Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เพราะรัก...จึงโกง

เรื่อง :

เพราะรัก...จึงโกง

ฝนที่ตกหนักแต่เช้ามืดจนบัดนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาลง ทำให้ถนนหน
ทางเริ่มมีน้ำขัง มนูญขับรถด้วยความลำบาก ฝนทำให้ถนนลื่นแล้วยังทำให้กระจก
หน้าหลังของรถมัวแทบมองไม่เห็นทาง มนูญประคองรถขับเหมือนคลาน สักครู่ก็
เกิดเสียงดัง “โครม” เขาเกิดอาการชาด้านมึนงงก่อนสลบแน่นิ่งไป

ที่หน้าห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มนูญเดินไปมานับสิบรอบ
ชายชราที่ยืนขวางเบื้องหน้าเขามีอำนาจประหลาด คนผ่านไปมาไม่มีใครเห็น
คนทั้งคู่ที่ฝ่ายหนึ่งอ้อนวอน ฝ่ายหนึ่งคอยผลักไสตลอดเวลา

“ถ้าเกินอีกสิบนาทีผมยังไม่ได้กลับเข้าร่างตัวเอง ทางหมอคงเอาร่าง
ของผมไปปู้ยี้ปู้ยำแน่ๆ ผมกลัวการผ่าตัดที่สุด ลุงครับกรุณาหลีกทางให้ผมได้กลับ
เข้าร่างเถิดนะครับ”

“ก็บอกแล้วไงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางก่อน เอ็งไม่จ่ายมาก็กลับ
เข้าไปไม่ได้”

“ลุงเรียกแพงเหลือเกินนี่นา ผมยอมไม่ได้จริงๆ”

มนูญไม่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมจนแล้วจนรอด แต่เมื่อจวนเวลาเหลือ
แค่สามนาทีเขาเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมาทันที

“ลุงเอาค่าธรรมเนียมไปครึ่งหนึ่งก่อนนะ ที่เหลือไว้รับกับลูกชายผม”

ในห้องไอซียูหลังจากคนไข้ฟื้น หมอเดินออกมาพร้อมพยาบาล
ผู้ช่วย หลังจากสั่งให้ติดต่อญาติผู้ป่วยแล้ว ก็เดินเข้าไปพักผ่อนที่ห้องพักด้านตรงข้าม
สักครู่ใหญ่ๆก็เข้าไปตรวจคนไข้คนต่อไป

หลังจากวันนั้นมาแค่ปีเดียว ในวันครบรอบแต่งงานของมนูญกับ
อารี ลูกชายคนเดียวของเขาที่ลืมตามาดูโลกจนวันนี้รับปริญญาตรี ก็ได้รับข่าวร้าย
พ่อตายด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน คือนอนหลับแล้วก็ตายไปเฉยๆโดยไม่มีอาการอะไร
เตือนบอกล่วงหน้า

หลังงานศพพ่อ มนัสลูกชายของมนูญบัณฑิตใหม่ที่ยังไร้งานทำ ตัดสินใจขับรถรับจ้างตามอาชีพเดิมของบิดา ด้วยมารดาที่ป่วยออดแอดสี่ห้าปีช่วงหลังนี้
ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มนัสจึงหมดหนทางรองานอื่นต่อไป อีกทั้งก่อนหน้านั้น เขาเคย
ไปกับพ่อในวันหยุดเรียน ช่วยขับเพิ่มอีกคน เพื่อหารายได้เป็นค่าเล่าเรียนของตัวเอง
จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการจดจำถนนหนทาง

การขับรถรอบดึกจนเช้ามืดแม้ลูกค้าน้อย แต่มักได้ทิปจากลูกค้า
ประจำที่ทำงานเลิกดึก อีกทั้งการมีขาประจำคอยเรียกรับใช้ ทำให้มนัสมีรายได้พอเพียง
กับค่าใช้จ่ายของตัวเองและแม่ เมื่อเขาขับรถผ่านพ้นปีที่สองจึงตัดสินใจเจรจากับเถ้าแก่

