Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> 

เรื่อง :

แสงสามสีผ่านนัยตาตอนดึก

สองนาฬิกา แสงผ่านนัยตาตอนดึกทรงสี่เหลียมไม่จัตุรัส นัยตาของผมทำงานตลอดเวลาไม่หยุดพัก เช่นเดียวกับสมองที่ไม่เคยหยุดคิดแม้สักนาที
การเปิดทีวียามดึกไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ เราตระหนักดี Blue White และ Red แสงสามสี ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมงในการฉายผ่านนัยตาข้าพเจ้า การนั่งดูหนังยาวๆทำให้จอประสาทตาทำงานหนัก แต่ตรงกันข้ามกับสมองที่ยังถูกขัดเกลาอยู่เสมอ
Blue White และ Red สีที่แตกต่าง โดยการแปลความหมายของผู้กำกับนักสำรวจมนุษย์ ชาวโปแลนด์ Krzysztof Kieslowski ความรักถูกแปลเปลี่ยนความหมายในหลายมิติ หลายรูปแบบไม่ตายตัว มันไม่ใช่ภาพยนตร์ดูสนุกแต่ตื่นเต้นด้านอารมณ์ ช้าแต่คาดไม่ถึง
Kieslowski ทำหนังไม่มาก ไม่หวือหวา บางเรื่องดูน่าเบื่อ เข้าใจยาก แต่ความน่าเบื่อของภาพยนตร์กลับสะท้อนเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์ที่สะสมไปด้วย ความโลภ โกรธ และ หลง
ผลงานที่เคยผ่านหูผ่านตามาแล้วเช่น Red White Blue (1993-1994) The Double Life of Veronique (1991) The Decalogue (1988) A Short Film About Killing (1988) A Short Film About Love (1998) No End (1985) Blind Chance (1981) Camera Buff (1979) The Scar (1976) และ Subsidiaries (1975)
ธงชาติฝรั่งเศสประกอบไปด้วยสีทั้งสาม น้ำเงิน ขาว แดง คล้ายธงชาติไทย แต่ความหมายตามนัยแตกต่าง blue คือ liberty เสรีภาพ การปลดเปลื้องพันธนาการสู่ปัจเจก white คือ equality เสมอภาค ความเท่าเทียมที่มนุษย์ต่างแสวงหา และ Red คือ fraternity ภราดรภาพ
เสน่ห์ของหนังทั้งสามเรื่องอยู่ที่การตีความหมาย บางเรื่องดูแปลก ไม่ตรงตัว แต่ส่วนใหญ่จะเว้นช่องว่างให้ผู้ชมคิดและวิเคราะห์อยู่เสมอ และอีกหนึ่งอย่างที่โดดเด่นของภาพยนตร์ทั้งสามเรื่องก็คือองค์ประกอบศิลป์ ที่ได้มือดีอย่าง Zbigniew Preisner มาดูแลงานทางด้านเสียง และ งานด้านภาพคือ Slawomir Idziak, Edward Klosinski และ Piotr Sobocinski ใน Blue White และ Red ตามลำดับ
Blue การเดินทางของแสงสีฟ้าระยับตา เปิดตัวท่ามกลางจอโทรทัศน์ขนาด 21 นิ้วกลางตัวห้องขนาดไม่กว้างตามรูปแบบห้องพักราคาประหยัดทั่วไป
เมื่อก่อนการดูหนังประเภทนี้เหมือนการนั่งวิปัสนา เงียบ สงบ แต่ทรมานแสนสาหัส แต่ปัจจุบันเมื่ออายุมากขึ้น เราไม่สามรถร่วงรู้ได้เลยว่ารสนิยมของเราเปลี่ยนแปลง อาจเป็นเพราะเรารู้ว่าสิ่งที่เราต้งการไม่ใช่ความฟุ้งเฟ้อทางภาพ เสียง แต่กลับถวิลหาสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติคือความสงบ เงียบ และความทรมาน สิ่งเหล่านี้กลับเป็นผลดีต่อการดูหนัง คาดเดาไม่ได้ ตื่นเต้นในอารมณ์สงัด
ภาพยนตร์พูดถึงเงื่อนไขของมนุษย์ในบริบทของความซื่อสัตย์ที่ถูกตรึงด้วยเครื่องพันธนาการทางจิตใจ แต่ตามนัยที่แท้จริงของหนังแล้ว Kieslowski ต้องการพยายามแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของอิสรภาพ ที่ต้องแลกมาด้วยความสูญเสีย และความเดียวดาย บางครั้งการจำกัดอยู่ห่วซ่วงของพันธนาการ อาจเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการมากกับคำว่าอิสรภาพ
ภาพยนตร์แนวจิตวิทยาที่ศึกษาถึงภาวะอารมณ์และความรู้สึกถึงอิสรภาพในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่ง Kieslowski สรรสร้างผ่านแสงสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์หลักในภาพยนตร์ มันเป็นสีแห่งความโศรกเศร้าซึ่งถูกบรรยายผ่านตัวละครที่ชื่อ Julie Vignon หญิงสาวซึ่งรอดจากอุบัติเหตุรถชน ส่งผลทำให้สามีและลูกสาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ความระทมทุกข์บุกรุกเข้าไปในจิตใจ เธอคิดจะพยายามฆ่าตัวตาย แต่จิตใจของเธอก็ยังคงไม่แข็งแรงพอที่จะทำอย่างนั้นได้ แต่การอยู่รอดอาจเป็นความระทมทุกข์มากกว่าการไม่มีชีวิตเสียอีก เมื่อสิ่งที่แลกมานั้นเรียกว่า อิสรภาพ
