่างเดียว และความกรุณาห่วงใย ข้าน้อยขอตอบว่า…สบายดีเจ้าขา” เจ้าคุรัชนี่คารมคมหอกดีจริง
“เชิญนายเหยียบหลังบ่าวขึ้นบนม้าเถิด”ทำตามเขาไม่ต้องกลัวหลังเขาเจ็บ เสียงนั้นกระซิบมาอีก
“เราอยู่ที่ไหนคุรัชไม่คุ้นเลย แล้วถนนใหญ่หายไปไหนวะนี่”เราพูดเอง
“โอ้นายข้าอย่ากลัว ที่นี่เรียกว่า ตรอกผีเสื้อทอง เห็นเขียวๆข้างหน้านั้นคือทุ่งป่าไสยผีเล่น เรากำลังพานายไปพบพระมหาแก้ว ซึ่งออกมาตามหานายกว่าครึ่งเดือนแล้ว ท่านปักกรดอยู่ที่เนินเจดีย์พ้นป่านั้นไป โอ้นายข้าบ่าวเฝ้าตามหานายนับแต่นายออกจากวังมาบ่าวหนาวหัวใจเป็นที่สุด เหมือนดูไปที่เงาก็ไร้หัว ในเมืองเหมือนเกิดผีห่าบังตากัน หวาดระแวง ใส่ร้ายกันมัวตั้ว แต่บ้านเดิมของบ่าวนอกเมืองกลับเป็นที่เลื่องลือว่า เจ้าชายวิเศษจากในวัง มายกแผ่นดินให้สูงขึ้น บ่าว.””พอ”เราห้ามคุรัช”พอก่อนๆ”
“โอ้!นายข้า บ่าวช่างโง่เขลาเบาปัญญาพูดพล่ามเหมือนไฟป่า สนองนายชักช้าเหมือนเรือขนเกลือ บ่าวผิดไปแล้วที่ตีตนเสมอสนทนากับนาย อภัยให้ความโง่ระยำตำบอนของบ่าวด้วยเถิดนาย”คนตัวเขียวล่ำสันและสั้นยังไม่หยุดประนามโทษตนเอง
”พอก่อนคุรัช ฟังเรา”เราโบกมือห้าม”ถนนใหญ่อยู่ที่ไหน”
“โอ้นายข้า ถนนใหญ่เชื่อมถึงศรีวิชัยนั้น สิ้นสุดที่กั้นเขตราวอีกห้าลูกเขาใหญ่ เดินทางเท้า1เดือนเจ้าข้า”คุรัชยังมีอาการอยากพูดโทษตัวเองแต่เกรงเพราะเราห้ามไว้
บนคันดินเล็กๆ สำหรับม้าและช้าง วางเป็นสายทอดไปตามป่าเลนชุมน้ำ จระเข้หุ่บปลาใหญ่ เราพึ่งเห็นผ่านตาเป็นครั้งแรก เสียงดัง”โพะ”
จระเข้ชุมจริงๆ "โพะ" ๆ ๆ ๆๆ
นี่เป็นปราการธรรมชาติ พวกเขาสร้างทางสายลับๆเชื่อมถึงกัน ไปจนถึงเนินเจดีย์ ซึ่ง มีอยู่รอบอาณาจักรถึง 108 เนิน และเป็นที่รู้กันของบรรดาพ่อค้านักเดินทางผู้ชำนาญว่า กำลังเข้าใกล้อาณาจักรศรีโพธิดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เสียงจากในหูกระซิบบอก
เส้นทางกลับบ้านเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อทุกข์ร้อนของการไขปริศนานั้นเผาไหม้จิตวิญญาณให้เดินทาง เดินทางต่อไปเถิด แสงยามเช้าส่องมา ป่าเสม็ดสะท้อนแสงระยับท้องแดง น้ำดำกระเพื่อมคลื่นหัวจระเข้ และแสงสะท้อนจากลูกตาของมัน
“นายท่านระวัง”