“ผมอยากขอผ่อนรถคืนได้ไหมครับ”

การเป็นคนมีมารยาทดีและถนอมรถอีกทั้งรถคันนั้นเป็นของ
มนูญเพื่อนรักของเขา เถ้าแก่จึงตกลงคิดราคาเท่าเดิมจากที่รับซื้อมา

วันหนึ่งบนถนนสายเดิมที่มนูญเคยเกิดอุบัติเหตุ มีหญิงสาวคน
หนึ่งโบกรถของมนัส และจากวันนั้นมาเธอก็เป็นลูกค้าประจำของเขา จนในที่สุดความ
ใกล้ชิดกอปรกับการเป็นลูกคนเดียวของแม่ที่ป่วยเหมือนกัน วณีพรนักร้องของห้องอาหาร
เล็กๆแห่งหนึ่งแถวอโศก ก็รับเขาเป็นคนรักด้วยความเต็มใจ

การออกมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในบางวันทีวณีพรหยุดงาน กับ
การต้องกลับบ้านเพื่อดูแลอาการของมารดา คนทั้งคู่ไม่ได้มองเป็นภาระที่เบื่อหน่าย ด้วยต่าง
เป็นลูกที่กตัญญูรู้คุณแม่ แต่วันหนึ่งวณีพรเกิดท้องขึ้นมา

“คงต้องแต่งงานกันนะพี่ ณีไม่อยากเอาเด็กออกและอยากให้
ลูกมีพ่อแม่ครบด้วยค่ะ”

การแต่งงานง่ายๆด้วยความเต็มใจของแม่ทั้งสองฝ่ายผ่านพ้น
ไปด้วยดี คนทั้งคู่ยังคงดำรงชีวิตบางวันด้วยกัน สลับกับทุกคืนต้องกลับบ้านเฝ้าอาการป่วย
ของมารดา จนวณีพรคลอดลูกชาย

คืนนั้นหลังจากมนัสรับวณีพรกลับมาจากโรงพยาบาล การ
เป็นแม่ลูกอ่อนกอปรกับดูแลคนป่วยเป็นงานหนักไม่น้อย มนัสจึงจ้างหญิงข้างบ้านมาช่วย
วณีพรเลี้ยงลูกอ่อนด้วย เพราะมีลูกและภริยายังต้องพักหลังคลอดทำให้เขาต้องทำงาน
เพิ่มมากขึ้น การขับรถถึงวันละสองรอบกับการพักผ่อนแค่วันละสามชั่วโมง ทำให้เขาเริ่ม
อ่อนเพลียง่ายยิ่งขึ้น

“โครม!...”

มนัสขับรถชนเสาไฟฟ้าเบื้องหน้าเพราะหลับใน แต่เมื่อลืม
ตาขึ้นทางเบาะด้านหลังมีชายชราคนหนึ่งขึ้นมานั่งอยู่ ชายชราในวัย80 แต่ดวงตาแววโรจน์
เรืองแสงประหลาด เสียงที่พูดก็แปลกเหมือนเสียงสตรีสาวก็ไม่ปาน

“ข้ามารับค่าธรรมเนียม เอ็งจะส่งคืนให้ข้าได้ตอนไหนพ่อหนุ่ม”

“ลุงเพ้อเจ้อรึเปล่านะ ผมไม่เห็นเข้าใจเลย”

ชายชราตาขึ้งขุ่นด้วยความโกรธ สักครู่ก็ผ่อนลมหายใจโบกมือ
ไปมาที่เบื้องหน้าเขา ภาพมัวๆที่เกิดขึ้นราวกับการดูหนังเก่าค้างปี ค่อยๆชัดเจนขึ้นทีละ
นิด เขามองเห็นสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง เดินไปที่ศาลแห่งหนึ่ง

