Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> The Flower of Life (ขอมัดใจเจ้าพ่อ) ตอนที่ 2

เรื่อง : The Flower of Life

ขอมัดใจเจ้าพ่อ

ตอนที่ 2

บทที่ 2
“ดิฉันมาขอพบผู้กองธฤตค่ะ”
คุณจ่าร่างท้วมคนเดียวกับนายตำรวจที่พาเธอมาที่โรงพักเมื่อวาน นำหญิงสาวไปยังห้องทำงานของคนที่เธอต้องการพบ ทันทีที่ชายหนุ่มเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาใหม่ ถึงกับพรายยิ้มออกมาด้วยความยินดี
“สวัสดีครับคุณชามา เชิญนั่งก่อนสิครับ” ชายหนุ่มผายมือเป็นการเชื้อเชิญผู้มาเยือน
วันนี้ชามาดูต่างจากเมื่อวานอย่างกับคนละคนกัน ความเป็นเด็กกะโปโลหายไปหมดสิ้นเมื่อเธออยู่ในชุดทำงาน แต่ยังคงความรั้นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ใบหน้าอันคมเฉี่ยว บุคลิกอันปราดเปรียว บวกกับความมั่นใจของเธอ ดึงดูดความสนใจของธฤตได้ดีทีเดียว
“ฉันแวะมาเอารถค่ะ”
ผู้กองธฤตดูมีท่าทางแปลกๆ แล้วยังอ้ำอึ้งชอบกล จนทำให้หญิงสาวเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถของเธอ
“คือว่าตอนนี้รถคุณอยู่ที่อู่ซ่อมรถ”
หญิงสาวคิดว่าเมื่อคืนตอนที่ธฤตขับรถของเธอกลับไป เขาคงขับไปชนอะไรเข้า หรือไม่รถของเธอก็อาจจะเสียกลางคัน แต่ถ้าดูจากสภาพรถแล้ว ถือว่ายังใหม่อยู่ น่าจะเป็นกรณีแรกมากกว่า
“คุณขับรถฉันไปชนเหรอคะ”
“ธฤตรีบปฏิเสธอย่างทันที ด้วยกลัวว่าระเบิดจะถูกปล่อยที่เขา
“เปล่าครับ เพียงแต่อธิสว์เพื่อนผม เขาอยากรับผิดชอบค่าเสียหายรถของคุณที่ถูกคุณมิลค์ชนเมื่อวาน เขาเลยให้ลูกน้องมาขับรถคุณไปที่อู่ตั้งแต่เช้าแล้วครับ”
“แล้วคุณก็อนุญาตให้เขาเอาไปเนี่ยนะคะ”
อารมณ์ของชามาในตอนนี้เทียบได้กับปรอทวัดอุณหภูมิที่กำลังพุ่งปรี๊ดตอนที่เอาไปจุ่มในน้ำเดือด และมีความเป็นไปได้สูงที่หลอดแก้วบรรจุปรอทนั้นจะแตก
ผู้กองธฤตมีอาการกล้าๆ กลัวๆ ผู้หญิงอารมณ์ร้ายตรงหน้า ถ้าลูกน้องของเขารู้ว่านายตำรวจหนุ่มผู้ปราบปรามผู้ร้ายมานับไม่ถ้วน กลับต้องมาเกรงกลัวผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง มีหวังต้องมาทำงานพร้อมกับมีปี๊บคลุมหัวแน่ๆ แต่จะไม่ให้กลัวเธอก็ไม่ได้ ในเมื่อเหตุการณ์เมื่อวานพิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วว่าเธอคนนี้น่ากลัวแค่ไหน
“คือผมเห็นว่าคุณควรจะได้รับการชดเชยค่าเสียหาย เพราะคุณไม่ผิด และถ้าขออนุญาตคุณก่อน คุณก็คงจะไม่ยอม แต่เพื่อนผมเขาตั้งใจจะชดใช้ให้คุณจริงๆ นะครับ อย่าไปขัดศรัทธามันเลย”
“ฉันขอเบอร์โทรฯ ติดต่อเพื่อนคุณได้มั้ยคะ”
ธฤตรีบจดเบอร์โทรฯ ของอธิสว์ให้กับชามาอย่างทันที อย่างน้อยอธิสว์ควรได้รับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่ให้เขาต้องรับหน้าเธออยู่คนเดียวแบบนี้

