Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> การ์เดียน สปิริต(ตอน 3 อัญเชิญทวยเทพ)

เรื่อง :

การ์เดียน สปิริต

(ตอน 3 อัญเชิญทวยเทพ)

สหพันธ์แห่งอเมริกาเหนือ ณ นีโอเท็กซัส ทำเนียบประธานาธิบดี

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ทำให้ประธานาธิบดี แห่งสหพันธ์อเมริกาเหนือต้องตื่นจากภวังค์เรื่องสถานการณ์ทางโลกตะวันออก
“เชิญ” ประธานาธิบดีตอบออกไป ที่เดินเข้ามาคือรัฐมนตรีกลาโหมผู้ซึ่งได้รับการผ่าตัดฝังสมองเทียมในการติดต่อสั่งการกับ มาเรีย ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของสหพันธ์ “ท่านได้รับข้อมูลเรื่องกองทัพมนุษย์ดัดแปลงของโลกตะวันออกหรือยังครับ?” รัฐมนตรีกลาโหมเอ่ยถาม “นั่งลงก่อนเถอะแอนเดอสัน จอนห์รายงานผมเมื่อสองชั่วโมงก่อนคุณทราบข่าวนี้ได้อย่างไร กาแฟมั้ย” ประธานาธิบดีเอ่ยถาม พร้อมกับหันไปรินกาแฟให้กับเพื่อนสนิทซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมโดยไม่รอฟังคำตอบ “ผมได้ข้อมูลจากมาเรีย เธอวิเคราะห์ว่านี่อาจเป็นข้อมูลสำคัญทางความมั่นคงจึงส่งตรงมายังสมองผม” แอนเดอสันตอบ ประธานาธิบดี วางกาแฟหอมกรุ่นลงตรงหน้าเพื่อสนิท ก่อนจะกล่าวว่า “ ผมนึกไม่ออกเลยนะว่าถ้าไม่ใช่คุณที่เข้ารับการฝ่าตัดผมจะยอมมั้ย เพราะอำนาจที่คุณมีตอนนี้มันล้นฟ้าเลยทีเดียว” ประธานาธิบดีพูด แอนดอสันยกถ้วยกาแฟขึ้นสูดดมก่อนที่จะจิบเครื่องดื่มสีดำนั้นและรับรู้ถึงความร้อนที่วิ่งผ่านลำคอ “ก็ยังคงเป็นอำนาจที่คุณกำหนดให้ผมอยู่ดีนี่ ราฟ มีรหัสป้องกันค่อนข้างซับซ้อน และผมเองและกองทัพแห่งพระเจ้าก็ใช้อำนาจได้เท่าทีคุณอนุญาตให้เท่านั้น” แอนเดอสันตอบ “มันจำเป็นน่ะแอนเดอสัน นี่คุณคงไม่ได้มาขออำนาจเพิ่มใช่มั้ย” ประธานาธิบดีกล่าวยิ้มๆพร้อมกับเอนตัวพิงเก้าอี้นวมหนานุ่ม “เปล่าหรอก ราฟ ผมมาเรื่องพวกสัตว์ประหลาดทางตะวันออกนั่น” รัฐมนตรีกลาโหมโยงเข้าธุระ “เท่าที่รู้คือ เป็นกองทัพที่แข็งแกร่งมาก ทนกระสุนหรือแรงระเบิดจากอาวุธสงรามได้สบาย และสัตว์ประหลาดที่บินพ่นไฟได้นั้นอะไรนะ ? “มังกร” ประธานาธิบดีเสริม “ อ่าใช่ มังกร ไม่รู้ว่าควบคุมพวกมันได้ยังไงสิน่า” รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวด้วยความสงสัย ก่อนดื่มกาแฟในแก้วนั้นรวดเดียวหมด” ประธานาธิบดีหมุนปากกาในมือพร้อมกับตอบยิ้มๆ “ก็แค่ทำให้มันมีสมองนิดเดียวเท่านั้น ไม่ยากนี่ แล้วรู้วัตถุประสงค์ของการพัฒนาครั้งนี้มั้ย” “เพื่อเปิดสงครามหรือ กับใคร เราหรือยุโรป” แอนเดอร์สันถาม “นั่นผมควรจะถามคุณนะแอนเดอสัน” ประธานธิบดีกล่าว “ก็ไม่ยุติธรรมนะ ราฟ เพราะคุณเอาหน่วยข่าวกรองของผมไปหมด ผมจึงน่าจะถามคุณมากกว่า” แอนเดอสันจ้องตาประธานาธิบดี ราฟ เลิกคิ้วของเขาพร้อมกับพยักหน้าก่อนอธิบาย “ก็ได้ แอนเดอสัน ข่าวเรื่องดาวเทียมซีอุสของเรารั่ว” แอนเดอสันมองหน้าประธานาธิบดีด้วยสายตาสงสัย “ไม่ต้องถามผมแอนเดอสันผมไม่รู้หรอกว่ามันรั่วไปได้ยังไง ก็คงเหมือนโครงการดีเอ็นเอนาโนนั่นละทีทางสหพันธ์ยุโรปพยายามล้วงตับเราอยู่ แต่ตอนนี้พวกตะวันออกรู้ว่าเราพยายามจะปล่อยซีอุสเพื่อเพิ่มอำนาจของมาเรียไปทั่วโลก” ประธานาธิบดีกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ แอนเดอสันมองหน้าประธานาธิบดีอีกครั้ง “พวกมันจะขัดขวางเราก่อนที่จะมีการปล่อยซีอุส นั่นมันแค่เดือนครึ่งเท่านั้นนะ” เขากล่าว “ใช่ แอนเดอสัน พวกมันมีเวลาเดือนครึ่งในการยังยั้งเรา และคุณ มีเวลาน้อยกว่านั้นในการจัดการกับกองทัพนั่น” ประธานาธิบดีกล่าว รัฐมนตรีกลาโหมลุกขึ้นทำความเคารพและกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านประธานาธิบดีจะไม่ผิดหวังกับกองทัพแห่งพระเจ้าในภารกิจนี้แน่นอน” จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป..

