Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ตำนานเหนือจินตนาการ3

เรื่อง :

ตำนานเหนือจินตนาการ

3

Title : ตำนานเหนือจินตนาการ
Author: agava [ จอมเวทย์ที่ถูกลืม]
Category: แฟนตาซีอนาคตฮาๆ
Rairing: อ่านได้ทุกเพศทุกวัย
Disclaimer: ตัวละครทั้งหมดมาจากแรงคิดและหัวสมองลีบๆของข้าน้อย กรุณาอย่าหาว่าไปลอกชาวบ้านเขามาเลย
Summary: กัลเดียน่า เด็กสาวในคราบของเด็กหนุ่ม ปริศนาในตัวเธอค่อยๆกระจ่างขึ้น มิตรหรือศัตรูคือคนที่ควรเชื่อ

novel นิยายเรื่องแรกที่เขียน ข้อความบทเขียนอาจห่วยไปนิด แต่อยากให้นักอ่านคนอื่นได้อ่านบ้าง วิจารย์กันตามสะดวกเจ้าค่ะ



บทที่ 2 ร.ร. นอสซิมเบริ์อก

ปราการสีขาวเด่นรายล้อมไปด้วยกำแพงสูงใหญ่ ภายในเป็นโถงกว้างสลักลายด้วยทองคำ ห้องทั้งห้องตกแต่งหรูหราอย่างดี
มีม่านกั้นเป็นชั้นๆ เฟอร์นิเจอร์แต่งห้องดูหรูหรา

กัลเดีย อ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็นโอ่อ่า ใหญ่โต พลางคิด ‘นี่มันโรงเรียนแน่เหรอเนี่ย ‘ คาราสพอใจกับปฏิกริยาของผู้เป็นลูก

" หึหึ โรงเรียนนอสซิมเบิอร์กน่ะ เคยเป็นกองบัญชาการตอนช่วงสมัยโลกเก่า ตอนนี้ถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงเรียน ทางเดินที่นี่ซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด”

" โห พ่อ!! พูดอย่างกับตัวเองเคยเรียนที่นี่งั้นแหล่ะ "

" แกรู้จักฉันน้อยเกินไป "

" ขี้โม้ " เจ้าตัวแสบ ทำตากลิ้งกลอก อย่างไม่อยากจะเชื่อ "

..............................................................................................







" แกรอฉันอยู่ที่นี่แหล่ะ " คาราสพูดเสร็จก็เดินไปที่จุดรับสมัครนักเรียนใหม่ ปล่อยให้กัลเดียยืนอยู่ที่ห้องโถง

แพรผ้าสีแดงพัดพริ้วไปตามสายลม ที่พัดผ่านมาเพียงแผ่วเบา ภายในห้องโถงอากาศโปร่งเย็นสบาย ทำให้ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อคลุมป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต เผยให้เห็นใบหน้าคม จมูกโด่งเป็นสัน ด้วยรูปลักษณ์ที่เด่นทำให้ใครต่อใครเผลอหยุดมอง ขณะที่เจ้าตัวเหม่อลอย
มองออกไปนอกหน้าต่าง

ด้านนอกเป็นสวนดอกไม้บาน สีสันหลากหลาย ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตามลม สุดทุ่งดอกไม้ เป็นป่าเขียวชอุ่ม


กัลเดีย ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ที่ที่เขาอาศัยอยู่กับพ่อเป็นเขตชุมชนใต้ดิน ด้วยที่สภาพภูมิประเทศเป็นซากเมืองพังทลายที่ยังคงหลงเหลือจากโลกเก่า ประกอบกับมีสารกัมมันตรังสีแผ่กระจายอยู่ทั่ว ทำให้ต้องสร้างเมืองใต้ดิน เพื่อกันรังสีจากกัมมันตรังสี


...ผลจากรังสี ทำให้พืชพันธุ์แถวนั้นไม่เคยเติบโตอีกเลย..

การที่มีพืชพันธุ์มากมายแบบนี้จึงเป็นเรื่องตื่นตาตื่นใจสำหรับกัลเดียมาก ทำให้เจ้าตัวเผลอพึมพัมออกมาเบาๆ

" ทำไมพืชพันธุ์ที่นี่ถึงยังสามารถเติบโตได้นะ ทั้งๆที่แสงแดดของที่นี่สามารถ ฆ่าสิ่งมีชีวิตได้เลย "

" ก็เพราะว่า โรงเรียนนี้ถูกครอบด้วยเซ็นเซอร์ป้องกันความร้อนน่ะสิ " กัลเดียหันไปทางต้นเสียง


