Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> พิภพสามสีตอนที่3 จิตแห่งป่า

เรื่อง :

พิภพสามสี

ตอนที่3

จิตแห่งป่า

“โอย...”ชัยร้องโอดครวญ มือกุมหัวไหล่ข้างขวา

ชัยมองไปรอบๆ ตอนนี้เขากับผู้ช่วยเหลือลึกลับอีกสองคนอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ที่นี่เป็นป่าโปร่งแสงแดดรำไรสาดส่องผ่านหมู่แมกไม้ดูร่มรื่นสบายตา ชัยแหงนมองผ่านกิ่งก้านที่อยู่เหนือศีรษะท้องฟ้าสิครามสดใสแทบจะไม่ต่างจากโลกที่เขาจากมาเลย

และหากมองดูดีๆแล้วต้นไม้ใบหญ้านี่ก็เป็นของจริงจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้เขายังอยู่ในอีกมิติภพหนึ่ง

สายลมเบาๆพัดผ่านมาจนยอดไม้สั่นไหวๆ ความรู้สึกปลอดโปร่ง ช่วยให้ชัยคลายความเจ็บปวดที่หัวไหล่ข้างขวาไปได้บ้าง

ชัยเดินโซซัดโซเซ ชายหนุ่มกับหญิงสาวเข้ามาช่วยประคองไว้คนละข้างไม่ให้ล้ม

ตอนนี้เขาเหนื่อยมาก ขาสองข้างที่ผ่านการวิ่งจนสุดแรงเริ่มอ่อนล้า เขารู้สึกเจ็บที่กล้ามเนื้อเหมือนจะเป็นตะคริว

“พี่ครับขาผม...”ชัยเสียงสั่น

ชายหนุ่มกับหญิงสาวรีบพาชัยไปพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆเพื่อพักผ่อน เมื่อมาถึงชัยเอามือบีบขาตัวเองเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึง หญิงสาวเห็นชัยบีบขาตัวเองจึงเข้ามาช่วยบีบนวดด้วยอีกแรง

“ชัย เธอเป็นอะไรมากมั้ย”หญิงสาวถามชัยด้วยความเป็นห่วง

“ เจ็บน่าดูเลยครับ”ชัยละการบีบนวดขาของตน แล้วเผยอปกเสื้อออกเผยให้เห็นหัวไหล่ที่บวมเขียวฟกช้ำ หญิงสาวมองด้วยความสงสาร

ถึงหญิงจะมีแค่บาดแผลเล็กน้อยก็เถอะแต่บาดแผลที่มีก็ไม่ใช่น้อย แทนที่หญิงสาวจะห่วงตัวเองเธอกลับแสดงความเป็นห่วงชัยก่อน ชายหนุ่มที่มาช่วยเขาก็เช่นกัน

“แล้วพี่สองคนเป็นอะไรมากมั้ยครับ” ชัยถามเพราะตอนที่หนีจากสิ้นหวังเขาแค่หลบหลีกแต่ทั้งสองคนต้องเข้าปะทะต่อสู้เสี่ยงชีวิตเพื่อเขา ที่น่าเป็นห่วงคือคนทั้งสองที่เข้ามาช่วยเขามากกว่า

“พวกเราไม่เป็นอะไรมากนักหรอก” ชายหนุ่มกับหญิงสาวตอบพร้อมกัน

“ขอบคุณครับที่เข้ามาช่วยผม”ชัยยกมือไหว้กล่าวขอบคุณทั้งสองคน ตอนนี้เขาหายปวดขาจากการเป็นตะคริวแล้ว เขาขยับขาทั้งสองข้าง หญิงสาวหยุดนวด ชัยยกมือไหว้กล่าวขอบคุณหญิงสาวอีกครั้ง

“พี่สองคนชื่ออะไรครับ ผมชื่อ...เอ๊ะเดี๋ยวก่อน”ชัยจะถามชื่อของทั้งสองคนแต่ก็ต้องหยุดเพราะรู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่าง

“พี่สองคนรู้ชื่อผมได้ยังไง?! ผมยังไม่ได้บอกชื่อผมเลยนี่นา...” ชัยเพิ่งจะนึกออกว่าชายหนุ่มเรียกชื่อเขาได้อย่างถูกต้องตั้งแต่อยู่ในภาพของสิ้นหวังแล้ว

ชายหนุ่มกับหญิงสาวมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับชัยพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ทั้งคู่ไม่ตอบปล่อยให้ชัยสงสัยต่อไป

หลังจากที่ต่างคนต่างเริ่มคลายความเหนื่อยล้าแล้ว อีกทั้งสถานที่แห่งใหม่นี้ก็ยังปลอดภัยกว่าภาพของสิ้นหวัง ชัยจึงพยายามทำความรู้จักกับผู้ช่วยเหลือทั้งสองคนแต่เหมือนกับว่าทั้งคู่จะรู้จักเขามาก่อน

“เราสองคนไม่มีชื่อหรอก ผู้วาดเราเขาไม่ได้ตั้งชื่อไว้ให้”ชายหนุ่มไม่ตอบเรื่องที่พวกเขารู้ชื่อชัยแต่กลับตอบคำถามแรกแทน

“แล้วผมจะเรียกพี่สองคนว่าอะไรดีล่ะครับ...ถ้าพี่สองคนไม่มีชื่องั้นผมรียกพี่ทั้งสองว่าพี่ชายกับพี่สาวแล้วกันนะครับ”

คำเรียกแทนตัวที่ชัยตั้งให้ทำเอาทั้งสองคนถึงกับส่ายหน้ายังกับว่าคำแทนตัวนี้มันง่ายๆเกินไปไม่เข้าท่าเอาเสียเลย

“งั้นเธอก็ตังชื่อให้พวกเราซะเลยสิ”ชายหนุ่มเสนอความเห็น

“อื้ม...พวกชั้นอยากมีชื่อ เวลาเราสองคนคุยกันก็เรียกชั้นๆเธอๆแทนชื่อตัวตลอดเลย”

“จะให้ผมตั้งให้เหรอครับ” ชัยลังเลที่อยู่ดีๆทั้งสองคนมาขอให้ชัยตั้งชื่อให้ ชัยไม่อยากถือวิสาสะไปตั้งชื่อให้รูปภาพของคนอื่นส่งเดช

หญิงสาวยื่นมือมากุมมือซ้ายของชัยแล้วเขย่าเบาๆพูดเสียงใส “นะ ๆชัยตั้งชื่อให้ชั้นนะ”

ชายหนุ่มอมยิ้มกับท่าทีของหญิงสาว ชัยทำหน้าลำบากใจ

“นะ นะชัยนะ”หญิงสาวคะยั้นคะยอให้ชัยตั้งชื่อให้

ชัยถอนหายใจดังเฮือก “ก็ได้ครับ...ก็ได้”ชัยตอบตกลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ พอดีชัยเหลือบไปเห็นโล่หัวสิงห์โตของชายหนุ่ม

