Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> การ์เดียน สปิริต ตอน4 (จุดเริ่มต้น)

เรื่อง :

การ์เดียน สปิริต

ตอน4 (จุดเริ่มต้น)

เขตทดลองจีโนม สหพันธ์โลกตะวันออก
พันเอกกริฟฟอน ชายร่างเล็กในเครื่องแบบทหารลายพราง ให้สัญญาณลูกทีมเคลื่อนไปยังเป้าหมายอย่างช้าๆ
นี่เป็นสงครามครั้งแรกที่หน่วยของเขา ทหารแห่งพระเจ้าได้ถูกส่งออกมาปฏิบัติภารกิจยังเขตของศัตรู
เมื่อสองสัปดาห์ก่อนทันทีที่หน่วยของเขาสิ้นสุดการฝึกซ้อมรัฐมนตรีกลาโหมและผู้บัญชาการทหารได้มีคำสั่ง
ให้เขานำลูกทีมออกปฏิบัติการลักพาตัวนักวิทยาศาสตร์ในโครงการชีวนาโนของสหพันธรัฐตะวันออกหากเป็นไปได้ มิฉะนั้นอนุญาตให้กำจัดได้ตามสถานการณ์
เขาและลูกทีมได้รับการผ่าตัดฝังชิพเพื่อสื่อสารกับ มาเรีย ซูบเปอร์คอมพิวเตอร์ซึ่งทำให้เขาและลูกทีม
สามารถจะสื่อสารกันได้คล้ายกับความสามารถของนักรบพลังจิตนอกจากนั้นยังสามารถที่จะดาวน์โหลดข้อมูล
โครงสร้างอาวุธแบบต่างๆซึ่งนำมาใช้กับอนุภาคซีต้าซึ่งบรรจุอยู่ในปลอกข้อมือของพวกเขา
อนุภาคซีต้าถูกพัฒนามาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจการทหารในโครงการ FCS (Future Combat
System ) ปัจจุบันได้มีการนำไปให้พลเรือนใช้โดยจำกัดความสามารถในการเปลี่ยนรูปแบบของอนุภาคซีต้า
ให้มีอยู่ไม่กี่แบบเท่านั้น แต่ในทางทหารแล้วรูปแบบของอาวุธที่เขาสามารสร้างได้นั้นไม่ต่ำกว่า ห้าพันชนิดซึ่ง
พวกเขาสามารถควบคุมให้อนุภาคซีต้าเปลี่ยนรูปร่างได้โดยการสั่งการจากสมองโดยตรงไม่ต้องผ่านปุ่มสัมผัส
เหมือนกับผู้ใช้คนอื่นๆ คุณสมบัติของอาวุธที่เกิดจากซีต้านั้นไม่แตกต่างจากอาวุธต้นแบบเลยแต่ซีต้ามีข้อจำกัด
เรื่องพลังงาน ในการเปลี่ยนรูปร่างของอาวุธซีต้าต้องใช้พลังงานจำนวนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงพันธะและ
โครงสร้างซึ่งพลังงานนี้ได้มาจากไฮโครเจนเซลที่อยู่ที่ปลอกข้อมือของพวกเขานั่นเองและหากพลังงานอ่อนลง
พวกเขาก็จะไม่สามารถควบคุมรูปร่างของซีต้าได้อีกดังนั้นการปฏิบัติการแต่ละครั้งจะต้องจบภารกิจให้ได้เร็วที่สุด
สำหรับ FCS แล้วนอกเหนือจากอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพอย่างซีต้า ยังมีหุ่นยนต์รบแบบต่างๆซึ่งตอบสนอง
ต่อการสั่งการของพวกเขาเป็นกำลังหนุนอีกด้วย เช่นในขณะนี้ เขาสามารถที่จะเรียกเครื่องบินรบ เข้ามาในเขต
ปฏิบัติการ กำหนดพิกัดด้วยสายตาและสั่งทำลายได้ทันทีหากจำเป็น
กริฟฟอนรับแผนที่จากดาวเทียมดวงหนึ่งและกำหนดเส้นทางที่จะลอบเข้าไปภายในตัวอาคารสูงหกชั้น
นั้น ที่ประตูทางเข้ามีทหารฝ่ายตรงข้ามอยู่เพียงสองราย ช่างน้อยเหลือเกินสำหรับป้องกันโครงการลับ
ระดับประเทศเขาคิด จากข้อมูลดาวเทียมเขาพบว่ามีระบบเตือนภัยอินฟาเรดอยู่ที่ทางเข้าทุกแห่งพร้อมทั้งกล้อง
วิดีโอวงจรปิดอีกหลายจุด ก่อนอื่นเขาต้องกำจัดทหารที่เฝ้าประตูทั้งสองคนก่อน เขาสั่งให้ลูกทีมสองคนเคลื่อนที่