“เจ้าพ่อพิรุณขอรับ ถ้าครั้งนี้ภริยากระผมคลอดบุตรชายละก้อ จะถวายอายุไขของกระผมกับภริยาไปทั้งหมดเลย สาธุ”

ภาพต่อมาที่เห็นคือภาพทวดของเขา ซึ่งอายุยืนถึง 89ปี
แต่ทวดก็แก้บนอายุแค่เพียงปีเดียว ด้วยข้ออ้างว่าไปเอาอายุที่ค้างบนบานกับปู่แทนซึ่งปู่ก็
แก้บนคืนแค่เพียงปีเดียวเช่นกัน แต่เมื่อถึงคราวพ่อๆของเขายอมจ่ายแก้บนคืนถึงครึ่งหนึ่งของ
อายุไข ทำให้พ่อตายแต่อายุเพียง49ปี

เพราะทวดมีแต่ลูกสาวถึง12คนแต่ไม่มีลูกชายสักที จึงไปขอ
กับเจ้าพ่อพิรุณโดยบนบานด้วยอายุไขของตัวเองกับเมีย แต่เมื่อปู่ของเขาเกิดมาทวดก็เปลี่ยน
ใจ เพราะไม่อยากให้ตัวเองกับเมียตายเร็วนัก จึงเลี่ยงผ่อนแก้บนคืนปีเดียว ปู่ก็ทำเช่นเดียวกัน
กับทวด ตอนนี้เขาจึงต้องคิดหนักขึ้น

การเป็นลูกกตัญญูมาแต่เด็ก มนัสจึงว้าวุ่นใจยิ่งนัก ถ้าต้อง
จ่ายอายุไขแทนทวดที่เป็นผู้ก่อเรื่องขึ้นทั้งหมด แล้วแม่ ลูก ภริยาเขาละ คงต้องลำบากมาก
กับการหาเลี้ยงชีพ แต่ถ้าเขาไม่จ่ายคืนวันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเขาตายไป ลูกและภริยาเขาคง
ต้องรับเคราะห์แทน จะทำการเช่นไรดีนะ?..ที่จะดีทั้งฝ่ายเขาและเจ้าพ่อพิรุณท่านนี้

ทันใดนั้นมีหนุ่มคู่หนึ่งเดินผ่านหน้ารถเขาไป มนัสตาเป็น
ประกายด้วยความปิติแกมโกงทันที

“ท่านครับ ตอนนี้แม่ยาย แม่ผม ลูกและเมียผมต่างกำลัง
ต้องการความช่วยเหลือจากผม ผมคงแก้บนอายุเป็นค่าธรรมเนียมคืนให้ท่านไม่ได้แน่ๆ แต่
อายุไขที่ทวดบนไว้ จะแก้บนคืนทั้งหมดทีเดียวกันในรุ่นต่อจากผมไปถ้ารุ่นใดเกิดมาเป็น
แฝด6คน ผมให้คำสาบานแทนทุกคน ท่านรับค่าธรรมเนียมที่ทวดบนบานคืนไปได้เลย
ทันทีโดยไม่ต้องให้ท่านมาเตือนอีก”

มนัสทำทุกอย่างด้วยความรักคนใกล้ชิดตัวเขาและเสียดายชีวิตตัวเอง การโกงเพราะ
รักครั้งนี้ ถ้าคุณเป็นเจ้าพ่อพิรุณคุณจะยอมรับข้อเสนอนี้ด้วยไหม?

..แต่ท่านเจ้าพ่อผู้นี้ท่านยอมรับข้อเสนอทั้งหมด ทั้งที่ท่านมองเห็นความคิดทั้งหมด
ของเขาแต่แกล้งโง่เพราะสองคำนี้

“รักและกตัญญ”ู รักทุกคนอยากให้เขาเป็นสุข กตัญญูต่อบรรพบุรุษแม้ไม่เห็นด้วยกับ
ความคิดซื่อบื้อของคนในตระกูลตนเองไงล่ะ


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 8 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 0 : 12 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com