ทันทีที่ชามามาถึงออฟฟิศ เธอพุ่งตรงเข้าห้องทำงานไปโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายชั่วโมง แต่ความโกรธไม่ได้ลดระดับลงเลย ชามารีบยกหูโทรศัพท์ต่อสายไปยังต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องโมโหทันที
“กริ๊ง…กริ๊ง…”
“ฮัลโหล”
“ใช่คุณอธิสว์หรือเปล่าคะ”
“ใช่ครับ”
ระเบิดลูกใหญ่ถูกปลดสลักโดยอัตโนมัติ เมื่อรู้ว่าปลายสายใช่เป้าหมายที่ต้องการจะทำลายล้างให้สิ้นซาก
“นี่คุณ คุณมีสิทธิ์อะไรมาเอารถฉันไป เมื่อวานฉันพูดกับคุณไม่ชัดหรือไง ว่าฉันไม่ต้องการค่าเสียหายใดๆ จากพวกคุณทั้งนั้น แล้วอย่าคิดว่าเป็นลูกเจ้าพ่อแล้วจะทำอะไรก็ได้ การเอาเงินฟาดหัวชาวบ้านไปทั่วเนี่ย คงเป็นวิธีแก้ปัญหาของพวกคุณสินะ”
สงครามยังไม่สงบง่ายๆ เพราะระเบิดปรมาณูอานุภาพทำลายล้างสูงกำลังถูกทิ้งลงสู่ฮิโรชิม่าแล้ว
“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณฮะ ว่าคนอื่นอยู่ได้ฉอดๆ ๆ ครอบครัวมีปัญหาหรือไง หรือว่าประจำเดือนไม่มา ถึงได้ด่าเอาๆ “
“ไอ้บ้า! เพราะคุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ บอกมาเลยนะว่าคุณเอารถฉันไปไว้อู่ไหน ฉันจะไปเอาคืน”
“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ ซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะเอาไปคืนคุณเอง”
หญิงสาวยังไม่ยอมง่ายๆ เธออยากจะทำตัวลีบแล้วกระโดดผ่านสายโทรศัพท์เข้าไปชกเบ้าตาอีกข้างของคนปลายสายนัก จะได้กลายเป็นหมีแพนด้า
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ ฉันจะเอารถคืนเดี๋ยวนี้ ตื้ดๆ ๆ ๆ…” ปลายสายวางไปแล้ว เหลือเพียงอารมณ์ขุ่นเคืองของอีกคนคู่สาย
อธิสว์อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ การเอาชนะคนอื่นเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคนอย่างเขาอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้หญิงรั้นอย่างเธอ ตั้งแต่เกิดมาเป็น นายอธิสว์ อัครมหาดำรงค์ชัย ลูกชายคนเดียวของเสี่ยใหญ่อย่างอัครเดช ยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาด่าใส่หน้าเขาอย่างนี้มาก่อน แล้วยัยนี่เป็นใครถึงได้กล้าทำอย่างนี้กับเขา

“เจ้านายเรียกผมมา มีอะไรให้ผมทำครับ”
“มีนิดหน่อย”
อธิสว์ยื่นซองบางอย่างให้ผู้ชายมาดขรึมที่เพิ่งเข้ามาใหม่ พร้อมกับสั่งการสองสามคำก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะออกมา

ชามายังนั่งทำหน้าไม่ต้อนรับแขกอยู่ในห้องทำงาน สักครู่ใหญ่มีผู้ชายหน้าตาทะเล้นเดินเข้ามาในห้องนั้น
“เฮ้ย! เด เป็นอะไรไปวะ ทำหน้าอย่างกับตูด ว่าแต่ใครมันช่างกล้าเหยียบหางคุณเดซี่วะ”
วินหรือวิญญูแกล้งเย้าให้อารมณ์ของเธอพุ่งสูงขึ้น เหมือนกับถ่านที่ใกล้มอด แต่ถ้ามีลมพัดผ่านมา มันก็พร้อมจะกลับไปลุกโชนได้ใหม่ทุกเมื่อ
“ไอ้วิน แกไม่มีงานการทำหรือไง ถึงได้มีเวลามาแกว่งปากหา…”
“กลัวแล้วจ้า กลัวแล้ว ดุอย่างกับ…”
“ไอ้วิน!”
วิญญูกับชามาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม พอเข้ามหา’ลัยต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ชามาเลือกเรียนทางด้านบริหาร เพราะหวังว่าเธอจะสามารถช่วยงานของผู้เป็นพ่อได้บ้าง ส่วนวิญญูเลือกเรียนสถาปัตย์ แต่ทั้งสองคนมีสิ่งเดียวที่ชอบเหมือนกัน นั่นก็คือ ดนตรี จึงทำให้ทั้งคู่ยังคงติดต่อกันมาโดยตลอด เวลาว่างก็นัดมาซ้อมดนตรีด้วยกัน หลังจากเรียนจบไม่นานทั้งสองคนจึงร่วมหุ้นเปิดสถาบันสอนดนตรีด้วยกัน นอกจากจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าของสถาบันแล้ว วิญญูและชามายังมีหน้าที่เป็นครูสอนดนตรีอีกหนึ่งตำแหน่ง ชามาเป็นครูสอนเปียโนมือหนึ่งของที่นี่ ส่วนวิญญูสอนทั้งกีตาร์ เบส กลอง และยังมีอาชีพเสริมเป็นสถาปนิกอิสระอีกต่างหาก
เป็นโชคดีของชามา รวมทั้งบรรดาลูกศิษย์ของเธอ ที่วันนี้ไม่มีชั่วโมงเรียน ไม่อย่างนั้นมีหวัง ว่าลูกศิษย์จะต้องหนีกลับบ้านกันหมดแน่ เพราะพายุลูกใหญ่อาจจะถล่มลูกศิษย์แทนที่จะเป็นเป้าหมายที่แท้จริง แต่หลังจากอาหารมื้อเที่ยงลงท้องไป ก็นับว่าอารมณ์ของหญิงสาวกลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างสมบูรณ์ ทำไมช่วงนี้ถึงได้มีเหตุที่จะทำให้เธอต้องอารมณ์เสียอยู่เรื่อย
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตรงหน้าห้องทำงานของเธอ ก่อนที่พนักงานสาวคนหนึ่งจะเดินเข้ามา
“น้องเดคะ มีคนมาหาค่ะ”
“ใครกันคะ วันนี้เดไม่ได้นัดใครนิคะ”
“พี่ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เขาบอกแค่ว่ามีธุระสำคัญ ต้องพบน้องเดให้ได้”
ชามาชักอยากจะรู้เสียแล้วว่าเขาคนนั้นเป็นใครกันถึงได้พูดจาแปลกๆ ทำไมเขาจึงอยากพบเธอซะมากมายขนาดนั้น
“นั้นเชิญเขาเข้ามาแล้วกันค่ะ”
ไม่นานนักชายร่างสูงใหญ่ ไม่ใช่สิ ต้องร่างยักษ์ เข้ามาปรากฏตัวตรงหน้าของหญิงสาวเจ้าของห้อง เธอมองเขาอย่างสำรวจ ร่างยักษ์นั้นอยู่ในชุดสีดำสนิท ทั้งเสื้อสูตและกางเกงล้วนแต่ดำสนิท ดูไปดูมาเขาไม่ต่างกับพวกบอดี้การ์ดที่เดินตามหลังคนใหญ่คนโตที่มีให้เห็นกันในละคร ในเมื่อเธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แล้วเขาคนนี้จะอยากพบเธอทำไมกัน
“สวัสดีครับ คุณชามา ผมชื่อชาติชาย มาตามคำสั่งของคุณอธิสว์”
ชายหนุ่มหยิบซองๆ หนึ่งออกมาจากเสื้อสูต แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าของชามา
“คุณอธิสว์สั่งให้เอามาให้คุณ”
ชามาเอื้อมมือออกไปหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดออก มือบางหยิบบางอย่างที่อยู่ภายในซองขึ้นมาดู แล้วสีหน้าของเธอต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อพบว่าสิ่งนั้นเป็นเช็คเงินสดซึ่งระบุจำนวนเงินไว้ไม่น้อย ถึงตอนนี้อะไรก็ไม่สามารถฉุดอารมณ์ของเธอได้อีก