เข้าไปใกล้ๆด้วยความระมัดระวัง จนมีระยะห่างเพียงสามสิบเมตร กริฟฟอนเห็นทหารทั้งสองสร้างปืนอัตโนมัติ
จากปลอกข้อมือของพวกเขาและเล็งไปยังเป้าหมาย กริฟฟอนจึงเดินออกจากที่ซ่อนตรงไปยังทหารยามทั้งสองคน
นั้นอย่างเปิดเผย
“หยุดนะ นายเป็นใคร ที่นี่คือเหตุหวงห้ามของรัฐบาลนะ” ทหารคนหนึ่งร้องตะโกนมา
กริฟฟอนยังคงเดินต่อไปพร้อมกับยื่นมือขวาไปข้างหน้า ทหารฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคนประทับปืนและเล็งมาที่เขา
“เปรี๊ยง!!” เสียงปืนดังออกมาจากกระปอกปืนของทหารยามทั้งคู่แทบจะพร้อมกันลูกกระสุนวิ่งผ่าอากาศตรงมายังกริฟฟอนอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังช้ากว่าอนุภาคซีต้าที่เปลี่ยนร่างเป็นเกราะเหล็กในมือเขา กริฟฟอนรู้สึกถึง
ความสะเทือนที่ส่งผ่านจากเกราะมายังข้อมือและท่อนแขน ขณะเดียวกันเขาเห็นทหารฝ่ายตรงข้ามทั้งสองนายล้ม
ลงกับพื้นและมีเลือดไหลออกจากรอยแผลกระสุนที่ศีรษะ เขารู้ดีว่านั่นเป็นแผลจากกระสุนซีต้าที่ขับเคลื่อนด้วย
ปฏิกิริยาสันดาปของไฮโดรเจน จากปืนที่ทหารทั้งสองนายของเขาสร้างขึ้น มันแทบไม่มีเสียงให้ได้ยินเลยขณะที่
ปลิดชีวิตของทหารยามทั้งสองนายนั้น แสงไฟและไซเรนกระจายไปทั่วบริเวณอาคาร ซึ่งเขาได้รับคำสั่งให้ลอบเข้า
ไปแต่ เขาไม่คิดที่จะทำเช่นนั้นลูกทีมเขาก็เช่นกันพวกเขาต้องการทดสอบอาวุธใหม่ในสถานการณ์จริง
กริฟฟอนนำลูกทีมวิ่งตรงไปยังประตู ทางเข้า ทหารสองนายก่อนหน้าได้ทำการปิดระบบอินฟาเรดไว้
ให้แล้วดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องกังวลกับระบบตอบโต้อัตโนมัติที่ติดตั้งยู่ที่ทางเข้าของตึก กริฟฟอน พาลูกทีมของ
เขาเดินผ่านประตูเข้าไปและทิ้งทหารเพียงนายเดียวไว้ที่ประตู
ที่ทางเดินไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น หรือเพดานล้วนแต่เป็นเหล็กหนา ซึ่งเขาได้ยินเสียงเหมือนกลไกกำลัง
ทำงานอยู่ที่ด้านหลังเขา“พันเอกครับ” ลูกทีมคนหนึ่งร้องเรียกเขา
เมื่อเขาหันกลับไปเขาพบว่า ทางเดินที่ด้านหลังกลายเป็นทางตันไปแล้ว ผนังเหล็กได้เคลื่อนตัวเองปิดช่องทางเดินที่
พวกเขาผ่านเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงกลไกทำงานอีกครั้ง คราวนี้ทางด้านหน้า ผนังด้านหน้าห่าง
จากพวกเขาไปประมาณยี่สิบเมตรได้เคลื่อนตัวและเบี่ยงออกกลายเป็นช่องทางใหม่จากที่พวกเขาเห็นครั้งแรก
“นี่มันเขาวงกตชัดๆ พวกตะวันออกนี่ชอบเสียจริง เรื่องพวกนี้” หนึ่งในลูกทีมของเขากล่าว
กริฟฟอนพูดสวนโดยไม่หันหน้ากลับไปมองว่า “ที่แย่กว่านั้นคือ แผนที่ที่พวกเราได้มาเหมือนจะไม่มีประโยชน์
แล้วนะ” กริฟฟอนก้าวเดินนำไปยังเส้นทางที่เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่พร้อมกับเรียกลูกทีม “ไปกันเถอะ ทหารแห่งพระ
เจ้าคงไม่กลัวปิศาจในนรกหรอกนะ”