" ขอโทษที เผอิญได้ยินที่พูดน่ะ " ชายหนุ่มที่อยู่ข้างหลังเธอพูดขึ้น พร้อมส่งยิ้มหวาน
ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่ดูดีทีเดียวในสายตาของกัลเดีย ผิวสีนำผึ้ง นัยน์ตาสีรัตติกาลเช่นเดียวกับผม



" ฉัน เอเชน เอสเมอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก " นัยน์ตาสีนิลยิ้มบาง


" กัลเดียน่า ออสกูด " กัลเดียแนะนำตัวเองบ้าง อีกฝ่ายเลิกคิ้วสูงขึ้นก่อนพูดออกมาด้วยเสียงตะกุกตะกัก


" เอ่อ..ขอโทษครับ เป็นผู้หญิงเหรอ.. "


" แล้ว เห็นเป็นผูหญิงไหมล่ะ " เอเชนถอยหลังเล็กน้อยก่อนมองกัลเดียตั้งแต่หัวจรดเท้า


" เอ่อ.. ไม่ " กัลเดียยิ้ม


" เอาเป็นว่า เรียกฉันแค่ กัลเดียก็พอ " รอยยิ้มบางพูดแบบติดตลกเล็กๆ รอยยิ้มที่เจ้าตัวไม่ได้คิดอะไรแต่กลับทำให้คนรอบข้างหน้าแดงขึ้นมา ก่อนทำสีหน้าสงบแล้วพูดด้วยนำเสียงจริงจัง

"ว่าแต่ ที่ว่ามันเป็นเพราะเซ็นเซอร์กันความร้อนน่ะ นายรู้ได้ยังไง เคยเห็นงั้นเหรอ "

" ที่ๆฉันอาศัยอยู่ มันมีของแบบนี้อยู่น่ะ ฉันมาจากเมืองดาร์นาท "




" เมืองที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงนี่นน่ะเหรอ โห...ฉันเองยังอยากไปเที่ยวที่นั่นซักครั้ง เลยล่ะ " กัลเดียพูดอย่างทึ่งจัด


เมืองดาร์นาท ล่ำลือกันว่า เป็นเมืองที่เหลือรอดจากแรงระเบิดนิวเคลียร์มากกว่าเมืองอื่น จึงทำให้เทคโนโลยีของที่นั่น ก้าวหน้ากว่าเมืองอื่นมาก



" แล้ว.. มาสมัครเข้าโรงเรียนที่นี่เหมือนกันใช่ใหม เล็งตำแหน่งอะไรไว้ล่ะ" นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหันมามองหน้าอย่าง งงๆก่อนพูด



" เอ๋! มาแค่สมัครเข้าโรงเรียน ยังต้องมีสมัครตำแหน่งอีกเหรอ?" คำพูดที่ทำเอาเอเชนแทบทรุดก่อนหันมามองหน้ากัลเดียพลางคิด {นี่มันไปอยู่ไหนมาฟะเนี่ย!}




"ต้องมีสิ เพราะโรงเรียน เขาจะแบ่งตามความถนัดของผู้เข้าทดสอบ ข้อทดสอบที่จะใช้ก็จะแตกต่างไปตามตำแหน่งที่เลือกด้วย "



" เหรอ ..แหะ แหะ " เจ้าตัวหน้าแดงขึ้นมาเพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรงเรียนเลย



" ฉันไม่ค่อยรู้อะไรหรอก พ่อเขาเป็นคนพามาสมัครน่ะ แต่ฉันก็ต้องพยายามสอบเข้าให้ได้ล่ะนะ ไม่งั้นชั้นซวยแน่ “ .พูดเสร็จเจ้าตัวก็ทำหน้าอมทุกข์สุดยอด จนเอเชนเผลออมยิ้ม ออกมาพลางคิด "นายคนนี้หน้าสนใจกว่าที่คิด"



"เฮ้ย! กัลเดียทำอะไรอยู่ฉันสมัครให้แกเสร็จแล้ว" ผู้เป็นพ่อส่งเสียงดังซะจนใครต่อใครหันมามองเขากันหมด เจ้าตัวยิ้มแหงๆ ให้กับเอเชนก่อนที่จะบอกลา



"ชั้นคงต้องไปแล้ว ไว้เจอกันวันสอบ" แล้วโบกมือลาให้กับเพื่อนใหม่....