“ไม่ทราบว่าตอนนี้เจ้านายของคุณอยู่ที่ไหนคะ”
“อยู่ที่บริษัทครับ”
“คุณช่วยเขียนที่อยู่บริษัทของเจ้านายคุณให้ดิฉันหน่อยได้มั้ยคะ พอดีว่าฉันอยากจะไปขอบคุณคุณอธิสว์ด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
ชาติชายผู้แสนซื่อและมองโลกในแง่ดี ซึ่งต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาเหลือเกิน กำลังเขียนสิ่งที่เธอต้องการลงในกระดาษแผ่นจิ๋ว แล้วจัดการส่งให้กับหญิงสาว โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้น มันเป็นการทำร้ายเจ้านายของตัวเองทางอ้อม
“ขอบคุณมากนะคะคุณชาติชาย” เตรียมตัวไว้เลยนายอธิสว์
หลังจากที่รถของชาติชายเคลื่อนตัวออกไปจนลับตา ชามาแทบจะทะยานออกไปเลยทีเดียว แต่เธอเกือบลืมไปว่าตอนนี้เธอไม่มีรถใช้ชั่วคราว เพราะเขานั่นแหละ หญิงสาวเลยต้องนั่งแท็กซี่ออกไป แต่รถช่างขับเคลื่อนช้าไม่ทันกับอารมณ์ของผู้โดยสารเอาเสียเลย คันเร่งถูกเหยียบแทบมิดตามคำสั่งของคนใจร้อน จนในที่สุดก็มาถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็ว หญิงสาวเดินตัวปลิวตรงดิ่งไปยังโอเปอร์เรเตอร์เป็นรายแรก
“ดิฉันมาขอพบคุณอธิสว์ค่ะ”
หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์บอกทางให้ชามาอย่างละเอียดยิบ ไม่ถึงสิบนาที ชามาก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของประธานบริษัท หญิงสาวยังไม่ได้ติดต่อคุณเลขาฯ หน้าห้อง แต่คุณเธอกลับเดินเข้ามาต้อนรับเสียก่อน และก็ปล่อยให้ชามาเข้าไปในห้องของเจ้านายอย่างง่ายดาย โดยที่ไม่สอบถามอะไรทั้งสิ้น แม้กระทั่งชื่อของผู้มาเยือน อย่างกับรู้มาก่อนว่าเธอจะมา
ชามาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของอธิสว์ ซึ่งเขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่โดยไม่ได้สนใจว่าใครจะเข้ามา ชามากำเช็คไว้แน่นด้วยความโกรธ เธอขว้างเช็คนั่นใส่หน้าเขา
“คุณอธิสว์ เอาของๆ คุณคืนไปเลยนะ แล้วเลิกยุ่งวุ่นวายกับฉันเสียที”
อธิสว์เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเชยชา ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่พอรึไง คุณต้องการเท่าไหร่บอกมา”
หญิงสาวเริ่มจะทนผู้ชายคนนี้ต่อไปไม่ไหว เขาช่างร้ายกาจ และนิสัยเสียที่สุดในโลก ตั้งแต่เธอลืมตาออกมาจากท้องแม่ก็เพิ่งพบเจอคนอย่างนี้นี่แหละ พวกเจ้าพ่อเป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือไง
“คุณนี่พูดไม่รู้เรื่องเหมือนยัยมิลค์เด็กคุณเลยนะ ฉันรู้แล้วล่ะว่าทำไมถึงคบกันได้ ที่แท้ก็พวกเดียวกันนี่เอง”
อธิสว์ลุกขึ้นเดินมายืนประจันหน้ากับหญิงสาว แทนที่เธอจะถอยหนี กลับยืนปักหลักอยู่อย่างนั้นอย่างไม่เกรงกลัวอะไร แล้วยังจะจ้องหน้าเขาอีก ชามาแทบจะกลั้นยิ้มไว้แทบไม่อยู่ เมื่อเห็นผลงานของตัวเองตรงเบ้าตาของเขา