สหพันธ์อเมริกาเหนือ
ลุค กลับมาถึงห้องพักพร้อมด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน วันนี้ทั้งวันเขาใช้เวลาไปกับการประชุมชี้แจงผลความคืบหน้า
โครงการ ดีเอ็นเอนาโน ซึ่งในขณะที่เขาบรรยายเขามีความรู้สึกว่าเป็นเพียงหน้าที่ที่ต้องรายงานและฝ่ายบริหาร
ระดับสูงเองก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขารายงานอยู่ อีกทั้งเขายังโดนตั้งกระทู้ถามเรื่องงบประมาณที่หลายคนตั้ง
ข้อสังเกตว่าสูงเกินไป
การทดลองนี้มีสมมุติฐานที่จะเชื่อมโยงลักษณะการปรับเปลี่ยนดีเอ็นเอกับระบบดิจิตอลเข้าด้วยกัน พัฒนามนุษย์ให้
กลายเป็นมนุษย์ที่สามารถสื่อสารข้อมูลกับมาเรีย ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ได้โดยที่เป็นอิสระจากการควบคุมของมา
เรียในกรณีที่มาเรียถูกยึดครอง และโลกตกอยู่ในสภาวะสงครามนิวเคลียร์ มนุษย์อาจต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมเทียม
มากขึ้นดังนั้นการที่สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมเทียมขึ้นมาเพื่อปรับสภาวะของบรรยากาศรอบตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ในการปรับปรุงดีเอ็นเอของมนุษย์นั้นเขาเองได้คิดค้นรูปแบบของดีเอ็นเอหลากหลายแบบเพื่อใช้ในการติดต่อกับ
มาเรียแต่ร่างกายมนุษย์ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นและพยายามปรับตัวเองให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติดังเดิมซึ่ง
เขาแน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่สามารถที่จะทำได้อย่างทันทีทันใดแต่ต้องอาศัยเวลาและการกลืนกินของ
ยีนส์ในร่างกายมนุษย์ซึ่งอาจทำให้ได้มนุษย์ที่มีรูปแบบ ดีเอ็นเอดิจิตอลที่สมบูรณ์ในอีกลายชั่วอายุคน ในส่วน
ของด๊อกเตอร์เบนสันเขาได้คิดค้นการสร้างสภาพแวดล้อมเทียมด้วยอนุภาคมิทธ์ อนุภาคนี้มีรูปแบบเป็นทั้งอนุภาค
และพลังงาน ในห้องทดลองด๊อกเตอร์เบนสันสามารถที่จะปล่อยอนุภาคมิทธ์ให้สร้างความไม่สมดุลให้กับ
บรรยากาศจนถึงระดับที่ยอมรับไม่ได้ และธรรมชาติก็จะเริ่มปรับตัวเองด้วยการจัดสภาวะแวดล้อมใหม่เพื่อลด
ความไม่สมดุลนั้นให้เข้าสู่สภาพปกติเช่นการเกิดพายุ ฟ้าผ่า หรือเปลวไฟ ขึ้นอยู่กับรูปแแบบและปริมาณของ
อนุภาคที่ถูกปล่อยออกมา ซึ่งอนุภาคมิทธ์นนี้ถูกสร้างจากอนุภาคของแสงซึ่งไม่สมบูรณ์ จึงมีอยู่อย่างไม่จำกัด
การนำเสนอของด๊อกเตอร์เบนสันได้รับความสนใจเป็นอย่างมากซึ่งทำให้เขาแปลกใจอยู่ไม่น้อยในเมื่อผู้ใช้ระบบ
นี้หรือมนุษย์พันธ์ใหม่ยังไม่มีวี่แววที่จะถือกำเนิดขึ้นเหตุใดผู้บริหารของกองทัพจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง
สภาพแวดล้อมเทียมนัก...
“พ่อขา” เสียงเล็กๆของริต้าเรียกให้เขาตื่นจากภวังค์ เด็กหญิงวิ่งเข้ามาหาเาพร้อมกับกระโจนโถมทั้งตัวมายังอ้อม
กอดของเขา
“โอ้โห ริต้า ลูกโตขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ พ่อจะอุ้มไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” ลุคกล่าวกับบุตรสาว
“ไม่จริงหรอกค่ะ ริต้าเห็นรูคุณพ่อกำลังอุ้มคุณแม่ด้วย คุณแม่ตัวโตกว่าริต้าตั้งเยอะคุณพ่อยังอุ้มไหวเลย” ริต้าเถียง
กลิ่นอาหารโชยมาพร้อมๆกับลูน่าที่เดินถือถาดอาหารออกมา เธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะและหันมายิ้มกับลุค “คุณหลอกเธอไม่ได้หรอกค่ะเธอฉลาดมากๆ” ลูน่ากล่าว
“ดีจัง” ลุคยีหัวริต้า “ริต้าเก่งๆ ริต้าจะได้ดูแลคุณแม่ตอนคุณพ่อไปทำงานไงล่ะ” ลุคกล่าว
“มาทานข้าวเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นซะหมด ลูน่าเรียกสามีและบุตรสาว
หลังอาหารเย็น ริต้ากลับขึ้นไปเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในห้องของเธอ ลุคและลูน่ายังคงนั่งสนทนากันต่อที่โต๊ะอาหาร
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ” ลูน่าถาม
“ก็แย่เหมือนทุกครั้งนั่นละ ในส่วนของผมแทบไม่มีใครสนใจเลย คำถามเดียวที่ถามผมคือใช้งบประมาณมากไป
หรือปล่าว” ลุคกล่าว
“นั่นคงเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้บริหารละมังคะ ถ้าคุณอยู่จุดนั้นคุณก็คงถามแบบเดียวกัน”ลูน่าปลอบ
“แต่กับด๊อกเตอร์เบนสันมันคนละเรื่อง พวกเขาแสดงท่าสนใจมาก” ลุคทำท่าครุ่นคิด
“อิจฉาหรอคะ” ลูน่าเย้า
“บ้าน่า คุณก็รู้ว่าผมเป็นยังไง เพียงแปลกใจเท่านั้นเอง โครงการเดียวกันแท้ๆ ถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่าโครงการเสร็จ
ไปครึ่งหนึ่งแล้ว เหลือเฉพาะส่วนของผมเท่านั้นเองที่ยังต้องรออยู่” ลุคกล่าว
“อยางนี้ด๊อกเตอร์เบนสันก็ตกงานน่ะสิคะ” ลูน่าถามยิ้มๆ
“ก็ทำนองนั้น ทางฝ่าบบริหารอนุมัติวันลาให้เขาไปพักผ่อนตั้งครึ่งเดือนแน่ะ”ลุคตอบ
“อย่างนี้คุณต้องรีบปิดโครงงานแล้วล่ะค่ะ เพราะเราไม่ได้ไปพักผ่อนที่ไหนไกลๆด้วยกันนานแล้ว” ลูน่ากล่าว
“นั่นสินะ”ลุคตอบก่อนช่วยลูน่าเก็บโต๊ะอาหาร

