Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> โชคชะตา เวลา และสองเรา ตอนจบ

เรื่อง :

โชคชะตา เวลา และสองเรา

 ตอนจบ

“โอย...เจ็บขาจังเลยวะ” เช้าวันถัดมาหลังจากที่เดินทางกลับมาจากภูกระดึงผมต้องตื่นขึ้นมาพบว่าขาตัวเองเจ็บระบมไปหมด จะไม่ให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร ในเมื่อผมต้องแบกยายนุชเดินตั้งหลายกิโลกรัม แถมขาลงเจ้าหล่อนยังลืมของไว้ข้างบน กว่าจะนึกได้ก็ลงจากหลังแปมาได้สัก 500 เมตร ผมเลยต้องรีบกลับขึ้นไปเอามาให้ แล้วยังต้องรีบจ้ำให้ทันพักพวกอีก

แม้ทว่าแม้จะเจ็บขาปานใดผมก็ยังดีใจเล็ก ๆ อย่างน้อยก็แลกมาซึ่งความรู้สึกดี ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งละ
เสียงโทรศัพท์ดังสะท้านห้องจนผมต้องสะดุ้งตื่นรีบลุกขึ้นมาจากโซฟาเหลือบดูนาฬิกาที่ฝาผนังบอกเวลาเที่ยงกว่าจวนจะบ่ายโมงอยู่แล้ว ความคิดบ่างอย่างพรั่งพรูเข้ามาในสมองนั่นทำให้ผมต้องฝืนสังขารวิ่งไปรับโทรศัพท์ทั้ง ๆ มันเจ็บระบมไปทั้งขา

เสียงขุ่นเคืองอันคุ้นหูดังลั่นมาทันใดที่ผมยกหูโทรศัพท์ขึ้น ชนิดที่ยังไม่ได้เอามาแนบหูก็ยังได้ยินชัดเจน
“พี่สิทธิ์ ตกลงพี่จะมาดูหนังกับนุชไหมเนี่ย พี่นัดนุชเที่ยงครึ่งแล้วนี่มันกี่โมงแล้วจะบ่ายโมงแล้วนะไอ้พี่สิทธิ์บ้ายังไม่โผล่หัวมาอีก แล้วโทรไปตั้งสามสี่ครั้งทำไมไม่รับหา...”

“แฮะ ๆ ๆ...พี่หลับอยู่จ๊ะนุช ขอโทษทีจ๊ะวันนี้...”
ผมกำลังจะบอกว่าเจ็บขาขอเลื่อนนัดออกไปก่อนได้ไหม แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากยายนุชก็สวนกลับมาน้ำไหลไฟดับ ก่อนที่จะทิ้งท้ายด้วยการให้โอกาสผมแก้ตัวโดยการรีบออกจากบ้านไปหาเธอภายใน 20 นาที
เห้อ......เอาวะก็รักเขาไปแล้วนี่หว่า เจ็บขาแค่นี้ทนเอาหน่อยก็แล้วกัน ผมให้นุชรออยู่ผมอีกหน่อยจะรีบไปภายในสิบนาที ผมค่อย ๆ ลากขากลับขึ้นห้องอาบน้ำก่อนจะบึ่งมอร์เตอร์ไซไปหาเธอทันที

ยายตัวแสบนั่งหน้าบึ้งอยู่ในร้านแมคโดนัล ผมเดินอย่างแช่มช้าเข้าไปหาเธอ ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงตรงกันข้ามกับเธอ เราสองคนใช้เวลาปรับความเข้าใจพร้อมกับทานอะไรรองท้องอยู่ครึ่งชั่วโมงจึงค่อยไปซื้อตั๋วหนัง ซึ่งโชคดีไม่น้อยที่ไม่ต้องรอนาน เพราะซื้อตัวแล้วเข้าไปนั่งรอในโรงหนังได้เลย