“บอกมาซิว่า พวกเดียวกันน่ะ มันพวกไหน”
“ก็พวกที่เข้าใจอะไรๆ ยาก ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง พูดซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”
“ผมเข้าใจทุกอย่างที่คุณพูด เพียงแต่ไม่ตกลง ในเมื่อผมพอใจจะทำ ผมก็จะทำ”
ชามาได้แต่ระอาใจ ทำไมถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้นะ จะมีใครทนผู้ชายคนนี้ได้บ้างเนี่ย เธอจะได้เอาพวงมาลัยไปสักการะเพื่อแสดงความนับถือ
“โอ้ย! ฉันเหนื่อยที่จะเถียงกับคุณเต็มที คุณจะทำอะไรก็ทำไปเลยนะ แต่ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่ารถฉันอยู่ที่ไหน เอารถฉันคืนมาเดี๋ยวนี้ คุณรู้มั้ยว่าฉันต้องนั่งแท็กซี่ไปทำงานทุกวัน แล้วแถวบ้านฉัน รถแท็กซี่ผ่านมาเฉลี่ยชั่วโมงละคัน ฉันต้องรอนานแค่ไหน คุณรู้บ้างรึเปล่า แต่คนอย่างคุณคงไม่รู้หรอก เอ๊ะ…แต่ฉันว่าคนอย่างพวกคุณคงไม่คิดที่จะรับรู้มากกว่าว่าการกระทำตามความพอใจของตัวเองทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนมากแค่ไหน”
หญิงสาวใส่ไม่ยั้ง แต่อธิสว์กลับนิ่งไม่มีอาการใดๆ แม้แต่น้อย นี่เขาเก็บอารมณ์โกรธไว้ส่วนไหนของร่างกายกันนะ ถึงได้เป็นมนุษย์หน้าเดียวอย่างนี้ ชามาได้แต่คิดหาคำตอบให้กับตัวเอง โดยที่ไม่รู้เลยว่าลึกๆ แล้วเขาแทบกระอักความโกรธของตัวเองตาย เพราะเขาจะแสดงความโกรธให้เธอเห็นไม่ได้ มันเท่ากับว่าเขาตกหลุมพรางของเธอ
“รถคุณน่ะ ผมคืนให้แน่ แต่ต้องรอให้ซ่อมเสร็จก่อน ส่วนตัวคุณ ถ้ามันลำบากมากนัก เดี๋ยวผมจะให้คนไปรับไปส่งคุณทุกวันจนกว่ารถจะซ่อมเสร็จ”
ภาพของลูกน้องของอธิสว์ผุดขึ้นมาในหัวสมองของชามา พาลพาให้ขนลุก ดูจากคุณยักษ์วัดแจ้งอย่างชาติชายแล้ว คงไม่ไหวแน่
“ไม่ต้องเลยนะ ฉันยอมลำบาก ส่วนเรื่องรถ ฉันหมดแรงที่จะเถียงกับคุณแล้ว เสร็จแล้วรีบเอามาคืนแล้วกัน”
หญิงสาวก้าวเท้ากำลังจะเดินออกไปจากห้องนั้น แต่เหมือนกับว่าจะออกไปให้พ้นหน้าเจ้าของห้องมากกว่า แต่แขนของเธอกลับถูกฉุดเอาไว้ก่อน ไม่รอช้า วิชาการต่อสู้ถูกงัดออกมาใช้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ผ่านคำสั่งจากสมอง แต่ทำไมนายคนนี้ถึงรับมือได้ทุกแขนง เทควันโดก็แล้ว มวยไทยก็แล้ว ทำไมถึงไม่เป็นอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นเธอกลับต้องตกอยู่ในอุ้มมือมารเสียเอง ชามาดิ้นสุดแรงเพื่อให้หลุดจากวงแขนอันแข็งแรงของเขา
“คุณสู้ผมไม่ได้หรอกน่า อย่าพยายามให้เหนื่อยเลย”
“แล้วคุณจะจับฉันไว้ทำไม หรือว่าจะแก้แค้นที่ฉันชกหน้าคุณ ฉันยอมให้คุณชกหน้าฉันคืนก็ได้”