“อืม...พี่ผู้ชายผมตั้งชื่อว่าสิงห์โต...ไม่ๆ”ชัยเปลี่ยนใจเพราะชื่อฟังดูแปลกๆ “ผมเรียกพี่ว่า...สิงห์ดีกว่า”

“สิงห์งั้นหรือ...” ชายหนุ่มยอมรับชื่อที่ชัยตั้งให้ง่ายๆ

“แล้วชั้นล่ะ! ชั้นชื่ออะไร”หญิงสาวใจร้อนอยากให้ชัยตั้งชื่อให้เธอไวๆ

ชัยพยายามนึก เห็นดาบที่คาดไว้ที่เอว “ผมขอดูดาบของพี่หน่อยได้มั้ยครับ”ชัยขอดาบของหญิงสาวเผื่อจะนึกชื่อที่น่าจะเหมาะจากของส่วนตัวเช่นเดียวกับชายหนุ่ม

หญิงสาวกุลีกุจอถอดสายรัดหนังสีขาว แล้วยื่นดาบให้ทั้งฝัก ชัยยื่นมือซ้ายไปรับ

“เดี๋ยว!อย่ารับดาบ”ชายหนุ่มร้องห้ามเสียงดังแต่ก็สายไปเสียแล้ว

พอชัยรับดาบมาปุ๊บ เขาก็เหมือนกับถูกกระชาก แขนซ้ายที่รับดาบเหยียดตึง ตัวงอไปตามทิศทางเดียวกับดาบที่ล่วงลงสู่พื้นไปพร้อมกับมือซ้ายของเขา

ตึง

มือชัยที่กำดาบอยู่กระแทกกับพื้นเสียงดัง

“นี่มันดาบอะไรกัน...ทำไมถึงได้...หนักขนาดนี้” มือที่กำดาบไม่สามารถแบได้เพราะถูกกดทับ ดาบที่ชัยรับมาเป็นดาบเล่มบางๆแต่น้ำหนักมันต่างกับที่ชัยคิดไว้มากนัก

“สิบ...ไม่สิ หนักเกือบสามสิบกิโลได้มั้งเนี่ย”ชัยกัดฟันกรอด ใช้มือขวาพยายามยกดาบขึ้นเพื่อให้มือซ้ายได้เป็นอิสระ

หญิงสาวเห็นท่าไม่ดีรีบก้มไปหยิบดาบของเธอคืนมา

“ขอโทษนะชัย ชั้นขอโทษ”หญิงสาวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ “ชั้นลืมไปว่าดาบเล่มนี้มีชั้นคนเดียวที่ถือได้ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ ชั้นขอโทษเธอจริงๆชัย” หญิงสาวแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ชัยสะบัดมือซ้ายไปมา นึกในใจ “ดีนะที่ใช้มือซ้าย ถ้าเป็นมือขวาหัวไหล่คงได้ปวดอีกแน่...”
ชัยเห็นหญิงสาวน้ำตาซึม เขานึกถึงน้ำขึ้นมาทันที

ตัวเขาเพิ่งจะทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึงต้องเสียน้ำตามาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ หากตอนนี้เขายังมาทำให้หญิงสาวที่เคยมีบุญคุณช่วยชีวิตเขาต้องมาร้องไห้ไปอีกคนเขาจะรู้สึกผิดอย่างมาก

ชัยเลยบอกออกไปให้เธอคลายความกังวลว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ดูนี่สิ” ชัยสะบัดมือให้ดูพร้อมกับยิ้มให้เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆแล้วเขาเจ็บมากเพราะมือเขากระแทกกับพื้นเต็มแรงเพราะความหนักของดาบ

ไหล่ของชัยยังไม่ทันหาย เขาก็ได้รับบาดเจ็บบนร่างกายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด

หญิงสาวก้มหน้านิ่ง ชายหนุ่มเข้ามาปลอบโดยการตบที่หลังเบาๆแทนคำพูด หญิงสาวยังคงทำหน้าซึมๆ

“ผมไม่เป็นอะไรจริงๆครับ” ชัยย้ำคำเดิม

ชัยเปลี่ยนไปพูดเรื่องชื่อของหญิงสาวต่อเผื่อเธอจะดีขึ้น “ชื่อของพี่ผมอยากตั้งจากของที่พี่มีเหมือนกับที่ผมตั้งชื่อให้พี่สิงห์จากโล่ห์ของเขาครับ...” ชัยพูดแล้วนิ่งเพื่อดูท่าทีของหญิงสาว “ถึงผมจะถือดาบของพี่ไม่ได้ แต่พี่ก็ถือดาบให้ผมดูก็ได้นี่ครับ”

หญิงสาวชำเรืองตามองชัย

“พี่ครับเร็วสิเดี๋ยวผมเปลี่ยนใจไม่ตั้งชื่อให้นะครับ”ชัยยื่นคำขาดแบบทีเล่นทีจริง หญิงสาวรีบยื่นดาบให้ชัยดูทันควัน

“เธอไม่...โกรธชั้นใช่มั้ยชัย”หญิงสาวเสียงอ่อย ก้าวเท้าไปใกล้ชัย มือกำดาบแน่นกลัวจะหล่นใส่เท้าทำให้ชัยเจ็บอีก

“ครับ”ชัยตอบสั้นๆ สายตาจ้องมองรายละเอียดที่ปรากฏบนดาบ

ด้ามจับกับฝักดาบสีขาวนวลเหมือนไข่มุก ชัยเอามือลูบสัมผัสฝักดาบจึงรู้ว่าฝักดาบทำมาจากไม้

เขาเพียงแต่สงสัย ไม่ใช่แค่เฉพาะดาบเล่มนี้เท่านั้น สถานที่ สิ้นหวัง ทหารปีศาจ ทุกอย่างที่ได้เห็นตั้งแต่เข้ามาในที่ที่ถูกเรียกว่าพิภพสามสี ทั้งที่เป็นเพียงรูปภาพแต่ทำไมถึงได้มีอะไรต่อมิอะไรมากกว่าที่เขาเคยเห็นตอนอยู่ที่พิพิธภัณฑ์มากมายขนาดนี้

ตอนเข้ามาก็เจอเรื่องน่ากลัวแล้ว คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินจากปากของสิ้นหวังยิ่งทำให้ชัยเริ่มกังวล เขาต้องกลับไปที่ภาพของสิ้นหวังอีกครั้งถึงจะกลับไปยังโลกของเขาได้ และผู้เดียวที่จะส่งเขากลับก็คือตัวสิ้นหวังเอง แต่สิ้นหวังก็บอกกับเขาเองว่าจะฆ่าเขาให้ได้ หากไปแล้วต้องตายเขาจะไปทำไม

