Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เมื่อจำต้องพเนจร (12)

เรื่อง :

เมื่อจำต้องพเนจร

 (12)

คืนหนึ่ง พ.ต.อ.ชาตรีนายตำรวจชื่อดังที่ทำคดีสำคัญระดับชาติถึง 5คดี ในปีเดียวกัน ถูกสั่งให้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องที่นายตำรวจที่ส่งออกไปปฎิบัติงานลับแล้วหายสาปสูญไป หลังจากนั้นพ.ต.อ.ชาตรีก็เรียก หมวดธนากับจ่าไผ่ มาพบ และมีคำสั่งให้พักราชการชั่วคราว

ไม่นานหมวดธนากับจ่าไผ่ก็มีข่าวลือว่าไปทัวร์ต่างประเทศ ไม่มีเพื่อนฝูงคนใดพบเห็นอีก ทุกสิ้นเดือนหมวดธนามักสละเวลาที่ได้พักผ่อนอันน้อยนิด แวะไปเยี่ยมแม่ชีแววที่วัด โดยแอบไปเยี่ยมดูสุขภาพของผู้มีพระคุณ ที่ชุบเลี้ยงเขามาแต่เด็ก ด้วยกลัวว่างานในหน้าที่อาจทำให้เขาไม่มีโอกาสพบแม่ชีอีกก็เป็นได้

แต่คืนนี้เมื่อกลับจากการผลัดเปลี่ยนเวรกับจ่าไผ่ ถึงห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จล้มตัวลงนอน ก็มีเสียงเรียกจากมือถือเขาดังขึ้น เบอร์สำคัญเบอร์นี้เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าไม่ใช่ จากหัวหน้าเขาก็ต้องเป็นจ่าไผ่แน่นอน แต่เมื่อหมวดธนารับสาย เขากลับแปลกใจยิ่งหนัก

“แม่ชีทำไมทราบเบอร์ของผมครับ?”

แม่ชีแววไม่ได้ตอบคำถามนั้น แค่บอกเขาว่าคืนพรุ่งนี้ให้ไปพบแป้งใส ให้ไปพร้อมกับจ่าไผ่และพ.ต.อ.ชาตรี ที่วัดนรารื่น ตอน 3 ทุ่มตรง และตอบคำถามที่อยู่ในใจของหมวดธนาว่าทำไมต้องไป?

“แป้งใสมีทางลับเข้าทาวน์เฮาส์หลังนั้นไงละลูก”

บ้านหลังนั้นซ่อนตัวอยู่หลังอาคารติดถนน ซึ่งด้านหนึ่งเป็นหอพักอีกด้านหนึ่งเป็นตึกแถวเล็กๆ สองสามห้องแรก เป็นร้านขาอาหารตามสั่ง ถัดมาเป็นร้านเสริมสวย สองห้องสุดท้ายเป็นร้านขายหนังสือกับขายอะไหล่เครื่องยนตร์ ส่วนทางเข้าบ้านอยู่ตรงกลางระหว่างหอพักกับตึกแถว เป็นซอกซอยเล็กๆ รถแทบจะเข้าไม่ได้เป็นซอยส่วนบุคคล ซึ่งไม่มีการซ่อมแซมมาแสนนานเต็มไปด้วยอิฐหัก หลุมบ่อและหญ้าขึ้นแซมรกตา

รั้วบ้านเป็นสังกะสีขึ้นสนิม มองเห็นไม้เลื้อยที่ยื่นออกมาจากบ้านตามรอยผุกร่อนอีกทั้งหญ้าคาและต้นไม้ใหญ่สองสามต้นที่ขึ้นรุงรัง ตรงหน้าบ้าน ถ้าไม่เห็นโซ่ที่ล่ามตรงประตู พงศ์คิดว่ามันเป็นบ้านร้างแน่นอน

“สุดยอดเลยครับคุณแป้ง คนออกแบบทางลับคนนี้”

