Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ความว่างเปล่าที่ครวญหา

เรื่อง :

ความว่างเปล่าที่ครวญหา

สุริยามิอาจคล้อยทางบรูพาฉันใด
มนุษย์นั้นไซร์ล้วนมิอาจหลีกวิบากได้เช่นนั้น
..............................
ย่ำค่ำแห่งหนหนึ่งกลางทิวเขาแลแมกไม้ที่ขึ้นเรียงรายเขียวครึ้มทะมึนนั้นปรากฏเงาร่างของบัณฑิตน้อยนายหนึ่งนั่งอิงฝิงไฟด้วยความสงัดในมือนั้นหาได้เปิดตำราหรือถือพู่กันไม่...กลับกลายเป็นหินก้อนหนึ่งที่อยู่ในมือนั้น..ปากก็ท่องพึมพำ...ราวกับเป็นตำราก็มิปาน
...มิเกินครึ่งชั่วยาม พระภิกษุรูปหนึ่งบังเอิญผ่านมาพบความประหลาดของบัณฑิตหนุ่มน้อยนี้...แลเพ่งดูอยู่นาน..ในใจก็คิดว่าบัณฑิตนี้หนาวิเศษยิ่งอ่านได้กระทั่งหินศิลานี้จึงใคร่อยากสนทนาธรรมด้วยจึงเดินเข้าไปทักทายตามอัธยาศัย
บัณฑิตน้อยก็มีใจอารีรอบเอ่ยปากเชื้อเชิญผิงไฟหาความอุ่นด้วยกัน
ภิกษุรูปนั้นเมื่อเห็นบัณฑิตน้อยยังคงทำเช่นั้น(คือยังถือก้อนหินอยู่และเหมือนท่องสิ่งไรอยู่)ก็เอ่ยถามอย่างแผ่วเบาว่า
"ฤดูสอบนั้นยังยาวไกลนักไฉนเลยประสกจึงเร่งปลีกสันโดษนัก"
บัณฑิตน้อยยิ้มหนึ่งคราแล้วก็ตอบว่า
"สันโดษเยี่ยงไรเล่าหลวงพ่อ..ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็หาสันโดษไม่"
"กระนั้นหรือ อาตมาเห็นเพียงประสกเท่านั้น กลับไม่พบเห็นผู้ใด
หรือ ประสกยังมีผู้ร่วมทางอื่น"ภิกษุถามอีกครา
"มากมายเลยหลวงพ่อ กระผมอยู่ร่วมกับคนมากมายหากแต่ ไม่ใช่กายแต่เป็นความคิด"บัณฑิตน้อยยิ้มอีกครั้ง
"กระนั้นเทียว แต่..อาตมาใคร่อยากถามว่าสิ่งในมือประสกนั้นคือสิ่งไร"
"หลวงพ่อเห็นเป็นสิ่งใดเล่า"
"ก้อนหิน"
"เช่นนั้นมันคือก้อนหิน"
"อาตมาความรู้น้อยนักเชิญบัณฑิตน้อยบอกกล่าวอาตมาบ้างเถิด"
"กระผมหาใช่ผู้ทรงปัญญาไม่แต่หากหลวงพ่อใคร่จะรู้กระผมขออธิบายดังนี้.......
อันมนุษย์นั้นเกิดมิได้แต่เพียงลำพัง
แม้นตายก็มิอาจตายลำพังได้
ดังนั้นเพียงเกิดมาหนึ่งลมหายใจ
ก็ไม่มีใครอยู่เพียงลำพัง
คนที่อยู่เพียงลำพังล้วนคือผู้ที่ยังไม่ได้เกิด
ส่วนหินนี้แท้จริงมิได้อยู่ในมือ แลไม่ใช่เพียงหิน
แม้กระทั่งวัตถุก็มิใช่
หินนี้แท้ที่จริงอยู่บนความว่างเปล่าเราต่างหากที่อยู่ใต้หินนี้
แลที่เห็นว่าเป็นหินเพราะเราเข้าใจว่าเป็นหิน
แท้จริงแล้วหินนี้ก็ว่างเปล่า
เปล่าอย่างไร?ว่างเปล่าที่คุณค่าที่มอง
หากมองหินเป็นเช่นพระธรรม
พระธรรมใดสามารถเคลื่อนที่ได้เล่า
เราต่างหากที่แบกมันเดิน
เช่นนี้แล้วหินก็คือพระธรรมพระธรรมก็คือหิน"
"อาตมาได้เปิดหูเปิดตาแล้ว....หากแต่อาตมากลับสลดใจในแวบหนึ่งที่คิดได้"
"หลวงพ่อเศร้าในสิ่งใด"
"หากผู้มิอำนาจในตอนนี้คิดได้อย่างบัณฑิตน้อยป่านฉะนี้ผู้คนมากมายคงมิต้องรับเคราะห์
หากแต่รู้ว่าใต้ฟ้านี้มีเพื่อนมนุษย์มากมาย
สิ่งที่ขนขวายหาอาจมิใช่อำนาจหากแต่เป็นเมตตาธรรม
แลหากเห็นสิ่งที่อยู่ในมือหาใช่อำนาจแต่กลายเป็นกฎหมายอันเที่ยงธรรมแล้วไซร้ ประเทศชาติคงพ้นภัยแน่นอน"
.........................
"สาธุ"
....................
กระบี่อยู่ที่ใจหาใช่คำคมลมแล้ง
กระบี่นั้นแกร่งที่ความคมใช่หรือไม่
กระบี่ดีล้วนประกอบไปด้วยหลักสามประการ
[เมตตา]
[ปัญญา]
[คุณธรรม]
ไร้เมตตา ชือ "ชั่วช้า"
ไร้ปัญญาคือโง่งม
ปราศจากคุณธรรมย่อมิอาจเข้าถึงแก่นใดๆ
ฉะนั้นไซร์ใจใดมีกระบี่
ใจนั้นจึงเหนือล้ำกว่าผู้ใด




โดย : อี้เจี้ยน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 31 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 10 : 19 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com