“ต้องมีทางออกทางอื่นสิ...”ชัยบ่นพึมพำในขณะที่ยืนลูบดาบที่หญิงสาวถือ แววตาเหม่อลอย

สิงห์เข้ามาสะกิดยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “เป็นอะไรหรือเปล่า”

ชัยสะดุ้ง “ปล่าวครับไม่มีอะไร” ชัยหันกลับไปตั้งใจกับการตั้งชื่อของหญิงสาวต่อ

“นั่น!”ชัยสังเกตุเห็นรูปแกะสลักที่ด้ามจับ รูปแกะสลักบางๆตื้นๆสีขาว ทำให้ชัยแทบจะมองไม่ออกว่าเป็นรูปอะไร ชัยลูบเบาๆที่รอยแกะสลักนั้น

“พี่ครับนี่รูปแกะสลักใช่มั้ยครับ”ชัยถาม

หญิงสาวพยักหน้าตอบว่า “ใช่ มันเป็นรอยแกะสลักรูปหงส์ขาวน่ะ สวยดีมั้ยล่ะ”

“ตกลงเอาชื่อนี้ล่ะ” ชัยพูดเสียงดังแล้วบอกชื่อที่เขาคิดได้ให้หญิงสาวฟัง “พี่ผมตั้งชื่อให้ว่าหงส์ดีมั้ยครับ”

“ชื่อของชั้นคือหงส์เหรอ”หญิงสาวดีใจยิ้มหน้าบาน “ขอบใจนะชัย” กระโดดโลดเต้นไปรอบๆ แล้วไปนั่งยองๆบ่นพึมพำชื่อตนเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนเสียสติ “หงส์เค้าตั้งชื่อชั้นว่าหงส์ล่ะ”ชัยยิ้มแหยๆกับท่าทางอันแปลกประหลาดของหญิงสาวที่มีชื่อใหม่ว่า ‘หงส์’

สิงห์มาทางด้านข้างแล้วพูดกับชัยเหมือนรู้ความคิดของเขา “เห็นเธอ...เอ่อ ตอนนี้ต้องเรียกว่าหงส์สินะ” สิงห์เอามือป้องปาก กระแอมไอเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “เห็นหงส์ดีใจขนาดนั้นชัยคิดว่าแปลกใช่มั้ย”

ชัยพยักหน้า “ครับ ทำไมกะอีแค่ชื่อพี่เค้าต้องดีใจขนาดนั้นด้วย ชาวสามสีเป็นอย่างนั้นเหมือนกันหมดหรือเปล่าครับ” ชัยมองที่สิงห์ “พี่ผมก็ตั้งชื่อให้ ผมยังไม่เห็นพี่ดีใจขนาดนั้นเลย”

“ชั้นดีใจนะ ดีใจมากๆด้วย แต่การแสดงออกไม่ใช่นิสัยของชั้น”

สิงห์เว้นช่วงแล้วพูดต่อ “สำหรับเธอมันอาจเป็นแค่ชื่อ คำเรียก คำแทนตัว หรืออะไรก็ได้ แต่สำหรับชั้นกับหงส์แล้วมันเป็นยิ่งกว่าชื่อ ชื่อที่เธอมอบให้สำคัญสำหรับเรามากนะ”

บางสิ่งที่คนๆนึงคิดว่าสำคัญเท่าชีวิตแต่สำหรับคนอื่นๆแล้วอาจดูไร้ค่าหาประโยชน์ไม่ได้

ชัยไม่เข้าใจที่สิงห์พูด ได้แต่เออออไปตามเรื่องตามราว หญิงสาวโผล่พรวดเข้ามาหาทั้งสอง
คน
“คุยอะไรกันอยู่เหรอ”

“อ๋อ! เปล่าไม่มีอะไรหรอก” สิงห์ตอบ ชัยทำเฉย

“ไม่บอกกันมั่งเลย”หญิงสาวตัดพ้อแล้วหันมาพูดกับชัย “ชัยหายเหนื่อยรึยังล่ะ ยังเจ็บอยู่รึเปล่า ไปต่อไหวมั้ย”

“ยังเจ็บอยู่ครับ แต่เราจะไปไหนกันต่อล่ะครับ” ชัยแทบไม่รู้จุดหมายที่จะไป เพราะไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีแต่ป่า

“ไปตามหาชาวสามสีที่อยู่ในภาพนี้ไงล่ะ” หญิงสาวตอบให้ชัยหายข้องใจ

“ชาวสามสี!? ทำไมต้องไปหาเขาด้วยละครับ” ชัยกลัวว่าชาวสามสีที่อยู่ในรูปนี้จะเหมือนกับสิ้นหวัง

“เรื่องราวในพิภพนี้พวกเราเองก็ไม่ค่อยจะรู้อะไรสักเท่าไหร่ ชาวสามสีที่นี่อาจรู้วิธีพาเธอกลับโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ้นหวังก็เป็นได้”สิงห์พูดบ้าง

“แต่ว่าผม...”ชัยจับหัวไหล่ที่ยังปวดตึบๆ สีหน้ากังวล

“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะชัย หากเกิดอะไรขึ้น เราสองคนจะช่วยเหลือเธอเอง”หญิงสาวพูดให้ชัยหายกลัว

“ครับ”ชัยตอบตกลง “แล้วเราจะไปทางไหนกันดีล่ะครับ”

“อืม...”สิงห์มองหาจุดหมายที่จะไป “ประตูถูกเปิดจากตรงนั้น...งั้นเราใช้ทางที่เราเข้ามาเป็นหลัก เดินตรงไปเรื่อยๆเลยแล้วกัน”

“ตอนที่เราเปิดประตูจากภาพของพวกเราไปช่วยเธอ ประตูก็ปรากฏตรงที่เธออยู่พอดี แต่คนที่ช่วยเปิดประตูให้เราเขาคงรีบร้อนเกินไป ประตูเลยปรากฏผิดที่ผิดทางไปหน่อย” หงส์บอกกับชัย

แล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปด้วยกัน

สิงห์กับหงส์เดินขนาบข้างชัยเหมือนเป็นผู้คุ้มกัน หลังจากที่ได้พูดคุยกันมาบ้างแล้วชัยสังเกตพฤติกรรมของทั้งสองคน นิสัยของสองคนนี้แตกต่างกันมาก

สิงห์เป็นคนที่พูดจาด้วยน้ำเสียงสุขุม ดูเป็นคนใจเย็นไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้เห็น ชัยโดนทำร้ายเขาก็เข้ามาช่วยแต่ก็ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอะไรกับชัยมากนัก

ผิดกับหงส์ การพูดจาของเธอเธอจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน บางครั้งก็ฟังดูออดอ้อน นิสัยท่าทางก็เหมือนกับเด็กๆ ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจเธอก็แสดงสีหน้าออกมาให้เห็นชัดๆไม่เก็บงำอารมณ์ไว้ แต่คนที่ดูจะเป็นห่วงเขามากที่สุดก็คงเป็นหงส์เพราะไม่ว่าชัยจะเป็นอะไรเธอก็ถามตลอด

ทั้งๆที่รูปร่างหน้าตาน่าจะอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ด แต่ความรู้สึกของชัยที่มีต่อหงส์และสิงห์เหมือนกับว่าเขาอายุมากกว่าสองคนนี้เสียอีก เขาคิดไปเองหรือเปล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจ เพราะภาพของเหล่าทหารปีศาจที่โดนสังหารล้มตายด้วยฝีมือของทั้งสองยังคงติดตรึงในสายตาของเขา และที่สำคัญหงส์ยังใช้แค่มือเปล่าสังหารทหารปีศาจของสิ้นหวังอีกด้วย

ขณะเดินไปด้วยกันหงส์ดูจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ เธอชมนกชมไม้ตลอดทาง บางทีก็เข้ามาสะกิดชัยกับสิงห์แล้วชี้ให้ดูนกที่อยู่บนต้นไม้ด้วย แรกๆชัยก็ดูตามที่หงส์ชี้ พอบ่อยครั้งเข้าชัยเริ่มไม่อยากจะสนใจแต่สิงห์ไม่เป็นเช่นนั้น สิงห์ยังมองตามที่เธอชี้ให้ดูทุกครั้ง

แซ่ก แซ่ก

“หยุดก่อน”สิงห์เตือนให้ชัยกับหงส์หยุด สิงห์ได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างใกล้ๆ

“มีอะไรเหรอครับ” ชัยถาม

“หงส์ได้ยินอะไรมั้ย”สิงห์ถามหงส์แววตาจริงจัง หงส์ยืนนิ่งเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ชัยพยายามเงี่ยหูฟังด้วยเช่นกัน

“ไม่เห็นได้ยินอะไรเลยครับ”ชัยบอก หงส์ทำเสียงชู่วที่ปากบอกให้ชัยเงียบ ชัยพยายามฟังหาเสียงที่สิงห์ได้ยินต่อไป จะฟังสักเท่าไหร่เขาก็ได้ยินแต่เสียงกิ่งไม้ถูกลมพัดเสียดสีกันอย่างเดียว

“ไม่มีเสียงอะไรนี่เลยครับ”ชัยย้ำ คิดว่าสิงห์คงอุปมาอุปไมยไปเอง เขาทำท่าจะเดินไปที่ก้อนหินตรงหน้าเพื่อนั่งพัก ข้างหลังของหินก้อนนั้นมีกอหญ้าขึ้นเต็ม

“ไม่!มันใกล้เข้ามาแล้ว”หงส์พูดเสียงดัง “ชัย!ระวัง”

แซ่ก แซ่ก แซ่ก แซ่ก ซ่า

กรรร

ไม่ทันรู้ตัว เงาดำๆก็กระใจนเข้าใส่ชัยอย่างรวดเร็ว มันกระโจนอกจากกอหญ้าหนาทึบที่อยู่หลังก้อนหิน

ปึก

สิงห์ยื่นโล่มารับการโจมตีสุดแขน สิงห์ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือกำหมัดชกใส่หน้ามันทันที

วูบ

สิงห์ต่อยทะลุผ่านร่างของมัน ตรงจุดที่ต่อยแตกกระจายเหมือนฝุ่นคลุ้งแล้วกลับไปรวมที่ตัวของมันเหมือนเดิม มันจู่โจมเสร็จก็ถอยไปตั้งหลัก มันยืนนิ่งอวดโฉมให้ทั้งสามคนเห็นชัดถนัดตา

มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายหมาป่า ตัวมันเป็นเหมือนกับหมอกสีดำๆที่รวมตัวกันหนาแน่น ส่วนหัวของมันมีแต่จมูก หู แล้วก็ปากที่แยกเขี้ยวออกมาให้เห็นเท่านั้น

สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่มีดวงตา

กรรรร
มันคำรามในลำคอ ก้าวเท้าเดินเหมือนหยั่งเชิง สิงห์ตั้งโล่เตรียมรับการโจมตีครั้งต่อไป หงส์เปลี่ยนท่ามากำหมัดกางขาออกตั้งท่าพร้อมสู้ ชัยเข้าไปยืนหลบข้างหลังสิงห์

สัตว์ประหลาดที่มีร่างกายเหมือนหมอกดำหยุดเดิน ตัวของมันเริ่มสั่น มันสั่นตัวเองแรงขึ้น แรงขึ้นจนระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆตกลงพื้น

“เกิดอะไรขึ้นครับ พี่สองคนทำอะไร!?” ชัยถามแต่ไม่มีใครตอบกลับมา

“สิงห์เธอรู้สึกเหมือนชั้นมั้ย” หงส์ถาม เธอยังคงกำหมัดอยู่ในท่าเดิม สีหน้าหวาดหวั่น

สิงห์พยักหน้า “ความหวาดกลัวที่จับขั้วหัวใจ...”สิงห์บอกหงส์เสียงสั่น หน้าตาถมึงทึง

กองสีดำขมุกขมัวจากร่างของสัตว์ประหลาดเริ่มขยับแล้วเข้ามารวมตัวเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ก้อนสีดำยืดยาวขึ้นแปรสภาพกลายเป็นงูที่ไร้ซึ่งดวงตา

สิงห์กับหงส์ก้าวเท้าถอยหลัง

“ทำไมพี่สองคนไม่จัดการมันล่ะครับ” ชัยบอก

เขาคิดว่าทั้งสองคนน่าจะสู้กับสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้ เพราะตัวของมันเมื่อเทียบกับทหารปีศาจของสิ้นหวังแล้วยังดูเล็กและน่ากลัวน้อยกว่าตั้งเยอะ

“ไม่ได้หรอกชัย!”หงส์ปฏิเสธเสียงแข็ง สายตายังจับจ้องกับสัตว์ประหลาด “ไม่รู้ทำไมแต่พอชั้นเห็นมันแล้วบอกได้ทันทีเลยว่า...อันตราย!!”