ณ ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อการทหาร

“ด๊อกเตอร์เบนสันคะ คุณลุค ไรเฟอร์ มาขอพบค่ะ” เสียงจาก อินเตอร์คอมภายในห้องทำงานของด็อกเตอร์เบนสันดังขึ้น “เชิญเข้ามาได้” เขาตอบรับ วิศวกรวัยกลางคนทักทาย ด๊อกเตอร์เบนสันแลัวจึงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “ด๊อกเตอร์ ครับผมมีเรื่องอยากถามคุณตรงๆสักเรื่อง” ลุคออกตัว ด๊อกเตอร์ มองลอดแว่นหนาเตอะของเขาออกไปสบตากับวิศวกรวัยกลางคน “ว่ามาสิ ลุค เราไม่มีความลับกันอยู่แล้ว” ด๊อกเตอร์กล่าวกับเขา “ ผมสงสัยว่าโครงการนี้จะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะไม่มีความคืบหน้าในการอนุมัติโครงการขั้นตอนต่อไปลงมาเลย อย่างมากก็เป็นเพียงทำการวิจัยไปเรื่อยๆแต่ไม่ได้รับการอนุมัติให้ทดลองจริง” ด๊อกเตอร์ขยับแว่นพร้อมกับชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจกล่าว “ จริงบางส่วน ลุค ที่เราไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่คุณว่านั้นเป็นเพราะดูเหมือนโครงการนี้จะมีปัญหาการรั่วไหลของข้อมูล ทางเบื้องบนจึงสั่งระงับไว้ก่อน จนกว่าจะหาจุดรั่วไหลและป้องกันได้” ถ้าอย่างนั้นสองคนที่เข้ามาใหม่ก็ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์นะสิแต่เป็นสายที่เบื้องบนส่งเข้ามา” ลุคพยายามประติดประต่อเรื่องราว “ ก็ไม่เชิง พวกเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับหน่วยข่าวกรองมานาน แต่ลุคไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเชื่อผมนะผมมั่นใจว่าโครงการดีเอ็นเอนาโนนี้จะเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยมนุษยชาติให้อยู่รอดในอนาคตได้ซึ่ง โครงการนี้มีความคืบหน้าไปอย่างมากมาย” ด๊อกเตอร์กล่าว ลุคแสดงท่าทางสงสัยอย่างเห็นได้ชัด “คุณปิดบังอะไรผมเกี่ยวกับโครงการนี้หรือเปล่าด๊อกเตอร์” ลุคถาม “ผมไม่เคยมีเรื่องที่ปิดบังคุณนะลุค เสมอมา คุณกลับไปทำงานเถอะ ผมยังมีงานต้องทำ” ด๊อกเตอร์เบนสัน ตัดบทและก้มหน้าตรวจเอกสารปึกใหญ่บนโต๊ะโดยไม่สนใจ ลุคอีก..