นึกถึงเรื่องเมื่อวานแล้ว เขาก็ยังเคืองไม่หาย ไม่น่าพลาดท่าให้เธอต่อยหน้าได้เลย ดูซิทั้งเขียวทั้งช้ำ ทายาแล้วก็ยังปวดอยู่ได้ ผู้หญิงอะไร ทำตัวกร่างอย่างกับนักเลง
“ผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วถ้าผมจะแก้แค้นคุณจริงๆ ผมไม่ต่อยหน้าคุณให้เปลืองแรงผมหรอก มีวิธีที่จะแก้แค้นคุณตั้งเยอะแยะ โดยที่ผมไม่ต้องเหนื่อย”
เขาว่าพลางลากเธอออกไป ชามาพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์ เธอใช้มืออีกข้างที่เป็นอิสระจากการเกาะกุมจับขอบโต๊ะทำงานเขาไว้แน่น
“ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไป”
อธิสว์ออกแรงอีกนิดหน่อย ร่างของหญิงสาวก็ลอยติดมือเขามาแล้ว
“จะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ ไปสิ ผมเลิกงานพอดี”
เขากึ่งฉุดกึ่งลากเธอออกไปท่ามกลางสายตาทุกคู่ของพนักงานในบริษัท ชามาได้แต่ก้มหน้าก้มตาก้าวเท้าเดินออกไปตามแรงฉุดของชายหนุ่มด้วยความอาย ส่วนเขาไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านต่อสายตาใครทั้งนั้น เพราะคนอย่างอธิสว์ไม่เคยแคร์ใครอยู่แล้ว
จนมาถึงลานจอดรถ และที่นั่นมีผู้ชายชุดดำเดินไปเดินมาเต็มไปหมด จนพวกเขาเห็นว่าอธิสว์กำลังเดินมา ต่างพากันมาหยุดยืนเป็นยักษ์วัดโพธิ์บ้าง วัดแจ้งบ้างตามแต่ศรัทธา
อธิสว์พาเธอเดินมาที่รถ หญิงสาวขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างว่าง่าย ที่ไม่ขัดขืนนั้นไม่ใช่ว่ากลัวอธิสว์ แต่กลัวลูกน้องของเขาต่างหาก อย่างกับซุ้มมือปืนไม่มีผิด
รถขับเคลื่อนไปเรื่อยๆ โดยไร้ผู้ติดตามเหมือนเคย เพราะอธิสว์สั่งให้ลูกน้องไปรอที่บ้าน ส่วนตอนนี้บรรยากาศในรถอึมครึมยังไงพิกล ชามาได้แต่นั่งตัวแข็ง ไม่พูดไม่จา ใบหน้าบึ้งตึง แต่เนื่องจากอธิสว์ขับรถออกนอกเส้นทาง จึงทำให้ตัวแข็งๆ นั้นเริ่มขยับเขยื้อน
“นี่คุณ เลี้ยวรถทำไม ทางไปบ้านฉันต้องขับตรงไป”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากเขา อธิสว์ยังคงขับรถต่อไปโดยไม่ได้สนใจว่าคนข้างๆ นั้นก้นร้อนจนแทบจะนั่งไม่ติดเบาะอยู่แล้ว ชามากลัวว่าเขาจะพาเธอไปฆ่าหมกป่าน่ะสิ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็คงตายฟรี เพราะคนระดับเขาคงเอาผิดได้ยาก คงปกปิดหลักฐานได้อย่างแนบเนียน
ฝ่ายชายหนุ่มกลับยิ้มย่องอยู่ในใจ ก็ดูท่าทางของเธอตอนนี้สิ อย่างกับหนูติดจั่น ที่แท้ก็ทำเป็นเก่ง ดีแต่ปาก หนูอย่างเธอจะมาสู้ราชสีห์อย่างเขาได้อย่างไร

ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ











โดย : พรรณรลัน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 7 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 20 : 9 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com