“เราสู้มันไม่ได้”สิงห์บอก “ชัย! หงส์!วิ่งไปเร็ว”

ฟ่อออ

สัตว์ประหลาดที่ตอนนี้มีร่างกายเป็นงูเลื้อยไล่ตาม ทั้งสามคนวิ่งหนีสุดชีวิต ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง

การกลายร่าของสัตว์ประหลาดไม่เป็นผลดีกับตัวมันเองนัก ถึงมันจะว่องไวมากเมื่อตอนอยู่ในร่างหมาป่า แต่เมื่อเปรียบเทียบกับตอนเป็นงูนี่แล้วความว่องไวของมันลดลงไปมาก ทำให้ทั้งสามคนหนีจากสัตว์ประหลาดร่างหมอกได้อย่างไม่ยากเย็น

ทั้งสามคนวิ่งหนีมาได้ไกลพอสมควรจึงหยุด ชัยหอบแฮ่ก ๆ สิงห์กับหงส์ยังไม่หายจากความหวาดกลัว

ชัยทรุดนั่งลงกับพื้น หายใจแรง

“นั่นมันตัวอะไร ในรูปภาพมีตัวประหลาดตัวเป็นควันอย่างนั้นด้วยเหรอครับ”ชัยพูดเสียงหอบ

“ชั้นไม่รู้”หงส์กับสิงห์ส่ายหน้า ตอบชัยพร้อมกัน

“นั่นคืออคติจ้ะ...พวกเธอเข้ามาในอาณาเขตของฉันแล้ว ตอนนี้พวกเธอปลอดภัยแล้วไม่ต้องกลัวไปหรอกนะจ๊ะ”

มีคนตอบคำถามชัยแทนด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยน ทั้งสามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำหน้าสงสัยว่าใครเป็นคนพูด

“ไม่ต้องมองหาหรอกจ้ะ ฉันอยู่ตรงนี้ข้างหลังเด็กคนนี้ไง”เสียงที่ยังไม่ทราบที่มาเรียกให้ทั้งสามหันไปมอง

สิงห์กับหงส์มองผ่านชัยไปทางด้านหลังของเขา ชัยหันไปมองด้วยอีกคน

ตอนนี้ทั้งสามคนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงกลางลำต้นมีผู้หญิง ขาของเธอรวมชิดติดเข้าไปในต้นไม้ เธอมีผิวหนังเหมือนกับเปลือกไม้ บนศีรษะของเธอมีกิ่งไม้ขึ้นเป็นแฉกๆแทนเส้นผม ใบหน้าเธอสวยหวาน ดวงตาเธอมีสีเขียวเหมือนมรกต เธอมองลงมาที่ชัยด้วยแววตาอ่อนโยนแล้วยิ้มให้

ชัยยิ้มตอบ ตอนที่เขาวิ่งมาถึงทำไมเขาไม่ทันได้สังเกตุเห็นเธอนะ ทั้งๆที่เธออกจะสวยงามโดดเด่นซะขนาดนี้

“คุณคือภาพจิตแห่งป่า”ชัยจำเธอคนนี้ได้ดีเพราะเขาตั้งใจจะใช้ภาพเธอเป็นหัวข้อเขียนรายงานส่งอาจารย์

“จ้ะ...หรือจะเรียกชั้นว่าจิตก็ได้นะ”จิตบอกชัย

ชัยเหลือบไปเห็นภาพของพิพิธภัณฑ์ลอยอยู่กลางอากาศ เขามองออกไปเห็นพิพิธภัณฑ์ที่มืดมิด ในใจเขายังยังโหยหาถึงโลกที่เขาจากมา ชัยอยากกลับบ้าน

“พวกเธอมีแผลเต็มตัวแหม” จิตทัก แล้วแบมือขวากางแขนออกไปเป็นการเชื้อเชิญ

“ด้านหลังของฉันมีน้ำสะอาดอยู่ พวกเธอจะใช้ก็เชิญเลยนะจ๊ะ”

ชัยรู้สึกคอแห้งทันทีเมื่อได้ยินคำว่าน้ำ แล้วเขายังนึกไปถึงน้ำที่เป็นเพื่อนของเขาอีกด้วย หากนี่เป็นความฝัน เขาก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะตื่นสักทีหนอ

เขาคิดเข้าข้างตัวเองว่าตอนนี้เขาอาจผลอยหลับ อยู่ในห้องแสดงภาพเขียน หากน้ำหรือลุงชมผ่านมาเห็นเขานอนหลับอยู่ผิดที่ผิดทางเดี๋ยวไม่ใครก็ใครคงจะช่วยปลุกเขาให้ตื่น

แต่ความเจ็บปวดที่ไหล่ขวาย้ำเตือนบอกกับเขาว่านี่ไม่ใช่ความฝัน มันคือความเป็นจริงในอีกมิติภพหนึ่ง

ชัยจะลุกขึ้นไปยังน้ำสะอาดที่ตามที่ผู้หญิงที่มีร่างกายเป็นดั่งต้นไม้ผู้ให้เรียกเธอว่าจิตบอก สิงห์กดตัวเขาให้นั่งลง หงส์ทำท่าจะลุกสิงห์ก็ส่ายหน้าบอกให้เธอนั่งลง

“เธอสองคนนั่งพักไปเถอะ เดี๋ยวชั้นไปตักน้ำมาให้เอง” ว่าแล้วสิงห์ก็ลุกเดินไปด้านหลังของต้นไม้ที่จิตอยู่เพื่อตักน้ำมาให้ชัยกับหงส์

“ผมชื่อชัย พี่ผู้ชายถือโล่คนที่เดินไปตักน้ำชื่อสิงห์ ส่วนพี่ผู้หญิงที่มีดาบคนนี้ชื่อว่าหงส์ครับ” ชัยแนะนำตัว หงส์ผงกศีรษะแทนการทักทาย

“วันนี้เป็นวันดีจริงๆ มีมนุษย์เข้ามาในภาพของฉันถึงสองหน...”

“เดี๋ยวนะครับคุณหมายความว่าไงที่บอกว่ามีมนุษย์เข้ามาในภาพของคุณ...นอกจากผมแล้วยังมีคนอื่นอีกหรือครับ” ชัยถาม

“ใช่จ้ะ คนผู้นั้นเขาเรียกตนเองว่าจิตรกร ประตูถูกเปิดตรงที่ที่พวกเธอยืนอยู่นั่นแหล่ะจ้ะ” จิตชี้มาตรงที่ที่สามคนยืนอยู่แล้วพูดต่อ “ปกติแล้วพิภพสามสีมีกฏอยู่ข้อหนึ่งว่าห้ามชาวสามสีเปิดประตูข้ามไปยังรูปภาพอื่นเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนทำผิดกฏจะต้องถูกลงโทษ...”