หุบเขาชีร่า สุดเขตแดนเกษตรกรรม

ลูเซ่ เรน เดินทางจากหมู่บ้านมายังบ้านของอาธีน่า ที่นั่นเขาได้พบกับ กาเบรียล ผู้ส่งสารน์พเนจร เขารู้ดีว่า กาเบรียลคอยช่วยเหลือสองแม่ลูกอยู่ห่างๆ และกาเบรียลนี่เองที่เป็นผู้สอนให้อาธีน่าเรียนรู้เวทย์มนต์ต่างๆ แต่มีข้อแม้ว่าอาธีน่าจะไม่ใช้เวทย์มนต์นั้นต่อหน้าคนอื่น
“ไง ลูเซ่ เจ้าเริ่มฝันบ้างหรือยังล่ะ” กาเบรียลหยอกเด็กหนุ่ม “ข้าฝันเสมอท่านการ์เบรียล ข้าฝันว่าจะเป็นนักรบเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของชีร่า จะได้ไม่ต้องโดนข่มเหงอยู่ในเขตเพาะปลูกนี้” ลูเซ่อตอบ เด็กสาวผมสีน้ำตาลแดงเดินอ้อมมาจากอีกด้านหนึ่งของบ้าน เธอถอดผ้ากันเปื้อนวางไว้กับขอด้านข้างของตัวบ้าน ก่อนจะกล่าวกับการ์เบรียล “หนูว่า ลูเซ่ไม่ใช่เทวทูตแน่นอนเลยท่านการ์เบรียล” “งั้นเธอเป็นเทวทูตหรือไง อาธีน่า” ลูเซ่แย้ง อาธีน่าทำท่าจะเถียงต่อแต่ได้ยินเสียงของมิเรยดังขึ้นมาก่อน “พอทีทั้งสองคน เจอกันเป็นต้องเถียงกันทุกทีสิ ท่านการ์เบรียลจะไปวันนี้แล้วนะ” อาธีน่าแลบลิ้นใส่ลูเซ่ก่อนจะหันไปกล่าวกับ การ์เบรียล “ท่านการ์เบรียลจะสอนเวทย์เพลิงให้อาธีน่าไม่ใช่หรือคะ” “สอนผมด้วยสิ”ลูเซ่รีบบอก การ์เบรียลหัวเราะก่อนจะตอบเด็กทั้งคู่ “งั้นเรามาเริ่มกันเลยนะ เจ้า ยังจำบทอัญเชิญทวยเทพได้หรือไม่?” อาธีน่าพยักหน้า กาเบรียลยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า“เมื่อร่ายบทอัญเชิญทวยเทพแล้วจึงร่ายเวทย์ แห่งเพลิง “ข้าแต่เทพเห่งเพลิงจงได้ประทานเปลวแสงห่งความอบอุ่นเป็นประทีปแก่ข้าด้วยเถิด ไฟร์เออร์ เบริน” ทันใดนั้น ได้เกิดเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งลุกไหม้ในอากาศห่างจากฝ่ามือของกาเบรียลเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะมอดดับไป “เอาละ ตาเจ้าแล้ว อาธีน่า” อาธีน่าร่ายบทอัญเชิญเทพแล้วร่ายเวทย์แห่งเพลิงตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ประกายแสงเล็กๆ ใกล้กับปลายนิ้ว ของเธอซึ่งเรียกเสียงหัวเราะ จากลูเซ่ได้ดังลั่น “ดีมากแล้วสำหรับครั้งแรก อาธีน่า เจ้าบ้างแล้วลูเซ่” “หากข้าไม่ร่ายบทอัญเชิญเทพ ข้าจะใช้เวทย์ได้หรือไม่กาเบรียล” ลูเซ่ถาม กาเบรียลจับจ้องที่ลูเซ่ก่อนจะตอบว่า นั่นขึ้นอยู่กับว่าพระเจ้ารักเจ้ามากแค่ไหน หากเจ้าเป็นเช่นทวดของเจ้า บทอัญเชิญเทพก็ไม่มีความจำเป็นเลย” “เช่นนั้นข้าจะไม่ร่ายบทอัญเชิญเทพ ไฟร์เออร์ เบริน!!!!.....” ทั่วบริเวณเงียบสนิท แต่มีเสียงเล็กๆเล็ดลอดออกมา มันเป็นเสียงกลั้นหัวเราของอาธีน่า “คิก คิก ... ท่านเทวทูตคะ ข้าว่าท่านยอมร่ายบทอัญเชิญเทพดีกว่านะคะ” อาธีน่ายังกลั้นหัวเราไม่หยุด “ แม้แต่แม่ทัพเวทย์อย่างองค์ชายริเวร่ายังต้องร่ายบทอัญเชิญเทพเลยนะเจ้าคะ”อาธีน่ายังคงเหน็บแนมเพื่อนสนิท ครั้งนี้ลูเซ่ยื่นมือไปข้างหน้าพร้อมกันสองข้างและร่ายบทอัญเชิญเทพ “ข้าแต่เทพแห่งเพลิงจงประทานเปลวแสง.....” “สตรอม พันช์ !!!” ร่างของลูเซ่ปลิวออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ถึงสามวา และล้มลงไปกลิ้งกับพื้น ทันทีที่ลุกขึ้นมาได้เขาเห็นรอยไหม้ดำเป็นวงบริเวณที่เขายืนร่ายเวทย์อยู่ เขานึกทบทวนเหตุการณ์ ใช่แล้วเขาเพิ่งจะร่ายบทอัญเชิญเทพยังไม่จบด้วยซ้ำก็ถูกกาเบรียลร่ายเวทย์พายุ กระแทกลอยออกมา “เธอนี่ไม่ไหวจริงๆลูเซ่ แค่นี้ยังร่ายเวทย์ผิดอีกนะดีที่ท่านการ์เบรียลอยู่ที่นี่ ไม่งั้นเธอได้เป็นลูเซ่ย่างแน่” อาธีน่าตำหนิลูเซ่ ในขณะที่กาเบรียลมองรอยไหม้บนพื้นอย่างครุ่นคิด “เอาละวันนี้พอแค่นี้ ลูเซ่ เธอไม่ควรใช้เวทย์ใดๆอีกจนกว่าข้าจะกลับมาสอนอีกครั้ง เข้าใจไหม ..” การเบรียลบอกกับลูเซ่และโดยไม่รอฟังคำตอบการเบรียลได้เดินหันหลังจากไปเพื่อปฏิบัติภารกิจตามหาเทวทูตต่อไป..


โดย : นักล่าฝัน
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 18 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 22 : 19 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com