หุบเขาชีรา

คารุดาเดินออกจากห้องประชุมสภาอย่างอารมณ์เสีย ที่ประชุมสภารับรองแนวทางในการสร้างความร่วมมือกับ
พวกเอลฟ์ ในการฟื้นฟูกองกำลังทหารและไม่เพิ่มอัตรากำลังในกองทัพ เห็นได้ชัดว่าสภาให้การสนับสนุนริเวร่า
เจ้าชายผู้เป็นจอมเวทย์ผู้นั้น เมื่อถึงห้องพักเขาอาละวาดกับทหารรับใช้และใช้ให้ทหารคนนั้นไปตาม เวน่อน
บุตรชายของเขามาพบ เวน่อน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับ ริเวร่า แต่ผิวคล้ำกว่า ดวงตาสีเขียว ดูลึกลับ เวน่อนถอด
แบบมาจากแม่โดยเฉพาะดวงตา
เวน่อน กล่าวทักทายบิดาก่อนนั่งบนเก้าอี้ด้านตรงข้าม
“ สภาเห็นด้วยกับข้อเสนอของริเวร่า” คารุดากล่าว “อย่างนี้มันเท่ากับหยามข้าอย่างมาก”
“แล้วท่านพ่อจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ” เวน่อนกล่าวถามบิดา
“ข้ามีแผนอยู่แล้ว” คารุดาเว้นระยะก่อนที่จะกล่าวต่อ “กว่าสนธิสัญญากับพวกเอลฟ์จะเริ่มขึ้น ก็คงอีกเป็นสัปดาห์
เรายังมีเวลาจัดการ ครั้งนี้ต้องยืมมือเจ้าแล้วเวน่อนลูกข้า”
“ด้วยความเต็มใจท่านพ่อ” เวน่อนตอบ “แต่ข้าดำเนินการให้ท่านครั้งนี้คงต้องมีข้อแลกเปลี่ยนบ้างนะท่านพ่อ” เวน่อน ต่อรอง
คารุดาแสดงท่าทางหงุดหงิดออกมาก่อนจะกล่าวกับบุตรชาย “ข้าบอกเจ้าไม่รู้กี่หนแล้ว ถ้าเป็นเรื่องของ นีน่า เรื่อง
นี้ต้องใช้เวลา จูร่าเองก็ไม่ได้ชื่นชอบเจ้าสักเท่าไร รอให้ข้าได้แทนที่มันเสียก่อนเถิด เจ้าจะได้ทุกอย่างตามที่
ต้องการ”
“หวังว่าท่านคงไม่ลืมสัญญานะท่านพ่อ เอาะละทีนี้ท่านบอกแผนท่านมาได้แล้ว”........................



โดย : นักล่าฝัน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 28 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 16 : 53 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com