เราเห็นเลือดกระชูดออกจากร่างนั้น หัวก้อนดำๆ กระเด็นหล่นน้ำ ฝูงจระเข้พุ่งเข้าตามกลิ่นคาว คุรัช คลุมหนังสัตว์ให้เรา แล้วกระโจนไต่ไปบนกิ่งเสม็ด เขาเกี่ยวกิ่งไว้ด้วยขา มือข้างหนึ่งถือมีดอีกเตรียมพร้อมด้วยลูกดอก
“คลุมไว้นายข้า หนังอูฐอาบน้ำมันกันลูกดอก”มีฝูงเงาดำกระโจนไปมาบริเวณกิ่งเสม็ดห่างออกไปสัก30เมตร รอบๆ ที่เราหยุดม้า ร่างพวกนั้นคล่องแคล่ว กระโจนไปไหนอากาศเหมือนลิง ร่างหนึ่งร่วงลงน้ำเป็นเหยื่อจระเข้ เพราะฤทธิ์ลูกดอกของคุรัช
“ไอ้สถุน มึงฆ่าพวกกู ไม่บอกกล่าวเลย หน่อยไอ้ชาติชั่ว”มีเสียงก้องกังวาลไปทั่วบริเวณ ฝูงจระเข้เริ่มแตกตื่น
“ขอโทษทีสหาย ข้าทำในสิ่งที่ข้าต้องทำ”คุรัชตอบ พลางส่งท่าใบ้บอกเราว่า มีห่อคันธนูอยู่ในถุงสัมภาระ เราหยิบขึ้นมา ดึงเอ็นน้าวสายศร ปล่อยลูกมันออกไปอย่างคล่องแคล่ว เราฆ่าคน เราฆ่าคน ไม่มีเวลาคิดแล้วท่านทั้งหลาย เราฆ่าคน เราฆ่าคน
ลูกธนูพุ่งออกไปเรื่อยๆ เฉลี่ยเท่าๆกัน รอบๆบริเวณ ทุกๆลูกเท่ากับ1ชีวิต เส้นเลือดและเอ็นที่ขมับทั้งสองข้าง บวมเกร็งและร้อน ตาเขม็ง ความสนุกที่วิ่งพล่านอยู่ในเลือดของเรา มีเลือดผสมน้ำตาไหลอาบใบหน้าของเรา เศร้า สนุก กล้า กลัว ตื่นตัว ร่างพวกนั้นบีบล้อมมาเรื่อยๆ ห่าลูกดอกพุ่งเข้าหาคุรัชแต่ผู้เดียวแต่ไม่ระคายผิวสีเขียวของเขา
เสียงนั้นยังก้องคำชั่วช้าข่มขวัญ จับความว่าต้องการตัวเรา มันเป็นกองโจรรับจ้าง ใครสั่งให้มันมาก็ไม่รู้ ยิงธนูต่อไป ยิงธนูต่อไป
เมื่อจวนตัวคุรัชกระโจน เหยียบหัวไป2-3หัว แล้วบั่นมีดลงบนร่างต้นเสียง เสียงร้องลั่นบาง
การต่อสู้จบลงเมื่อหัวหน้าโจรตาย พวกที่เหลือกระเจิดกระเจิง
เสียงกิ่งไม้ไหว ซวบซาบ เปรียะประ ตูมตามทูม ๆ โพะ ทูม ๆ
ในเวลาราว20 นาที
น้ำเปลี่ยนเป็นสีเลือด
“โอ้!นายข้า คืนนี้ผีน้ำและโคตรจระเข้ คงออกมาเล่นน้ำ กันสนุกบาง “เรารีบไปจากที่นี่กันเถิด พวกนั้นมันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง
หัวใจเราเต้นไม่เป็นจังหวะ
กินตั้บกิ้นต๊บกิ๊นพุงกินตั้บ ๆ ๆ ๆ ๆ………… โพะ โพะ ...โพะ ทูม โพะๆ



โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 5 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 12 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com