สองชั่วโมงกว่า ๆ ที่อยู่ในโรงหนัง ผมนั่งจับมือยายตัวแสบตลอดเวลา
แต่เชื่อหรือเปล่ากว่าผมจะจับกุมมือเธอได้ใช้เวลาไตร่ตรองอยู่ร่วม ๆ 10 นาที กลัวนู่นกลัวนี่ไปเรื่อยจนต้องใช้ความใจกล้าหน้าด้านเข้าข่มกุมมือเธอดื้อ ๆ แต่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่แปลกแฮะเธอให้ความร่วมมือแต่โดยดี จนหนังจบต้องลุกออกจากเก้าอี้นั่นแหละมือขวาของผมกับมือซ้ายของเธอจึงได้แยกออกจากกัน

อารมณ์ในตอนนั้นมันดีใจอย่างไรบอกไม่ถูกเหมือนเด็ก ๆ ได้ของเล่นชิ้นใหม่ก็ว่าได้ และตอนออกมาจากโรงหนังนี่เองผมพึ่งจะสังเกตเห็นว่าพวงแก้มของยายตัวแสบนุชแดงระเรื่อเต็มไวสาวน่าหอมน่าหยิกเสียจริง

แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปเห็นเหล่สาวหมวย สวย อึ๋มนางหนึ่งที่ขึ้นบันใดเลื่อนสวนทางกัน ยายนุชตัวแสบก็เลยจัดการกระตีเข่าเข้าต้นขาผมเข้าเต็มแรง ชั่วโมงนั้นเจ็บจี๊ดจนเดินไม่ไหวเชียวละ
“พี่เป็นอะไร นุชตีเข่าแค่นี้ทำเป็นเจ็บ สำออยเหรองั้นซัดอีกทีดีมะ”
“สำออยบ้าบออะไรเล่านุช คนเจ็บขาวุ้ย”

หลังจากนั้นคงไม่ต้องพูดอะไรต่อดูจากสีหน้าของเธอคงจะพอเข้าใจแล้วว่าอะไรเกิดขึ้นกับผม แต่ก็ยังไม่วายโดนบ่นอีกจนได้ โทษฐานที่ผมไม่บอกเธอดันฝืนสังขารออกมาได้
ง่ะ !!! ก็อยากจะบอกตั้งแต่ตอนอยู่บ้านนู่นแล้วล่ะ แต่แหมคุณเธอพูดฉอด ๆ ๆ ไม่ให้แทรกเลยนี่หว่า

ยายนุชรีบเจ้ากี้เจ้าการพาผมไปหาหมอ ผมเลยได้ยามาหลายห่อพร้อมกับคำสั่งพักงานหลาย ๆ วัน ตอนแรกก็กะว่าจะไม่พักตามหมอสั่งละน้า แต่เกรงใจยายตัวแสบเค้าละ
หลายวันต่อจากนั้นจึงเป็นทีของผมบ้างละครับ อ้อนยายตัวแสบซะให้เต็มที่ งานนี้ต้องเรียกทุนคืนให้คุ้ม

ผลพลอยได้จากการไปเที่ยวภูกระดึงครั้งล่าสุดคงต้องบอกว่าสุขใจแต่ทุกกายจริง อาการบาดเจ็บทางกายแต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตชิ้นหนึ่งที่หลาย ๆ คนรอคอยและเฝ้าตามหา
อดีตที่ผ่านมาเปรียบเสมือนความฝันแค่ตื่นหนึ่งสำหรับผมกับยายนุชตัวแสบ ที่นึกย้อนกลับไปทีไรก็ยังขำทุกทีสิน่า ไม่รู้เหมือนกันว่ายายเด็กปากดีช่างเจรจาพาที จะกลายเป็นสุดที่รักของผมไปได้

ก็ไม่รู้เพราะอะไรที่นำพาให้เรามาพบกัน โชคชะตา พรหมลิขิต บุญพาวาสนาส่ง หรือเพราะมะม่วงหน้าบ้านผมก็ตาม ผมขอขอบคุณที่มอบคนดีของหัวใจคนนี้ให้ แม้ว่าวันนี้เธอกำลังจะกลายเป็นแม่คนแล้วก็ตามแต่ก็ยังคงความเป็นยายตัวแสบเมื่อครั้งแรกเจอไม่สร่างซา แต่ผมก็รักเธอน่า แค่นี้ผมทนได้


โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 5 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 43 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com