Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> การ์เดียน สปิริต ตอน5 ชนวนแห่งสงคราม

เรื่อง : การ์เดียน สปิริต ตอน5

ชนวนแห่งสงคราม

เขตเชื่อมต่อระหว่างป่าแห่งออร์คและเขตเกษตรกรรมหุบเขาชีล่า

ชายร่างใหญ่ในชุดคลุมสีดำเดินผ่านป่าหนาทึบที่แทบไม่มีแสงแดดเล็ดลอดลงมาสู่พื้น
ด้านหลังของชายคนนั้นติดตามด้วยชายในชุดดำอีกสองคน จังหวะที่ทั้งสองคนก้าวเดินเผย
ให้เห็นฝักดาบสีแดงและสัญลักษณ์ของกองทัพพ้นออกมาจากเสื้อคลุมเป็นระยะ
ชายชุดดำที่นำหน้าให้สัญญาณหยุดและหมอบที่หลังก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง
ความเย็นจากอากาศรอบๆตัวซึมผ่านผิวของทั้งสามคนจนชายชุดดำที่รั้งท้ายสุดหาวออกมา
“อย่าได้หลับเชียวนะเจ้าโง่”ชายชุดดำคนแรกกล่าว “พวกเจ้าก็รู้ว่าถ้าหลับในป่าแห่งออร์ค
จะไม่มีวันได้ตื่นขึ้นมาอีก” เขากล่าวต่อ
“ครับ ท่านเวน่อน”ชายชุดดำทั้งสองขานรับ
เวน่อนรับคำสั่งจากบิดาเข้ามาก่อกวนพวกออร์คเพื่อเปิดสงครามทางด้านเขตเกษตรกรรม
ซึ่งจะทำให้ชีล่าต้องเพิ่มกำลังทหารอยู่ดีแม้ว่าจะทำสัญญากับเอล์ฟไปแล้วก็ตามเนื่องจากทหาร
ส่วนใหญ่ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ต้องเงียบและเป็นความลับที่สุด เขาจึงนำ
ทหารติดตามมาเพียงสองคน
ห่างออกไปไม่ไกล เขาเห็นพวกออร์คกำลังหลับอยู่ที่โคนต้นไม้จำนวนมากซึ่งเมื่อพวกมันหลับ
ออร์คแต่ละตัวจะเข้าสู่ภวังค์ร่วมกันกลายเป็นอีกสังคมหนึ่งในโลกแห่งความฝันและหากมนุษย์
หรือสิ่งมีชีวิตใดหลับลงในบริวณใกล้เคียงก็จะถูกชักนำไปอยู่ในความฝันนั้นและไม่สามารถ
กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้ นั่นคือต้องหลับไปตลอดกาล
“เห็นออร์คที่นอนอยู่ด้านนอกสุดนั่นไหม ดีม่อน” เวน่อนถามพลางชี้มือไปยังออร์คแม่ลูกอ่อน
ที่นอนห่าง
จากกลุ่มที่สุดทหารในเสื้อคลุมชุดดำที่ถูกเรียกว่าดีม่อนพยักหน้ารับ เวน่อนจึงกล่าวต่อไป
“ฝีมือขวานบินของเจ้ายังคงใช้ได้สินะ เจ้าจงขว้างขวานบินออกไปตัดคอตัวแม่ ข้าจะใช้เวทย์ต้าน
พวกตัวอื่นๆไว้ ส่วนเจ้า อาซุร่า เจ้าไปนำตัวลูกของมันมา” เวน่อนสั่งการ
ดีม่อน ดึงขวานบินขนาดใหญ่ออกจากเสื้อคลุม ในขณะที่ อาซุราค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหาออร์ค
สองแม่ลูกขวานบินในมือดีม่อนปลิวไปราวกับไม่มีน้ำหนัก เสียงขวานฝ่าอากาศไปเรียกความ
สนใจจากออร์คที่ทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่ ขวานเล่มนั้น ฟันเข้าที่คอของออรืคแม่ลูกอ่อนอย่างพอดิบ
พอดีและฝังลึกเข้าไปยังเนื้อไม้ด้านหลัง อาซุร่า ไปถึงโคนต้นไม้ในเวลาเดียวกันเขาลากตัวทารก
ของออร์คขึ้นมาพร้อมกับถอนขวานบินออกจากต้นไม้ ออร์ที่ทำหน้าที่เฝ้ายามครามเสียงดังเพื่อปลุก
เหล่าออร์คอื่นๆ ซึ่งพวก เวน่อนและทหารติดตามได้พาตัวออร์คตัวน้อยนั้นเข้าใกล้เขตเกษตรกรรม
ไปทุกที
“ดีม่อน เจ้าจงไปนำของที่ซ่อนไว้ออกมาแล้วเจอกันที่ชายแดนที่สาม” เวน่อนสั่ง ดีม่อนรับคำก่อน
ที่จะแยกจากไป
พวกออร์คไล่ตามใกล้เข้ามาทุกขณะ เวน่อนหยุดวิ่งพร้อมกับร่ายเวทย์ “......ไฟเออร์วอล” ทันใดนั้น
กำแพงเพลิงสูงกว่าสามเมตรได้ก่อตัวขึ้นเป็นแนวที่ด้านหน้าของกลุ่มออร์ค ทำให้พวกมันชะลอการ
ไล่ล่าระยะหนึ่ง ซึ่งเพียงพอแล้วสำหรับ เวน่อนและพวกที่จะหลบหนี
ที่เขตชายแดนที่สาม เวน่อน พบดีม่อนที่นำขวานบินอีกด้ามมา “เอาละ ดีม่อน ฆ่าเจ้าตัวประหลาดน้อย
นี่ซะโดยที่ให้ขวานนี่ฝังอยู่ในร่างของมัน” ริเวร่าออกคำสั่ง
“อะไรนะท่าน ท่านจะให่ข้า ฆ่าเจ้าตัวเล็กที่ไม่มีพิษสงนี่หรือไง” ดีม่อนถาม
“ใช่แล้ว นั่นคือคำสั่ง”เวน่อนกล่าว ลงมือเถอะเดี๋ยวคนอื่นได้แห่กันมาดูหรอก
“แต่ท่าน...” ดีม่อนลังเล
“หากคิดจะเป็นใหญ่ เรื่องเพียงเท่านี้ยังทำไม่ได้แล้วเจ้ายังจะทำอะไรได้กัน”เวน่อนกล่าวซ้ำ
อาซุร่า จับออร์คน้อยชูขึ้นในขณะที่ ดีม่อนเงื้อขวานขึ้นและเหนี่ยวลงเต็มกำลัง......