พงศ์เคยคิดเข้ามาตรวจซอยตันซอยนี้ แต่หลบคนตรงตึกแถวด้านหน้านั้นไม่เคยพ้นสักที หลายเดือนที่คิดหาหนทาง ก็ยังคว้าน้ำเหลว แต่คืนนี้แค่มากับแป้งใสก็ผ่านตาคนพวกนั้นเข้ามาได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆที่พงศ์ยังมองเห็นคนนับสิบนั่งเรียงรายอยู่ตามร้านอาหารบ้าง หน้าร้านขายอะไหล่บ้าง แม้แต่ร้านเสริมสวยก็มีคนเดินเข้าเดินออก คอยสอดส่ายสายตาไปมาไม่หยุดหย่อน เป็นเรื่องแปลกแต่จริง เมื่อรถสามคันผูกเชือกเล็กๆที่แป้งใสยื่นส่งมาให้ ก็ปิดบังตาจากคนพวกนั้นได้ทันที!!!!

เขาเริ่มยอมรับเธออยู่ในใจ เมื่อถึงบ้านทุกคนลงจากรถมาฟังการสั่งงานจากแป้งใส เป็นครั้งที่สอง รวมไปถึงคนเก่งอย่างผู้พันคนนั้นด้วย

“แป้งกับเป๊กและโจจะเข้าไปตรงเทวรูป คุงพงศ์กับเพื่อนสองคนไปที่จุดสอง ส่วนผู้พันชาตรีกับเพื่อน ลงไปในบ่อน้ำหลังบ้านซึ่งจะทะลุถึงตรงหน้าลิฟท์ในป้อมยามทันที เมื่อถึงจุดนั้น วางเครื่องเซ่นแล้วอย่าลืมปักเข็มลงไปก่อนจุดไฟเผารูปที่ให้นะค่ะ ขอย้ำอีกหนต้องทำตามนี้ ไม่งั้นเราทุกคนจะไม่ได้พบกันอีก”

เมื่อแบ่งหน้าที่กันเสร็จทุกคนกลับขึ้นรถ ยกเว้นแป้งใสที่ล้วงหยิบมือถือออกมา เธอไม่ได้กดเบอร์หาใคร แต่ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ไปจ่อบนกุญแจดอกโต ที่คล้องตรงโซ่หน้ารั้วบ้าน โบกไปมาเหนือกุญแจดอกนั้นหลายรอบ ก่อนยืนตรงหน้าประตูที่มีรูสี่เหลี่ยมเล็กๆ สักครู่ก็มีชายชราเดินออกมาจากในบ้าน แต่เขาไม่ได้เดินมาเปิดประตู แต่เดินไปยืนตรงที่มีต้นไม้ใหญ่สามต้นนั้น จ้องมองตรงๆออกมา ทันใดนั้นมีเสียงคล้ายคนผิวปากดังเบาๆติดๆกันสามหน แล้วทุกคนบนรถก็พากันตกตะลึงทันที เมื่อประตูรั้วเก่าๆผุๆหายลับตาไป สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทุกคนคือ ถนนราบเรียบสายหนึ่ง!!!!

แป้งใสกลับขึ้นรถโบกมือเป็นสัญญาณเริ่มปฎิบ้ติงาน แล้วรถทั้งสามคันก็ขับหาย เข้าไปในถนนสายนั้น ผ่านโค้งแรก ก็พบเนินทางสามแยก พงศ์ขับแยกไปสายกลาง ส่วนผู้พันชาตรี ยังคงขับตามแป้งใสตรงเข้าไปที่โค้งที่สอง เมื่อถึงโค้งที่สองด้านซ้ายมือมองเห็นเหมือนมีบ่อน้ำเก่าๆบ่อหนึ่งตรงปลายทาง ซึ่งเป็นทางตัน เขาจึงขับเลี้ยวเข้าไป ในใจของชาตรีอดเกิดคำถามขึ้นมาอีกไม่ได้..ทำไมแป้งใสทายถูกอีกแล้วนะ?