สิงห์เดินออกมาจากด้านหลังของต้นไม้ สองมือประคับประคองโล่ที่ใส่น้ำอยู่เต็มเปี่ยม สิงห์เดินมาหาชัยเป็นคนแรก

“ชัยดื่มน้ำสิ เผอิญไม่มีภาชนะสำหรับใส่น้ำ ชั้นเลยใช้โล่ของชั้นตักน้ำต่างภาชนะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะสกปรกโล่ของชั้นๆล้างจนสะอาดดีแล้ว” สิงห์บอกพลางยื่นโล่ส่งน้ำมาให้ชัยดื่ม

ชัยยื่นมือจะไปรับ เขาชักมือกลับเพราะนึกขึ้นได้ว่า ขนาดดาบของหงส์ยังมีน้ำหนักซะขนาดนั้น แล้วโล่ของสิงห์ล่ะจะหนักขนาดไหน

ชัยจึงไม่รับโล่ สิงห์เข้าใจจึงประคองขยับโล่ไปใกล้กับปากชัยแล้วค่อยๆเอียงโล่ให้ชัยดื่มน้ำ

“อึกๆๆๆ...เฮ้อ” ชัยดื่มน้ำเข้าไปหลายอึกด้วยความกระหายยังกับไม่เคยได้ดื่มน้ำมาเป็นปีๆ

ชัยดื่มเสร็จสิงห์ยื่นโล่ให้หงส์ หงส์ใช้อุ้งมือวักน้ำล้างแขน ขา ซอกคอตรงจุดต่างๆที่ๆได้รับบาดเจ็บเลือดไหล

“พี่หงส์ไม่ดื่มน้ำล่ะครับ”

“ชั้นไม่ต้องดื่มหรอกชัย ตอนชั้นกับสิงห์อยู่ในภาพของพวกเราไม่ต้องกินต้องดื่มพวกเราก็อยู่ได้”

หงส์ล้างคราบเลือดตามเนื้อตัวของเธอจนมั่นใจว่าหมดแล้วเธอจึงสะบัดมือทั้งสองข้างสะเด็ดน้ำให้มือของเธอแห้ง

ทั้งๆที่ชัยกระหายน้ำแทบตายหงส์กลับบอกกับเขาเสมือนกับว่าน้ำไม่มีความจำเป็นกับชีวิตเธอ

“เธอสองคนก็เป็นชาวสามสีคงรู้กฏดีใช่มั้ยจ้ะ” จิตกล่าวกับสิงห์และหงส์

สิงห์กับหงส์ส่ายหน้า สิงห์เทน้ำที่อยู่ในโล่ของเขาทิ้งลงพื้น

ทั้งๆที่เป็นชาวสามสีเหมือนกันแต่สิงห์กับหงส์ดูเหมือนจะไม่รู้อะไรในพิภพสามสีเลยแม้แต่น้อย

จิตทำหน้าประหลาดใจ “เป็นไปได้อย่างไร ชาวสามสีเมื่อกำเนิดมาย่อมรู้กฏของพิภพด้วยตนเองอยู่แล้ว ตอนฉันกำเนิดฉันก็รู้ถึงกฏของพิภพได้ด้วยตนเองเลยนะจ๊ะ”

“แล้วราชาดำกับราชินีขาวล่ะรู้มั้ยจ๊ะว่าอยู่ที่ไหน...”จิตลองตั้งคำถาม สิงห์กับหงส์ตอบคำถามของเธอไม่ได้

“สิ่งที่เป็นอันตรายกับชาวสามสีล่ะเธอสองคนรู้มั้ยจ๊ะ...”

ไม่ว่าจิตจะถามอะไร สิงห์กับหงส์ก็ได้แต่ส่ายหน้า จิตถอนหายใจไม่อยากเชื่อว่ายังมีชาวสามสีที่ไม่รู้จักเรื่องราวของพิภพที่ตัวเองอยู่ด้วยหรือ

“ร่างกายของเธอสองคนเป็นสีขาวกับสีดำ เอ...รูสึกว่าเธอสองคนจะมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่าฉันนะจ๊ะ ตอนที่ฉันเห็นชัยปุ๊บฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นมนุษย์ แต่เธอสองคนจะว่าเป็นชาวสามสีก็ใช่จะว่าไม่ใช่ฉันเองก็ไม่แน่ใจ...”

“พวกชั้นสองคนแตกต่างจากเธอตรงไหนเหรอ”หงส์ข้องใจ

“หนึ่งเธอสองคนมีสีขาวกับสีดำ สองวิญญาณของเธอสะอาดบริสุทธิ์กว่าฉัน ศิลปินผู้วาดเธอสองคนต้องมีความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการอย่างยิ่งยวดแน่ๆ จิตวิญญาณที่ถ่ายทอดสู่เธอสองคนถึงได้สะอาดบริสุทธ์ได้ถึงขนาดนี้”

“เอ...เห็นทีก่อนที่จะพูดถึงจิตรกรที่มาหาฉันฉันคงต้องเล่าเรื่องของพิภพนี้ให้เพื่อนชาวสามสีของชั้นก่อนแล้วล่ะจ้ะ” จิตตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับพิภพสามสีเพราะทั้งสองคนทำหน้างงไม่เข้าใจที่จิตพูด

“ โดยทั่วไปแล้วเราจะเรียกรูปภาพทุกรูปว่าพิภพสามสี นั่นก็หมายความว่าพิภพสามสีเกิดขึ้นจากฝีมือของศิลปินชาวมนุษย์ ยิ่งศิลปินมีฝีมือ มีความคิดสร้างสรรค์มากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงออกมาให้เห็นในรูปภาพมากขึ้นเท่านั้น”

“งั้นป่าที่ผมผ่านมานั่นก็เป็น...” ชัยพูดแทรกเพราะตอนที่เขาดูรูปนี้ที่พิพิธภัณฑ์ เขาเห็นต้นไม้ที่จิตอยู่โดดเด่น ผืนป่าที่เป็นฉากหลังก็ไม่ได้ดูสลับซับซ้อนสักเท่าไหร่ แต่พอเข้ามาในภาพนี้กลับมีต้นไม้เยอะกว่าตอนที่เขาเห็นที่โลกภายนอกมากนัก

“ใช่จ้ะส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่ถ่ายทอดออกมา ศิลปินผู้วาดชั้นท่านต้องการแสดงออกถึงความสำคัญของป่า ผืนป่าจึงกว้างขวางมากเป็นพิเศษ” จิตไม่เคืองที่ชัยพูดแทรกยังคงเล่าถึงพิภพสามสีต่อ

“ในรูปภาพที่เธอเห็นอาจมีมากกว่าที่เห็น หรืออาจไม่มีอะไรเลยก็เป็นได้ ก็ขึ้นอยู่กับศิลปินว่าเขาต้องการถ่ายทอดอะไรออกมา” จิตย้ำ

“พิภพสามสีมีผู้คุ้มกฏอยู่สองคนคือราชาดำกับราชินีขาว เป็นผู้ที่คอยลงโทษผู้ทำผิดกฏของพิภพ ท่านทั้งสองจะบุกไปที่ภาพที่ผู้ผิดกฏอยู่แล้วทำลายจิตวิญญาณของภาพนั้นทันที ท่านสองคนอยู่ที่อาณาจักรสามสีสถานที่ที่อยู่ไกลแสนไกลไม่ว่าใครก็ไม่สามารถไปถึงได้”

ชัยข้องใจเรื่องกฏ“ คุณบอกว่าการเปิดประตูข้ามไปยังภาพอื่นผิดกฏของพิภพ แล้วที่สิ้นหวังทำล่ะ เค้าเปิดประตูดึงผมเข้ามาในพิภพสามสีเพื่อฆ่าผม แล้วราชาดำราชินีขาวอะไรนั่นไปอยู่ที่ไหน”

