Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ยายมีกับยายมาแพ้ยายรู้

เรื่อง :

ยายมีกับยายมาแพ้ยายรู้

ข้าวมันกุ้งมักขึ้นไปดาดฟ้าของคอนโดฯเพื่อเล่นกีต้าร์ เสียงเพลงที่เขาร้องทุ้มนุ่มน่าฟังไม่น้อย เสียงเพลงดังแว่วมาทุกเย็นที่ฉันเลิกงานกลับห้องทำกับข้าว เสียงเพลงนั้นกลายเป็นเวลาเคยชินให้ฉันลงมือทำกับข้าว ดีกว่าเหลือบตาดูนาฬิกา จนวันหนึ่งเสียงเพลงหายไป เปลี่ยนเป็นเสียงคนทะเลาะกัน

“คุณอยากจะไปกับหมอนั่นมากกว่าละสิ ผมมันของเก่าขึ้นสนิมแถมจนก็จน อยากเลิกก็เลิกเถิดผมไม่แคร์แล้ว”

เสียงกลั้นสะอื้นของข้าวมันกุ้งแค่ฟังฉันก็หดหู่ใจชอบกล

“ก้อบอกว่าแม่กับพ่อให้ไปเรียนไม่ใช่ไปกับพี่ไทเขาเฉยๆ เราเป็นญาติกัน ข้าวมันฟังไม่เข้าใจรึ?”

ฉันยอมรับแอบฟังเขาทะเลาะกันจนจบ เพราะฉันเริ่มสนใจเขาตั้งแต่วันแรกที่เราพบหน้ากันที่หน้าลิฟท์ ต่อมาก็ได้ยินเสียงเพลงจากเขาอยู่เสมอ จนต้องแอบลงไปสอบถามลุงนุ้ยคนเฝ้าคอนโดฯ.ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเขา

“อ๋อ คุณข้าวมันกุ้งเองครับแกชอบไปซ่อมเล่นเพลงบนดาดฟ้า ห้องแกอยู่ชั้น7ไงครับคุณศร”

อีกอย่างถ้าวันไหนฉันงานไม่ยุ่งมากจะย่องขึ้นไปแอบฟังที่ดาดฟ้า โดยยืนห่างออกไปทำทีราวกับบังเอิญขึ้นไปรับลมแล้วได้เห็นเขาร้องเพลง ใบหน้าที่ก้มต่ำเสียงร้องเพลงเศร้าๆเป็นภาพตรึงตาฉันยามหลับตาทุกคืน แต่หลังจากเขาทะเลาะกับแฟนวันนั้นแล้วเขาก็หายเงียบไปนาน จนเดือนถัดมาพี่พรพี่สาวฉันซึ่งจบมาแล้วกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ.มาเลี้ยงหมูกะทะ เนื่องในวันเกิดฉัน

“เอ่อ ผมอยู่ที่ชั้น7ห้อง28 ชื่อข้าวมันกุ้ง ผมลืมกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถและกุญแจห้อง กว่าจะเดินหาแม่บ้าน พบเพื่อเอากุญแจสำรอง ผมกลัวแม่ผมรอนานเกินไป ตอนนี้ท่านยืนรออยู่ที่ท่ารถ ขอยืมตังค์ให้ผมสัก200บาทก่อนได้ไหมครับ แล้วขากลับผมจะเอาเงินไปคืนคุณที่ห้องนะครับ”

“ได้ค่ะ ศรอยู่ชั้น8ห้อง16 แต่ไม่ต้องรีบก็ได้นะคะ เพราะศรจะออกไปกินหมูกะทะกับพี่สาวฉลองวันเกิดค่ะ”

“รึครับ งั้นก้อสุขสันต์วันเกิดครับคุณศร”

ฉันสวนทางกับเขาที่ทางเข้าคอนโดฯ หลังจากควักให้เขายืม 500บาทและไล่เขารีบไปรับคุณแม่ ส่วนตัวเองก็รีบเรียกแท็กซี่ไปส่งที่ร้านหมูกะทะที่นัดพบกับพี่สาว ด้วยเลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมง ถ้าใครถามฉันว่าของขวัญวันเกิดปีนี้ฉันชอบชิ้นไหนมากที่สุด ฉันคงตอบได้ทันทีว่าชอบใจที่พระเจ้ายื่นสะพาน “โอกาส”ให้ฉันได้รู้จักกับเขาอย่างสวยงามเช่นคืนนี้ความหงุดหงิดกับการหายตัวไปของเขานานนับเดือนเลือนหายไป คืนนี้ฉันหลับอย่างเป็นสุขอีกครั้ง

“พี่พรยังติดต่อกับพระเอกคนเก่งที่ชื่อเขตต์อยู่รึคะ”