เขตทดลองจีโนม สหพันธ์โลกตะวันออก

กริฟฟอนและพวก เดินไปตามเส้นทางเหล็กไปได้เกือบชั่วโมงพวกเขาได้กลิ่นคาวลอยมาจากเส้นทาง
ข้างหน้าพร้อมกับเสียงคำราม.....
“นั่นมันอะไรกัน พันเอก” ทหารนายหนึ่งถาม
“อาจเป็นสิ่งที่นายพลแอนเดอสันต้องการหยุดมันละมัง....เตรียมตัวให้พร้อมพวกเรา”กริฟฟอนสั่ง
ทันใดนั้นแสงสว่างภายในเส้นทางได้ดับลง กริฟฟอนรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งวิ่งเข้าหาพวกเขา
“เปิดกล้องอินฟาเรดเร็ว” กริฟฟอนสั่งลูกน้องแต่ช้าไป ด้วยกล้องอินฟาเรดนั้นเขาเห็นทหารที่เดิน
นำหน้าไปคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่บนพื้นในสภาพที่ศีรษะแหลกเหลว ทหารคนอื่นๆ ถอยห่างจนชิดผนัง
แสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นคือสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างคล้ายมนุษย์แต่
ใหญ่โตกว่าอย่างน้อยก็เท่าตัว ร่างกายปกคลุมด้วยขนที่ยาว หน้าตาตัวประหลาดนั้นยับย่น ดวงตากลม
โตและแดงก่ำ เหมือนมีแต่ความโกรธแค้นในชีวิต ในมือของมันมี ขวานขนาดใหญ่ซึ่งเปื้อนไปด้วย
เลือดและมันสมองของทหารที่นอนเสียชีวิตอยู่
“มัวยืนเซ่ออยู่ทำไมเล่าทหาร ฆ่ามันสิ” กริฟฟอนร้องบอกพวกเดียวกัน ในขณะที่ อนุภาคซีต้าก่อตัว
กันเป็นปืนไรเฟิลขนาดใหญ่ “รับนี่ไปเจ้าตัวประหลาด” กริฟฟอนคำราม
“เปรี้ยง!” กระสุนซีนอนวิ่งเจาะเข้าไปยังผิวหนังของตัวประหลาดแต่ก็ไม่สามารถหยุดมันได้ มันยัง
คงฟาดขวานในมืออย่างต่อเนื่อง ทหารที่อยู่ใกล้กับตัวประหลาดต่างสร้างโล่เหล็กขึ้นป้องกันตัวแต่ก็
ถูกแรงกระแทกจากการฟาดกระเด็นไป
“เปรี้ยง ! เปรี้ยง!” กริฟฟอนปล่อยกระสุนซีน่อนออกไปสองนัดติดๆกัน แต่ผลยังคงเดิม กระสุนวิ่ง
เจาะผิวหนังของสัตว์ประหลาดเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถหยุดมันได้ มันยังคงใช้ขวานฟาดฟันไปยังทหาร
ที่ล้มลุกคลุกคลานเหล่านั้น....
“นี่มันมองเห็นในที่มืดอย่างนั้นหรือ” กริฟฟอนคิด ทันใดนั้นความคิดหนึ่งวิ่งผ่านเข้ามาในสมองเขา
“พวกเราปิดกล้องอินฟาเรดแล้วหลับตาซะ” กริฟฟอนสั่งพร้อมกับหยิบพลุสัญญาณโลหะออกมาเขา
