Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เธออยู่ที่คอนโดด้วยกั๊บป๋ม (3)

เรื่อง :

เธออยู่ที่คอนโดด้วยกั๊บป๋ม

 (3)

สำลีกำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทันใดนั้นหน้าหลอไฟในห้องพลันกระพริบวาบ วาบ ก่อนดับลง สำลีนิ่งตะลึงสักครู่ หันไปมองรอบตัวที่ที่มืดสลัวลงทันตา มีเพียงแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ที่ได้ส่องแสงพอให้มองเห็นได้บ้าง เสียงเครื่องสำรองไฟส่งเสียงเตือน ปี๊บ ปี๊บ สำลีจำต้องรีบเซฟไฟล์งานทั้งหมด หยิบไฟฉายในตู้เสื้อผ้าก่อนจะทำการปิดคอมพิวเตอร์ไป

“ฝนฟ้าก็ไม่ตกทำไมไฟดับวะ รึว่าการไฟฟ้ามาทำไฟ เอ...ปกติก็มีประกาศให้รู้ก่อนนี่หว่า” สำลีบ่นเบา ๆ คนเดียวภายในห้องก่อนคว้ากุญแจกับไฟฉายแล้วปิดห้อง เดินลงบันไดตึกไป

แสงสว่างจากไฟนอกคอนโดฯ ทำให้เขามองเห็นทางได้ราง ๆ ช่วงแรกสำลียังได้ยินเสียงพูดคุย เสียงเดินของเพื่อนร่วมตึกดังเซ็งแซ่ แต่ไม่นานเสียงนั้นเงียบหายไป แสดงว่าเพื่อนร่วมคอนโดฯคงกลับเข้าห้องแล้ว ความเงียบเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้ง

สำลีออกไปรับประทานอาหารแถว ๆ ตลาดใกล้คอนโดฯ ร่วมครึ่งชั่วโมงจึงเดินทางกลับห้องด้วยหวังว่าไฟฟ้าคงจะมาแล้ว แต่ภาพที่เห็นยังคงเป็นตึกทีปกคลุมด้วยความมืดสลัว มีแสงสว่างจากเทียนที่ถูกจุดขึ้นภายในห้องหับต่าง ๆ ประปราย เชื่อได้ว่าคนส่วนมากคงออกไปข้างนอกแบบเขาเสียมากกว่าจะจับเจ่าอยู่ในห้องที่ร้อนอบอ้าวเอาการ

“ว้าย...ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย โอ๊ย”
เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดันขึ้นระหว่างที่เขากำลังเดินขึ้นสู่ชั้น 8 สำลีคาดว่าคงเกิดเหตุร้ายขึ้นเป็นแน่ จึงรีบย่องขึ้นไปยังที่มาของเสียงอย่างเงียบเชียบ

ภาพที่เขาเห็นคือชายหนุ่มท่าทางหน้ากลัว กำลังยืนจังก้าถือมีดปลายแหลมจี้คอหญิงสูงวัยที่กำลังออกแรงดึงรั้งกระเป๋าของตนเองไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของอีกฝ่าย แต่ว่าหญิงหรือจะสู้ชายโดยเฉพาะหญิงสูงวัยแบบนี้ ในที่สุดโจรนั่นก็ชิงกระเป๋าไปอยู่ในมือของตัวเองได้สำเร็จ

เจ้าโจรร้ายนั่นมันกำลังจะเงื้อมีดจ้วงแทงเหยื่อเคราะห์ร้าย สำลีก็รีบปรี่เข้าไปหาพร้อมกับหวดไฟฉายเข้าที่ท้ายทอยของมันอย่างจังจนเซถลาไปเบื้องหน้า เขารีบพุ่งตัวตามเข้าไปตะครุบตัวมันทันที

“ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย มีโจรปล้น” หญิงเคราะห์ร้ายส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
สำลีโรมรันพันตูกันอยู่ชั่วครู่ก็พลาดท่าโดนมีดบาดเข้าที่ท่อนแขน ก่อนจะโดนมันถีบออกมา พร้อมกับเงื้อมีดเตรียมปลิดชีพเขา

โชคดีที่ชะตาของเขายังไม่ถึงฆาต เพื่อน ๆ ร่วมคอนโดฯ ก็โผล่กันออกมาช่วยเหลือได้ทันท่วงที
คนร้ายเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบวิ่งไปยังบันไดหนีไฟ มุ่งลงไปยังชั้นล่าง แต่แล้วมันกลับวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นไปทางชั้นบนแทน

“พี่ ๆ รีบวิ่งไปดักมันทางบันไดเร็วอย่างให้มันหนี เดี๋ยวผมจะไปดักทางบันไดหนีไฟเอง” สำลีได้สติรีบส่งการให้ทุกคนที่มายังที่เกิดเหตุให้ช่วยกันแยกย้ายดักจับคนร้าย หากเป็นยามปกติ เขาคงไม่กล้าออกคำสั่งกับคนเหล่านี้ แต่ด้วยเหตุการณ์พิเศษแบบนี้คำพูดเหล่านี้กลับช่วยให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันแต่โดยดี

สำลีและคนอื่น ๆ วิ่งตามคนร้ายไปจนถึงดาดฟ้า ภาพที่พวกเขาเห็นกลับทำให้ทุกคนหยุดอยู่กับที่ดูเจ้าโจรนั้นคลืบคลานอย่างลนลาน สีหน้าของมันราวกับพบเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสุดขีด

“อย่า อย่าเข้ามา ออกไปให้พ้น ไป ไป” มันส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัว มือไม้ปัดป่ายไปทั่ว ทันใดนั้นมันก็ผลุดลุกขึ้นวิ่งไปชนกับกำแพงดาดฟ้าแล้วก็พลัดตกลงไปเบื้องล่างกระแทกกับพื้นร่างกายแหลกเหลว เลือดนองไปทั่วพื้นเบื้องล่าง

“โพล๊ะ...”
“หึ หึ นายสำสี ถือว่าเป็นโชคดีของนาย ฉันได้คนมาแทนนายแล้ว”

สุดาวรรณมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจเอาชีวิตไอ้โจรร้ายเป็นตัวแทนของสำลีในคืนนี้
ผีสาวยืนมองเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเคลียพื้นที่อยู่เบื้องล่าง ขณะที่สำลีกำลังยืนให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ตรงนั้นเช่นกัน

สุดาวรรณมองหน้าสำลีสลับกับร่างไร้วิญญาณของโจรร้าย หนึ่งดี หนึ่งชั่ว โชคดีที่เธอไม่ได้พรากคนดีอย่างสำลีไปจากโลกนี้

สุดาวรรณเหลือบมองดูหญิงเคราะห์ร้ายที่ลูกหญิงชายห้อมล้อมปลอบใจอยู่ทำให้เธอคิดถึงพ่อแม่ที่แก่เฒ่าขึ้นมาจับใจ ทำไมหนอเธอถึงได้อายุสั้นแค่นี้ไม่มีโอกาสดูแลแม่ที่ป่วยออด ๆ แอด ๆ ถ้าหากมีคนดี ๆ ยอมช่วยดูแลพ่อแม่เธอก็คงจะดีไม่น้อย

คืนนั้นสุดาวรรณจึงมาหาสำลีในฝัน พร้อมกับทำให้สำลีมองเห็นเหตุการณ์เมื่อตอนค่ำที่เธอคิดปลิดชีวิตเขาแต่พบกับความเมตตามีคุณธรรมที่ช่วยหญิงชรา โดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง เธอจึงละเว้นชีวิตเขา แต่เขาจะต้องรับปากดูแลพ่อแม่พ่อแม่เธอแทน และถ้าชาติหน้าเธอได้เจอสำลีอีกเธอจะตอบแทนบุญคุณเขาเอง
แต่สำลีหาได้รับปากผีสาวในทันทีไม่

เช้าวันรุ่งขึ้นสำลียังครุ่นคิดถึงความฝันเมื่อคืนนี้ หญิงสาวในฝันนั้นเป็นใครกัน แต่คงเป็นเพราะตัวเองคิดมากจนเก็บไปฝัน เขาไม่สนใจความฝันนั้นอีก

แต่แล้วเมื่อเขาก็ต้องฝันถึงเรื่องราวเดิม ๆ ซ้ำซากติด ๆ กันนับอาทิตย์ ในฝันนั้นเขาถูกหญิงสาวปริศนาป่วนจนยุ่งเหยิงไปหมด เรื่องราวดำเนินไปดังละครทีวีเรื่องหนึ่ง

นานวันเข้าสำลีจึงตัดสินใจไปสืบดูที่ต่างจังหวัด ที่บ้านของสุดาวรรณตามที่เธอบอกไว้ในความฝัน ซึ่งเขาพบว่ามันเป็นเรื่องจริง แม่ของสุดาวรรณป่วยหนักจึงเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังพร้อมกับรับอาสาพามารักษาตัว ที่กรุงเทพ ฯ ด้วยเงินส่วนตัวที่เขามีรายได้จากร้านค้าสินค้ามือสอง

แต่สำลีก็ยังฝันถึงสุดาวรรณอยู่ทุกค่ำคืน เพียงแค่คราวนี้เธอไม่ได้มากวนแต่มาขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือครอบครัวของเธอ

กิจการขายของมือสองของสำลีทำกำไรได้งดงาม มีลูกค้ามาอุดหนุนอุ่นหนาฝาคั่งแทบทุกวัน จนสำลีสามารถขยายร้านออกไปอีกสองสาขา เขาคงไม่รู้หรอกว่าส่วนหนึ่งนั้นมาจากผีสาวในฝันที่ช่วยเหลืออยู่นั่นเอง

สำลีกับผีสาวยังคงพบกันในความฝันอยู่อย่างนั้นทุกค่ำคืน จากคนเคยกลัวผีนานวันเข้าความกลัวนั้นก็เลือนหาย โลกสีชมพูบังเกิดขึ้นในความฝันของสำลีแล้ว

จนวันหนึ่งแห้วเพื่อนรักของสำลีแวะมาหาสำลีที่ห้องเพื่อปรึกษางานสาขาใหม่ เขานำถุงพลาสติกใบโตที่หนักเอาการมาด้วยเมื่อสำลีเปิดประตูให้แห้วเข้ามา เสียงร้องอย่างเจ็บปวดโหยหวนของสุดาวรรณก็ดังทั่วห้องทันที

โดย : ขุนพลน้อย
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 14 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 16 : 11 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com