พี่สาวฉันชื่อมณีพรเป็นครูอยู่ที่สุพรรณหลังจากจบปริญญาตรี ทุกเดือนพี่พรมักแวะมาหาฉันถ้าต้องเข้ามาติดต่องานหรืออบรมพิเศษเกี่ยวกับการสอน คืนนี้ก็เช่นกันเรานัดเจอกันที่ร้านหมูกะทะเจ้าโปรด พี่พรนิยมอ่านนิยายตามเวบต่างๆที่คนเขียนชาวเน็ทเอาไปลง เขาพบ “เขตต์”ของเธอในเวบแห่งหนึ่งไม่นานทั้งคู่ก็แลกเมล์และพลอดรักกันทางMSN

“พี่เขตต์นิสัยน่ารักมากๆจ๊ะน้องศร”

เขตต์ของพี่สาวฉันเป็นพนักงานขายรองเท้านักกีฬาในห้างแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ทักท้ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆเล่าสู่กัน แม้พี่สาวฉันจะไม่ได้บอกว่าเธอรักนายเขตต์คนนี้ก็ตาม แต่สายตายามเอ่ยถึงคนๆนั้นมีหรือน้องสาวคนสนิทอย่างฉันจะไม่เข้าใจ

“พี่เขตต์เขาเพิ่งอกหักแฟนหนีไปนอกกับคนรักใหม่จ๊ะ เขาเลยอยากเก็บตัวเงียบๆไม่คิดเรื่องรักกับใคร แต่เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะจ๊ะน้องศร”

คืนวันอาทิตย์ขณะที่ฉันกำลังซักผ้าด้วยเครื่องในห้องน้ำ มีเสียงคนเคาะประตู ฉันออกมาทั้งผมยุ่งเปียกๆที่เพิ่งสระผมเสร็จ เมื่อมองเห็นเขาฉันร้องว๊าย ก่อนรีบปิดประตูเข้าไปเปลี่ยนชุดสุดโทรมของตัวเองและจัดแจงหวีผมทาแป้งให้ดูดีเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ใน2นาที

“ขอโทษที่ปล่อยให้รอค่ะคุณข้าวมันกุ้ง พอดีศรเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”

เขาเดินเข้ามาในชุดง่ายๆอยู่กับบ้าน เสื้อสีเทาริ้วน้ำเงินกับกางเกงยีนส์สวมเพียงรองเท้าแตะ แต่ที่มือถือถุงใบใหญ่บอกชื่อห้างแห่งหนึ่ง เขาคงเพิ่งเลิกงานแล้วอาบน้ำเสร็จเหมือนฉัน จึงดูหน้าตาสะอาดสดชื่น เขาหยิบกล่องขนมเค็กออกมาวางบนโต๊อเนกประสงค์ของฉัน พร้อมกับเทียนไขสีชมพูอ่อนๆอีก1แท่ง บนหน้าเค็กหนักราว3ปอนด์ มีรูปการ์ตูนสาวน้อยถือดอกกุหลาบหลับตาพริ้ว มีตัวหนังสือเขียนด้วยครีมช็อกโกแล็ตว่า

“สุขสันต์วันเกิด..คุณศร”

เขาร้องเพลงวันเกิดแล้วฉันอธิฐานขอพรก่อนเป่าเทียน ขณะที่ฉันตัดเค็กแจกให้เขาชิม เขาก็ขอตัวกลับไปห้องบอกว่าเดี๋ยวมาใหม่ เขาหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมด้วยกล่องใส่อาหาร2ใบ เมื่อฉันหยิบจานให้เขาถ่ายเทจึงพบว่ามันเป็นข้าวผัดกุ้งและไก่ย่างสะเต๊ะ เรารับประทานกันอย่างอเร็ดอร่อย คืนนั้นฉันจึงรู้ว่าเขาทำงานเป็นพนักงานขายที่ห้างสรรพสินค้าอาคารเดียวกับบริษัทที่ฉันทำงานนั่นเอง

เราคบกันอย่างเพื่อนบ้านและยามเที่ยงๆก็มักเจอกัน ตอนลงมากินข้าวที่ศูนย์อาหารในห้างก่อนแยกย้ายกันไปทำงานต่อในตอนบ่าย แล้ววันหนึ่งวันฝนตกหนักช่วงเลิกงานของฉัน ขณะที่ลงรถเมล์ข้ามถนน เพื่อเดินกลับเข้ามาที่คอนโดฯ มอเตอร์ไซด์รับจ้างคันหนึ่งเสียหลักแล่นขึ้นฟุตบาทเฉี่ยวฉันหกล้มขาถลอกเลือดไหลซึม ข้าวมันกุ้งรีบวิ่งลงจากรถของเขาตรงเข้ามากระชากคอคนขับ บังคับให้ตามไปที่โรงพยาบาลด้วยโดยการยึดใบขับขี่ไว้ จากนั้นอุ้มฉันขึ้นรถเขาพาไปที่โรงพยาบาลใกล้ๆเพื่อตรวจและทำแผล