หงส์ร้อนใจจึงถามจิตบ้างว่า “แล้วพวกเราสองคนล่ะ เราเปิดประตูไปช่วยชัยเราจะโดนทำลายวิญญาณด้วยมั้ย”

“เธอสองคนไปช่วยชัยงั้นหรือจ้ะเธอรู้ได้อย่างไรว่าเขาอยู่ที่นั่น”

“ตอนที่เราสองคนอยู่ในภาพของเรา อยู่ดีๆก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมา มันเหมือนกับว่ามีคนกำลังร้องเรียกอยู่ เราสองคนจึงตัดสินใจเปิดประตูจึงได้พบกับชัย เราทำผิดกฏใช่มั้ย ” หงส์พูดเสียงเศร้ายังคงร้อนรน

จิตทำหน้าเศร้าตอบหงส์ว่า“เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่ทราบจ้ะ...ขึ้นอยู่กับราชาและราชินีเท่านั้น แต่ว่าภาพที่น่าจะโดนทำลายวิญญาณเป็นอันดับแรกน่าจะเป็นภาพที่ดึงชัยเข้ามาในพิภพสามสีนะจ๊ะ...ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมราชากับราชินีถึงไม่เคลื่อนไหว กฏที่ฉันรู้โดยกำเนิดมันว่ามาอย่างนี้น่ะจ้ะ”

สิงห์กับหงส์มองหน้ากัน ทั้งคู่หน้าเสีย ชัยเองก็ไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต้องตายโดยการถูกทำลายวิญญาณเพราะสาเหตุที่ต้องมาช่วยเหลือเขาจากทหารปีศาจของสิ้นหวัง

“ก่อนจะมาที่นี่สิ้นหวังบอกว่าเค้าเป็นผู้เดียวที่จะเปิดประตูให้ผมกลับไปได้ คุณเปิดประตูส่งผมกลับไปไม่ได้เหรอครับ”ชัยถาม

“สิ้นหวังเป็นผู้พาเธอเข้ามาในพิภพสามสี ดังนั้นผู้ที่จะเปิดประตูให้เธอกลับไปก็มีเพียงสิ้นหวังเท่านั้น ถึงชั้นจะเปิดประตูให้เธอๆก็ออกไปไม่ได้จ้ะ...หากเธอจะกลับสู่โลกของเธอๆคงต้องไปหาราชาดำกับราชินีขาวที่อาณาจักรสามสี บอกท่านทั้งสองว่าเธอเข้ามาที่พิภพนี้ได้อย่างไร บางทีท่านทั้งสองอาจไม่ทราบว่าสิ้นหวังทำผิดกฏพาเธอเข้ามาในพิภพสามสีก็เป็นได้จ้ะ ”

“แต่คุณบอกกับผมเองนี่ครับว่าอาณาจักรสามสีไม่เคยมีใครไปถึง...”

“ใช่จ้ะฉันบอกเช่นนั้น ฉันสามารถเปิดประตูให้เธอผ่านไปยังรูปภาพที่อยู่ใกล้ๆได้ ส่วนอาณาจักรสามสีถึงฉันจะเปิดประตูพาเธอไปไม่ได้...แต่จิตรกรอาจทำได้”

ชัยหูผึ่งเริ่มมีความหวัง “จิตรกร!คนที่คุณบอกว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนผมใช่มั้ยครับ”

“ใช่จ้ะ จิตรกรบอกกับฉันว่า เขาจะชมผลงานภาพที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ทั้งหมด เขาเข้ามาดูภาพฉันเป็นภาพแรก บางทีจิตรกรอาจจะยังอยู่ในภาพใดภาพหนึ่งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ได้นะจ๊ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณเปิดประตูให้ผมไปหาจิตรกรเร็วๆสิครับ” ชัยเร่งจิต

“หากพวกเธอสามคนจะเดินทางต่อ ฉันอยากให้เธอคอยระวังอันตรายสามสิ่งของชาวสามสี”จิตบอกกับทั้งสามก่อนจะเปิดประตูให้

“หนึ่งสิ่งอันตราย หนึ่งสิ่งต้องระวัง และอีกหนึ่งสิ่งไม่รู้ที่มา”

“มันคืออะไรครับ”ชัยสงสัย สิงห์กับหงส์ตั้งใจฟัง

“หนึ่งสิ่งอันตราย คือ อคติ สัตว์ประหลาดที่เธอพบนั้นมีชื่อว่าอคติ มีอยู่ทั่วไปในรูปภาพทุกรูป มันเกิดจากใจของมนุษย์ที่มองดูรูปแล้วไม่สามารถเข้าถึงผลงานของจิตรกรผู้สร้างสรรค์ได้ ร่างของมันเป็นแค่กลุ่มควัน แต่หากรูปไหนมีอคติมาก มันก็จะร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนกลายร่างเป็นสัตว์ร้าย แล้วกลืนกินจิตวิญญาณที่อยู่ในรูปภาพ ยังดีที่ผู้ที่มองภาพฉันด้วยความคิดเช่นนั้นมีไม่มากเท่าไหร่ อคติจึงไม่มีพลังมากพอที่จะทำลายอาณาเขตเข้ามาที่ตัวฉันได้” จิตพูดน้ำเสียงจริงจัง

“หนึ่งสิ่งต้องระวัง คือ ความโลภ ความโลภมีรูปร่างคล้ายกับลิง เกิดจากใจมนุษย์ที่อยากได้ผลงานมาเป็นของตนเองโดยไม่ได้มีความสนใจในศิลปะนั้นๆสักเท่าไหร่ ในรูปรูปหนึ่งจะมีตัวความโลภเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น แต่มันจะคอยเฝ้ามองดูชาวสามสีที่เผลอออกไปนอกอาณาเขต หาโอกาสฉกชิงสิ่งที่ชาวสามสีมีเอาไปเป็นของๆมันเอง ถ้าไม่ออกไปนอกอาณาเขตก็จะปลอดภัย”

“หากถามว่าความโลภอันตรายอย่างไรน่ะหรือจ๊ะ ลองคิดดูสิจ๊ะสมมุติว่าวันใดวันหนึ่ง ดาบหรือโล่ของเธอถูกความโลภชิงไปแล้ว จิตรกรผู้วาดเธอมาเห็นเธอไม่ถือสิ่งของที่เขาวาดจะเกิดอะไรขึ้น”

“หวาดกลัว” ชัยนึกภาพตามที่จิตบอกตอบเธอเบาๆ

“ใช่จ้ะ หวาดกลัว แล้วก็...ทำลาย” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่ง “มีภาพจำนวนไม่น้อยถูกทำลายโดยการเผาเพราะมนุษย์คิดว่าเป็นภาพผีสิง”