เขานึกถึงตอน 3 ทุ่ม เมื่อเขาเจอเธอเป็นครั้งแรก เขาไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลางไม่เคยเชื่อสิ่งลึกลับต่างๆ แม้จะเคยได้ยินอยู่บ่อยครั้ง เขาก็รู้สึกแค่เป็นเรื่องการฟังนิทานก่อนนอนของเด็กๆเท่านั้นเอง แต่จากการตอบโต้และการผ่านด่านๆถึง ชั่วโมงกว่าๆในคืนนี้ จนเข้ามาถึงบ้านได้ในตอนนี้ ชาตรีเริ่มยอมรับกับตัวเองบ้างแล้วว่า โลกนี้กว้างใหญ่และสิ่งที่ไม่เคยพบ มันอาจมีอยู่จริงก็ได้ใครจะรู้

เทวรูปที่อยู่เบื้องหน้าของแป้งใสในตอนนี้เป็นเทวรูปแก้วสีนิล สูงมากราว 30 เมตรหนาทึบมองไกลๆ ราวกับยักษ์ยืนขวางอยู่ที่ริมถนน เมื่อลงจากรถ โจถือถุงพลาสติกที่ข้างในบรรจุสารเหลวๆคล้ายดินเหนียว ขณะที่เป๊กเมื่อลงจากรถ ก็รับมือถือจากแป้งใส
มาคล้องเข้าที่ลำคอตัวเอง และเอ่ยออกมาว่า

“พี่ป๋อง ผมพร้อมแล้วครับ”

จากนั้นมีลมวูบหนึ่งผ่านเข้าตัวเขา เป๊กรู้สึกเหมือนเขากำลังฝัน ฝันเห็นตัวเองเดินไปสะกิดโจ แล้วตรงไปที่เทวรูปองค์นั้น เขาจับขาข้างหนึ่งของเทวรูป มันช่างร้อนราวกับถ่านในเตาไฟก็ไม่ปาน โจขึ้นหลังเขา จากนั้นเขาปีนจากขาเทวรูปขึ้นไป ยิ่งนานยิ่งร้อนเหงื่อเม็ดโตๆไหลไม่หยุดหย่อน ส่วนแป้งใสเปิดกระเป๋าผ้าใบเล็กๆสีแดงสด แบออกวางบนหน้ารถสปอร์ตของเธอ ก่อนเดินไปหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทางที่ท้ายรถ จากนั้นยืนนิ่งเพ่งจิตไปที่ร่างของเป๊กที่ตอนนี้มีวิญญาณของป๋องสิงอยู่ เธอบอกป๋องว่า

“เหลือเพียง 10 นาที ป๋องอดทนหน่อยนะ ฉันจะเริ่มพิธีตอนนี้เลยนะ”

แป้งใสหยิบวัตถุประหลาดก้อนนั้น โดยการสอดนิ้วเข้าไปราวกับการจับลูกโบว์ลิ่งด้วยมือซ้าย มือขวาก็หยิบเข็มจากกระเป๋าผ้าปักลงไปพร้อมกับท่องมนตร์ที่แม่ชีแววเคยสอนไว้ เมื่อปักครบสิบหน วัตถุประหลาดนั้นก็ลอยไเองอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าหาเทวรูป ลอยไปเกาะตรงนัยน์ตาติดแน่นราวแม่เหล็ก จากนั้นเสียงคล้ายคนใช้เหล็ก
แหลมกรีดกระจก ดังสะท้อนไปมา สลับกับเสียงเป๊กร้องโอ๊ยอย่างเจ็บปวด ขาที่เริ่มสั่นและอ่อนแรงลง ทำให้โจเกือบพลั้งปากหลุดคำอุทานออกมา

วิญญาณป๋องในร่างของเป๊ก ปีนขึ้นไปยืนบนบ่าเทวรูปได้ในที่สุด โจรีบเปิดถุงพลาสติก หยิบวัตถุเหลวๆป้ายไปที่หน้าซีกซ้ายที่เป็นผู้ชายทันที ป้ายเข้าไปทุกครั้ง จะมีน้ำเหนียวข้นสีแดงราวกับสีเลือดไหลออกมาตามง่ามนิ้วของโจ โจนิ่วหน้าอดทนกับความเจ็บปวดราวลูบใบมีดคมกริบด้วยความทรมาน พยายามป้ายจนหมด ขณะที่เกาะหลังเป๊กปีนกลับลงมา เสียงปืนก็ดังแว่วมาแต่ไกล แต่โจเริ่มทนบาดแผลความปวดไม่ไหวสลบแน่นิ่งไปเมื่อถึงพื้นเสียแล้ว!!!!!


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 5 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 13 : 45 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com