Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ถึงจันทรา จากเมืองแห่งความเหงา

เรื่อง :

ถึงจันทรา จากเมืองแห่งความเหงา

ถึงพระจันทร์ที่รัก
นับตั้งแต่ที่ข้าทิ้งเธอไป ใจข้าคล้ายหยุดทำงาน
ไม่หรอก...มันยังเต้นดีอยู่... แต่ช่างไร้ชีวิตชีวาและความรู้สึก
ข้าไปอยู่ที่เมืองแห่งความเหงา และทิ้งดวงดาวที่เธอให้ไว้เบื้องหลัง
ข้าคงทำให้เธอเศร้าเสียิ่งกว่าเดิมสินะ...และยังด้วยความตั้งใจเสียอีก
แต่จะทำอย่างไรได้ ก็ตอนนั้นหัวใจข้ามันคล้ายเครื่องจักร
ข้าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆห้องหนึ่ง
ทั้งห้องมีเพียงของที่จำเป็นต้องใช้....ใช่แล้ว ข้าไม่ได้เอาดาวเหล่านั้นมาด้วยหรอก
ที่ทำงานของข้า เป็นช่องสี่เหลี่ยมเรียงกันเป็นตับ และแต่ละช่องนั้นก็เหมือนกันจนแยกแยะไม่ได้ มีเพียงตัวเลขที่เขียนอยู่เท่านั้นที่บอกว่าข้าทำงานที่ช่องไหน
ข้าและผู้ร่วมงานคล้ายเครื่องจักร เราไม่ใช่ว่าไม่ติดต่อสื่อสารกันหรอกนะ แต่ว่าทุกคำพูดนั้นก็เพียงแต่พูดไปเพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับ หรือทำร้ายกันและกันเพื่อเบียดเสียดสู่ห้องทำงานแบบใหม่ ที่หรูหรากว่าเดิม แต่มันก็ยังเป็นห้องสี่เหลี่ยมเหมือนเดิม
สายตาที่เรามองกัน เหมือนกับมองอีกหลายๆล้านคนบนโลกใบนี้
ข้าไม่ได้มีความสำคัญพิเศษต่อใครเลย
และไม่มีใครมีความสำคัญพิเศษสำหรับข้า
ที่นั้นทั้งเย็นชา และเงียบงัน เสียงที่ดัง ล้วนแต่เป็นเสียงเครื่องจักร
แม้แต่เสียงหัวใจเต้น
......
ในที่สุดข้าก็ต้องหันกลับมามองตัวเองอีกครั้ง
ข้าบอกตัวเองเสมอว่า ที่ข้าทำนั้นเพื่อมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
แต่ตอนนี้ข้าไม่สุขเลยสักนิด
ข้าจะทำเพื่อเลี้ยงชีวิตที่คล้ายเครื่องจักรนี้ไป มีความหมายอันใด
แล้วข้าก็คิดถึงเธอ....
ดวงจันทร์ที่รัก

ข้ารู้ว่าเธอคงเก็บดาวเหล่านั้นไปหมดแล้ว ข้าคงได้แต่แสวงหาดาวดวงใหม่ เพื่อมาเติมแสงสว่างให้แก่ใจข้า
ข้าพยายามร่ำร้องเรียกให้เธอกลับมาหา
ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
เมื่อดวงจันทร์ตัดสินใจจบความสัมพันธ์แล้ว จะไม่กลับมาตลอดกาล ข้ารู้ดี
เพราะเธอนั้นบอกข้าตั้งแต่แรกเจอ แต่ข้าไม่ได้ใส่ใจ
ข้าไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ทำให้เธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์จะเป็นตัวข้าเอง
เพราะความสำคัญผิด อย่างโง่งมของข้าแท้ๆ
แต่ข้ายังคร่ำครวญหา
ทั้งๆที่รู้ว่าเธอจะรับรู้และเจ็บช้ำ ด้วยว่าเธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
ข้าทำร้ายเธออีกแล้ว
ข้าเห็นแก่ตัวนัก ที่ผลักไสความเจ็บช้ำนั้นให้แก่เธอ
ข้ารู้ตัว ข้าจึงหยุด
ข้าไม่เรียกร้องอะไรอีก เพราะที่ข้าได้นั้นมากมายพอแล้ว มากมายเท่ากับที่ข้าทิ้งไป

ยามค่ำคืนข้าจึงได้แต่มองเธอ
ข้ารู้ดีว่าเธอให้อภัยข้าแล้ว...ก็เธอใจดีออกอย่างนั้น
ข้าได้แต่เฝ้าฝัน ว่าเธอนั้นอยู่บนฟ้าสบายดีหรือไร
บางครั้งเธอก็เหมือนจะอมยิ้มให้ข้า บางคราก็คล้ายจะร้องไห้
วันไหนที่เธอไม่ลอยผ่านมา ข้าก็จะฝากคำพูดกับดาวไว้ แล้วคำนึงในใจว่าป่านนี้เธอจะไปถึงไหนเสียแล้ว
เธอกำลังยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้
เพียงคิดถึง ภาพเธอนั้นก็กระจ่างในใจ
แต่ไร้ตัวตนของเธอเลย

นี่น่ะหรือที่เรียกว่าความฝันของผู้ใหญ่?


โดย : ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 16 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 0 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com