“และสุดท้าย หนึ่งสิ่งไม่รู้ที่มา ตอนฉันกำเนิดมาฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีสิ่งนั้นในพิภพนี้ด้วย ฉันรู้ถึงการคงอยู่ของมันก็ต่อเมื่อฉันได้เห็น ชื่อของสิ่งนั้นคือริษยา วันหนึ่งขณะที่ฉันแหงนมองท้องฟ้าอย่างมีความสุขหลังจากที่ต้องมองพื้นดินเป็นเวลานาน อยู่ๆสายลมแผ่วเบาที่พัดโชยกลับกลายเป็นลมแรงดังพายุ แล้วฉันก็เห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับท้องฟ้าที่ฉันเฝ้ามองทุกวัน จากท้องฟ้าที่มีสีฟ้าสดใสค่อยๆกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ปุยเมฆสีขาวก็กลายเป็นเมฆฝน ฟ้าแล่บแปรบปราบเสียงครืนๆดังกึกก้อง สิ่งนั้นบินออกมาจากเมฆพร้อมกับสายฟ้าสีดำ มันบินโฉบลงมาใกล้ฉัน ฉันเห็นมันเต็มสองตา...รูปร่างของมันคือมังกรสีน้ำเงินเข้มที่มีปีกถึงหกปีก”พอพุดถึงตรงนี้จิตเริ่มแสดงความหวาดกลัวออกมาตามใบหน้าของเธอ

“ฉันรู้ชื่อของมันทันทีว่ามันชื่ออะไร แต่สิ่งที่ฉันไม่รู้คือมันมาจากไหนแล้วมาเพื่ออะไร พอมันเข้ามาใกล้ฉัน มันมองไปรอบๆเหมือนกับตามหาอะไรบางอย่าง แล้วมันก็บินขึ้นฟ้าไป”

“มังกรตัวนั้นไปไหนซะแล้วล่ะครับ ผมเข้ามาก็นานแล้วไม่เห็นมีมังกรอย่างที่คุณบอกเลย”ชัยถาม

“มันน่าแปลกตรงที่พอมันบินขึ้นฟ้า มันสามารถเปิดประตูข้ามไปยังภาพอื่นได้น่ะสิจ๊ะ...เพราะไม่รู้ที่มาและเป้าหมายของมันฉันถึงได้บอกว่ามันอันตรายไงล่ะจ๊ะ”

“ผมเป็นมนุษย์ เจ้าสามสิ่งที่เป็นอันตรายสำหรับชาวสามสีคงไม่ทำอะไรผมล่ะมั้งครับ อีกอย่างผมก็ไม่มีสิ่งของอะไรให้มันเอาไปด้วย...” ชัยพูดลืมไปแล้วว่าเขาเป็นเป้าหมายแรกที่อคติจู่โจม

“แต่ตอนนี้เธอเป็นมนุษย์แค่วิญาณของเธอเท่านั้นนะจ๊ะ” จิตทักท้วงไม่ให้ชัยประมาท

“แค่วิญญาณ แล้วตัวผมล่ะ! ร่างกายผมล่ะ!”

“ร่างกายของเธอแปรสภาพเป็นสีสันเช่นเดียวกับชาวสามสีที่อยู่ในพิภพนี้แล้วจ้ะ ดังนั้นเธอห้ามประมาทโดยเด็ดขาดนะจ๊ะ ไม่เช่นนั้นเธออาจเป็นอันตรายถึงชีวิต”

ความเงียบครอบคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมยังพัดอยู่ตลอดเวลา

เมื่อชัยได้ฟังเช่นนั้น สิ่งแรกที่เข้ามาในความคิดของเขาคือ ขอให้เขาอย่าได้เจออันตรายสามสิ่งนี้เลยแม้แต่อย่างเดียว

“เอาล่ะจ้ะ...ก่อนที่ฉันจะเปิดประตูให้ฉันอยากให้เธอนำสิ่งนี้ไปด้วย” จิตพูดทำลายความเงียบที่เกิดจากเธอโดยไม่ตั้งใจ

มีกิ่งไม้ยาวขนาดไม้บรรทัดหล่นลงมากิ่งหนึ่งพร้อมกับละอองสีเขียวระยิบระยับ

“ฉันอยากให้เธอนำกิ่งไม้นี้ไปด้วยนะจ๊ะ...ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ดูเหมือนว่าจะมีคนต้องการมัน และบางที่มันอาจมีประโยชน์กับเธอจ้ะ”

ชัยก้มลงไปเก็บกิ่งไม้ละอองสีเขียวที่ปรากฏจางหายไป เขาเอากิ่งไม้ใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกง จิตยื่นมือไปเบื้องหน้าพูดเสียงแผ่วเบา

“เปิดประตู”

ประตูสีรุ้งเกิดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ภาพที่ปรากฏในประตูเป็นห้องๆหนึ่ง ห้องที่อยู่อีกฟากของประตูชัยเห็นแค่เก้าอี้กับโต๊ะเขียนหนังสือตั้งหันหน้าไปออกทางหน้าต่างเท่านั้น เขาดูแล้วยังไม่แน่ใจว่าเป็นห้องอะไร

สิงห์กับหงส์โบกมือลา จิตโบกมือลาตอบ ยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน

สิงห์กับหงส์เดินนำเข้าไปก่อนเผื่อมีอันตรายดักรอพวกเขาอยู่

“ขอบคุณมากครับ”ชัยยกมือไหว้ขอบคุณและแทนการล่ำลาไปพร้อมๆกัน เขาก้าวเท้าข้ามผ่านพ้นประตู

จิตลืมพูดกับชัยเรื่องหนึ่ง เธอจึงร้องเรียกชัยก่อนที่ประตูจะปิดตัวมันเอง ชัยหันกลับไปหาเธอ

“ ชัย !ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้ฉันนะจ๊ะ ฉันดีใจมากที่เธอเห็นว่าภาพฉันสวย ตอนที่เธอมองฉันที่โลกของเธอชั้นรู้สึกเช่นนั้นจ้ะ”

เขาเลือกภาพเธอเป็นหัวข้อการเขียนรายงาน ไม่นึกว่าจิตจะจำเขาได้และยังรู้ถึงความรู้สึกที่เขามีเมื่อตอนดูรูปเธออีกด้วย

“ขอให้เธอกลับโลกของเธอได้อย่างปลอดภัยนะจ๊ะ”

จิตอวยพรเป็นครั้งสุดท้ายแล้วโบกมือให้ชัยไหวๆ รอยยิ้มอ่อนโยนยังปรากฏบนใบหน้าสวยหวานของเธอตลอดเวลา

ชัยโบกมือให้จิต จากนั้นประตูก็ปิดลง


โดย : เมธี ไชยกิจจานุวัฒน์
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 26 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 20 : 8 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com