"...........นี่พ่อ ! ลงสมัครตำแหน่งอะไรให้ฉันล่ะ " กัลเดียหันมาถามพ่อ ผู้เป็นพ่อทำเสียงพึดพัดแบบ[มันรู้ได้ไงฟะ]



" อุ๊บ้ะ! แกจะรู้ไปทำไม สอบให้มันเข้าได้ก็พอแล้ว แล้วถึงแกรู้ไป ข้อสอบมันก็ไม่เคยออกซ้ำกันซักปี แล้วแกจะรู้ไปทำไม "

ผู้เป็นลูกทำหน้าสลดก่อนมองด้วยสายตาอ้อนวอนจนทำให้ผู้เป็นพ่อใจอ่อน





"ฉันสมัครให้แกลงตำแหน่งผู้ขับจักรกล "



" หา!!!!?"



พระจันทร์ลอยเด่นบนฟากฟ้า สายลมเย็นพัดพลิ้ว ช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่หลับใหล แต่บัดนี้เจ้าตัวดีกลับตาแข็ง
เส้นเลือดรอบตาขึ้นเป็นริ้วๆ ก่อนขยุ้มหัวที่ยุ่งเหยิงให้ยุ่งเหยิงหนักเข้าไปใหญ่ หิวคิ้วขมุดก่อนสถบคำพูดที่หาความเป็นหญิงไม่เจอ

"นรก!! นรกแตก! พ่อเขาคิดยังไงถึงได้สมัครลงตำแหน่งผู้ขับจักรกลให้ " กัลเดียถอนหายใจเฮือก พยายามระงับอารมณ์

นักขับจักรกลหรือเรียกอีกอย่างว่า Gatekeeper(ผู้เฝ้าประตู) เป็นหน่วยงานสำคัญที่สามารถตรวจสอบและจัดการข้อมูลข่าวสาร
จากต่างเมืองที่ส่งเข้ามา เป็นทั้งหน่วยข่าวกรองและกองกำลังป้องกันประเทศ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายต่อเมืองก็สามารถที่จะสั่งการต่างๆได้ มีอำนาจเทียบเท่าผู้ครองรัฐนั้นๆ
บุคลากรที่สามารถที่จะเข้ามาทำงานหน่วยงานนี้ได้ นอกจากจะต้องมีความสามารถสูงแล้วก็ต้องมีปัจจัยอีกหลายๆอย่าง

สรุปก็คือ คนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ แม้จะเป็นแค่การสมัครเพื่อเข้าโรงเรียนนี้ก็เถอะ!

พอคิดมาถึงตอนนี้เจ้าตัวก็บ่นพึมพำเบาๆอย่างปรงสังเวช


"นี่คิดจะผลักเขาลงเหวนรกเลยรึไง " กัลเดียกลืนนำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางถอนหายใจเบาๆ เธอตั้งใจว่าจะสอบเข้าโรงเรียนอย่างน้อยก็คือให้ผ่าน จากนั้นค่อยตะล่อมให้พ่อใจอ่อน ยอมให้เข้าเรียน แต่คงจะยาก..
เพราะดูท่าการสอบคงจะหินมหาหิน!! สงสัยชาตินี้เธอคงจะหนีไม่พ้นเมืองโบรกเกอร์สปีด เสียจริงๆ
โบรกเกอร์สปีดช์เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองของโลกมืด ที่นั่นมีทุกอย่างที่สามารถซื้อขายได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกล ไปจนถึงค้าขายอาวุธและทาส เป็นเมืองที่เธอกับพ่อเคยอาศัยอยู่ ที่นั่นเด็กและผู้หญิงถือเป็นสินค้าอย่างหนึ่ง ถ้ามีคนซื้อที่ให้ราคาพอใจ เขาก็สามารถที่จะขายมนุษย์กันได้อย่างเปิดเผย



ด้วยสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ทำให้เธอไม่มีความคิดที่อยากจะเป็นผู้หญิงเลย...
แต่คราวนี้ล่ะ! ถ้าสอบเข้าได้ล่ะก็ เขาก็มีโอกาศที่จะเปลี่ยนเพศเป็นชายได้โดยที่พ่อไม่มีทางจะห้าม กว่าจะเรียนจบ เธอคงเป็นผู้ชายเต็มตัวแล้ว
พอคิดมาถึงตรงนี้.... รอยยิ้มบางปรากฏ ใบหน้างดงาม แต่บัดนี้กลับดูแกร่ง แววตาฉายประกายบางอย่าง ก่อนขยับรอยยิ้มเยือกเย็น
แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องใบหน้าซึ่งบัดนี้ ดูเหมือนปีศาจตัวน้อยๆ รอยยิ้มที่ทั้งงดงาม ทั้งน่ากลัว


" งั้นต้องสอบเข้าให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดสินะ "



โดย : จอมเวทย์จอมเวทย์ที่ถูกลืม
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 4 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 23 : 41 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com