ไม่นานลุงนุ้ยคนเฝ้าคอนโดฯที่เราพักมาถึง จึงรู้ว่าชายคนขับมอเตอร์ไซด์เป็นลูกชายของแกที่เพิ่งหัดออกมา
ทำงานขับรถรับจ้างได้ไม่นาน เมื่อหมอยืนยันฉันแค่บาดเจ็บแค่ภายนอก เราจึงเจรจาเลิกแล้วต่อกันโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับรู้ลงบันทึกไว้ ฉันได้รับเงินค่าทำแผล2พันบาท จากนั้นข้าวมันกุ้งก็ประคองฉันขึ้นรถเขา เรากลับมาถึงห้องพักของฉันในราวเที่ยงคืน เขาเฝ้าดูแลฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวแล้วจึงกลับห้อง โดยย้ำเตือนว่า

“คุณศรรีบนอนเลยนะครับ งานที่เอากลับมาทำทิ้งไว้ก่อนเถิดนะครับ พรุ่งนี้วันหยุดค่อยตื่นมาทำตอนเช้าดีกว่าครับ”

แต่รุ่งขึ้นฉันเกิดเป็นไข้หวัดปวดเมื่อยไปทั่วตัวจนขยับตัวไม่ได้ เขามาเคาะประตูเมื่อฉันไม่อาจลุกมาเปิดประตู เขาจึงลงไปตามแม่บ้าน สายวันนั้นจนมืดเขามักแวะเข้าแวะออกขณะที่ฉันหลับๆตื่นๆ จนเช้ามืดอีกวันที่ฉันเริ่มรู้สึกตัวจึงพบว่าเขาหลับอยู่ข้างเตียงฉัน ฉันลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อออกจากห้องน้ำเขาตื่นพอดี เขาถามฉันด้วยคำถามที่ฉันรอมานาน ใช่..เราคบกันครบปีพอดี

“ศรครับรับข้าวมันเป็นแฟนคุณได้ไหมครับ”

ความรักของเรา2คนสวยสดงดงามอยู่ราวปีกว่าๆ ตลอดเวลาที่รักกันเขาขอให้ฉันอย่าแวะไปหาเขาที่ห้องในช่วงดึกๆของ
คืนวันศุกร์ เพราะเขาเอางานพิเศษมาทำที่ห้องกลัวจะไม่มีสมาธิทำงานตอนมีคนรักอยู่ข้างกาย..นั่นคือความคิดเข้าข้างตัวเองของ
ฉัน ฉันจึงไม่เคยรู้เลยว่าเขาทำอะไรคืนวันศุกร์จนวันหนึ่ง ฉันลืมซื้อแชมพูสระผมกลับบ้านจึงโทรเข้าไปหาเขา แต่ไม่มีเสียงคน
ตอบรับ ฉันกังวลว่าเขาจะเจ็บป่วยเพราะงานหนักจึงรีบนำกุญแจอีกดอกที่เขาทำให้วิ่งขึ้นไปเปิดห้องเขา

เขาไม่ได้อยู่ในห้องแต่เปิดทั้งทีวีและคอมฯทิ้งไว้ เขาเล่นMSNกับสาวมากมาย ขณะที่ฉันจ้องมองรายชื่อคนที่เขาติดต่อด้วย
ความงุนงง เสียงคนเปิดประตูเข้าห้องมา เขาตะลึงที่เห็นฉันก่อนเดินมาโอบฉันไว้ บอกว่าลงไปส่งเพื่อนที่ขึ้นมาเล่นเกมกัน แล้วแวะ
ซื้อลาดหน้าเส้นใหญ่ที่หน้าคอนโดฯ เพื่อเอามาฝากฉันแต่เคาะประตูแล้วไม่มีเสียงตอบเลยหิ้วกลับมากินเอง เมื่อเขาหยิบแชมพูสระ
ผมส่งให้ฉันแล้ว ก็รีบเดินไปปิดคอมฯทันที เมื่อฉันถามว่าเมล์khk_myt38@hotmail.com คือเมล์อีกอันของเขารึ? เขาตอบว่าเป็นของเพื่อนต่างหาก แต่สายตาที่หลบลงทำให้ฉันคิดว่าเป็นเขาแน่นอน