กดปุ่มและขว้างมันลงพื้นพร้อมกับหลับตา ทันใดนั้นแสงสว่างเจิดจ้าสีขาวพุ่งขึ้นทุกทิศทางจากพลุนั้น
ตัวประหลาดหันมามองและพยายามใช้มือของมันปิดตาและคำรามอย่างโกรธแค้น แสงพลุหายไปใน
เวลาไม่กี่วินาที กริฟฟอนเปิดกล้องอินฟาเรดอีกครั้ง เขาเห็นตัวประหลาด พยายามฟาดขวานอย่างไร้
ทิศทาง
“เปรี้ยง!” กริฟฟอนปล่อยกระสุนซีน่อนเข้าที่เป้าตาของ ตัวประหลาด และสัตว์ประหลาดตัวนั้นล้ม
ลงกับพื้นทันทีและแน่นิ่งไป นั่นยืนยันความถูกต้องในสิ่งที่เขาคิด สัตว์ประหลาดมีม่านตาที่รับแสงได้
เหมือนกับสัตว์ล่าเนื้อ มีชั้นผิวหนังที่หนาและแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมีจุดอ่อนอยู่หลายแห่ง
และแห่งหนึ่งนั้นก็คือลูกตาซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ไม่แข็งแรงเท่ากับส่วนอื่นและเป็นเส้นทางที่จะทะลุไปยัง
ส่วนสมองได้เร็วที่สุด
“เพิ่มความระวังมากขึ้น” กริฟฟอนเตือนลูกน้อง “นายสามคนนำหน้าและสร้างโล่คุ้มกัน อีกสองคน
สร้างไรเฟิล ยิงที่หัวมันเพียงอย่างเดียว” กริฟฟอนสั่ง

เสียงคำรามยิ่งได้ยินชัดเจนขึ้นเมื่อพวกกริฟฟอนเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั้ง ถึงห้องที่มีลักษณะเป็น
โถงขนาดใหญ่ รอบๆห้องโถงถูกสร้างให้เป็นกรงเรียงอยู่เต็มภายในกรงมีพวกสัตว์ประหลาด
แบบเดียวกับที่พวกเขาเพิ่งกำจัดไป อย่างน้อยก็ 30 ตัวที่อยู่หลังลูกกรงนั้น

“พวกคุณเก่งมากนะที่สามารถจัดการกับสัตว์เลี้ยงของผมได้ แต่นั่นมันเพียงตัวเดียว ลองเจอหลายตัว
พร้อมกันเป็นอย่างไร” เสียงนั้นดังมาจากลำโพงที่ไหนสักแห่งของห้อง

กริฟฟอนสื่อสารกับลูกทีม ให้เคลื่อนไปทางขวา ในขณะที่ลูกกรงที่ขังเหล่าสัตว์ประหลาดไว้ค่อยๆ
เปิดออก กริฟฟอนและลูกทีมวิ่งเข้าไปยังทางเดินทางด้านขวา
“เมื่อมาถึงที่นี่เราก็ไปต่อได้แล้ว แผนที่ที่ได้มาสามารถใช้ได้แล้ว” กริฟฟอนคิด แต่สัตว์ประหลาด
เหล่านั้นก็ไล่ตามพวกเขาเข้ามาในทางเดิน “โจมตี” กริฟฟอนออกคำสั่ง



โดย : นักล่าฝัน
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 5 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 2 : 5 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com