วันต่อมาฉันลองยืมเมล์เพื่อนคนหนึ่งออนเข้าไปทักเขาที่เมล์khk_myt38@hotmail.com เขาตอบหลายอย่างที่ทำให้ฉัน
เชื่อว่าเจ้าของเมล์คือข้าวมันกุ้งของฉันแน่นอน แต่เขายังคงหาเรื่องเลี่ยงไปได้ ไม่นานเมล์นั้นก็ปิดเงียบลง และฉากนางมารของฉัน
เริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาพักร้อนช่วงก่อนวันสงกรานต์ เขากลับไปเยี่ยมแม่กับสาวคนหนึ่งโดยไม่บอกฉัน และวันที่เขากลับไปนั้น
ส้มเพื่อนบ้านเขาและเป็นเพื่อนในที่ทำงานของฉันด้วย พบเห็นโดยบังเอิญและนั่งรถคันเดียวกันกลับบ้าน เราทะเลาะกันอย่าง
รุนแรงแต่เขาก็มาง้อขอคืนดีโดยเล่าว่าสาวคนนั้นเป็นคนรักเก่าที่มีบ้านใกล้กัน เขาทำให้ฉันเชื่อใจเขาอีกครั้งด้วยการนำสมุดบัญชี
เงินฝากมาให้ฉันดู เขาบอกว่าเงินทั้งหมดเก็บเพื่อจัดงานแต่งงานกับฉันในปลายปีนี้

แต่แล้วฝันฉันก็สลายล้มครืนทันที เมื่อส้มบอกว่า

“ยัยศร แม่ชั้นโทรมาบอกว่าแฟนแกจะหมั้นและแต่งในเดือนหน้านี่เอง ทำไมแกไม่บอกชั้นละ”

แต่ฉันหาเขาไม่พบจนแล้วจนรอดเพราะเขาลางานถึง20วันเพื่อกลับไปบ้านจัดงานแต่งงาน ฉันโทรไปปรึกษาส้มเพื่อนรักและพี่สาวคนดีของฉันในคืนวันหนึ่ง ที่ฉันเริ่มครียดจนแทบบ้าที่คิดไม่ตก ฉันอาจเสียดายเขาแต่ฉันอยากได้เงินฝากร่วมบัญชีเขากับฉันคืนมากกว่า และอยากเห็นสาวที่เขายอมแต่งงานคนนั้นว่าเป็นใครทำไมช่างโชคดีจริงนะ?

สุดท้ายพี่สาวและเพื่อนรักฉันก็ตัดสินใจเดินทางไปกับฉันในวันแต่งงานของข้าวมันกุ้ง ตลอดทางพี่สาวแสนดีคุยจ้อกับเพื่อนฉันถึงโครงการต่างๆที่จะนำมาเล่นงานแฟนเก่าฉันให้อับอายคนในงาน ส่วนฉันนั่งมึนงงกับเหตุการณ์ต่างๆของฉันกับเขาที่ผ่านมา ฉันรู้สึกว่าช่างเหมือนคนที่สร้างประสาทหลังงามด้วยทรายอยู่2วันแล้วเช้าวันที่3ขณะที่เติมรั้วบ้านซึ่งถือเป็นงานขั้นสุดท้าย ประสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญสำหรับตัวเองกับคนรัก แล้วจู่ๆ สาวงามคนหนึ่งที่อาจสวยและดีกว่าฉัน เธอเดินมาชนหลังฉัน ทำให้ฉันล้มหน้าคว่ำทับประสาทหลังงามที่อุตส่าห์ทำมาอย่างเหน็ดเหนื่อยถึง3วัน ให้มัน
พังทลายราบลงตรงหน้า คุณคิดว่าเป็นคุณๆควรจะโกรธขนาดไหนดีนะ?

เสียงครึกครื้นในงานตอนเราเข้าไป ยังทำให้ใจฉันไม่เจ็บช้ำเท่าเสียงตกใจของพี่สาวคนดีของฉัน

“พี่เขตต์..รึเนี่ย!!!”

ใช่ค่ะข้าวมันกุ้งของฉันคือคนรักแสนดีที่ชื่อเขตต์ของพี่สาวฉันด้วยนะสิ ความงุนงงปนโกรธของพี่สาวฉันจึงเดือดดาลไม่น้อยกว่าฉัน ดังนั้นเมื่อเจ้าสาวคนงามของข้าวมันกุ้งโผล่หน้าออกมา คนแรกที่ถลาเข้าไปตบตีขีดข่วนหน้าเธอจึงไม่ใช่ฉัน...แต่เมื่อฉันกับส้มแยกคนทั้งคู่ออกจากกันแล้ว มองหน้าเจ้าสาวชัดๆอีกหน ฉันก็ฟิวส์ขาดหมดความอดทนต่อไปอีกแล้ว ก้มลงถอดร้องเท้าส้นสูงออกมาตบหน้าเธออย่างไม่ยั้งมือทันที จะให้ทนไหวได้อย่างไรกันคะในเมื่อเจ้าสาวคนงามของข้าวมันกุ้งคือน้องชายฉันค่ะ!!!!!!!!


โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 22 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 23 : 5 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com