ปกติการแปลความหมายของคำว่าอิสรภาพถูกแปลความหมายในเชิงบวก ยกตัวอย่างเช่น นักโทษถูกปลดปล่อยมันคืออิสรภาพ พ่อแม่ไม่บังคับลูกว่าจะเลือกเรียนอะไรมันคืออิสรภาพ หรือแม้กระทั้งคุณต้องการผลิตหนังสัก1เรื่องที่ไม่มีใครเหมือนมันก็คืออิสรภาพ แต่ทุกครั้งที่คุณได้รับอิสรภาพคุณจะต้องแลกสิ่งสิ่งหนึ่งนั่นก็คือความโดดเดี่ยวเพราะอิสรภาพไม่มีเพื่อน คุณคือความอิสระ
หนังของ Kieslowski นั้นมีภาวะความเป็น paradox ค่อนข้างสูง ซึ่งหลายต่อหลายครั้งผมจะเลี่ยงที่จะหาคำตอบจากหนังในเชิงถูกหรือผิดเพราะมันไม่มีประโยชน์ มีหลายคนที่ผมเคยรู้จักดูหนังของ Kieslowski แล้วมีความรู้สึกไม่ชอบ ส่วนใหญ่บอกว่าจริงๆแล้วมนุษย์ไม่ได้ทำอะไรแบบที่ Kieslowski นำเสนอ แต่บางส่วนบอกว่าดูแล้วประทับใจเพราะภาพยนตร์สามารถเสนอความรู้สึกลึกๆของจิตใจมนุษย์ออกมาได้อย่างสวยงาม
White แสงสีขาวบริสุทธิ์เจิดจรัสจ้าผ่านเวลาสามนาฬิกาเศษ ภาพยนตร์ยังคงดำเนินต่อไปไล่ระดับสีธงชาติฝรั่งเศส Blue White และ Red แต่ร่างกายเริ่มอ่อนล้าเมื่อเวลาล่วงเลยไปเกินเวลาผักผ่อน การนอนกลางวันทำให้กลางคืนตื่นและนอนไม่หลับ มันเป็นการฝืนธรรมชาติอย่างง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ แต่ถ้าทำบ่อยจะติดเป็นนิสัย และร่างกายจะอ่อนล้าอยู่เป็นประจำ ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ความตั้งใจที่จะชมภาพยนตร์เรื่องที่สองยังคงเป็นปณิธานแน่วแน่ และต้องจัดการให้เรียบร้อย เพื่ออาหารสำหรับสมองยามดึก
รูปแบบของภาพยนตร์มองดูแล้วเป็นตลกร้าย นำเสนอเรื่องราวความเคราห์ร้ายของ Karol Karol ช่างตัดผมชาวโปวแลนด์ ซึ่งถูกภรรยาฟ้องหย่า ทำให้หลังจากนั้นชีวิตของเขาต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างน่าตลก นอกจากนั้นภาพยนตร์ยังเสนอภาพของภาวะจิตใจที่ถูกครอบงำด้วยความทุกข์ระทม การแก้แค้น และการชดใช้ ซึ่งทีมทั้งสามนั้นอยู่ในเรื่องราวใหญ่คือประเด็นเรื่องความรักทั้งสิ้น
ทีมเรื่อง Equality ถูกนำมาใช้อย่างน่าประหลาด ภาพยนตร์ทำออกมาไม่ซีเรียส ตลก และ น่าติดตามอย่างยิ่ง ส่วนตัวแล้วมีความคิดเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ตื่นเต้นกว่าหนังแอกชั่นหลายๆเรื่องด้วยซ้ำไป อาจเป็นเพราะเสน่ห์ของหนังซึ่งดึงดูดให้เราร่วมอยู่ในสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้
แต่จุดอ่อนของหนังที่ทำให้ด้อยกว่าอื่นๆคือ การนำ flashback มาใช้ ซึ่งมันทำให้ภาพยนตร์ลดความมีเสน่ห์ลงเยอะมากเมื่อผสมกับองค์ประกอบด้านศิลป์ในหนังแล้วเหมือนส่วนผสมของทั้งสองอย่างจะตีไม่เข้ากันเท่าที่น่าจะเป็น ปกติหนังเกือบทุกเรื่องของ Kieslowski จะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ flashback ซึ่งในกรณีที่ต้องการจะกล่าวถึงอดีตนั้นส่วนใหญ่จะใช้ออกมาในรูปการเล่าเรื่องแบบคู่ขนานซึ่งผู้ชมสามารถสังเกตให้เห็นในเรื่อง Red หรือบางครั้งอาจเป็นการเพิ่มรายละเอียดของสิ่งของหรือเครื่องใช้ที่แสดงให้เห็นถึงอดีตผ่านการแสดงของตัวละครได้อย่างมีประสิทธิภาพซะมากกว่า
Red แสงสีแดงทันสมัยฉุดสายตาให้กลับมาโฟกัสอีกครั้ง แต่ธรรมชาติร่างกายไม่สามารถฝืนจากอาการล้าได้นาน เราควรตระหนักดีว่าธรรมชาติของร่างกายมักมีเวลาจำกัดอยู่ในตัวเอง ผมเป็นหนึ่งที่เชื่อแต่ไม่เคยปฏิบัติ การเดินไปร้านสะดวกซื้อน่าจะเป็นคำตอบได้ดี คาเฟอีนอุ่นๆในมือแผดซ่านความร้อนทำให้ตาสว่างชั่วขณะ ระยะสั้นๆ ร่างกายเมื่อเลยเวลาหลับแล้วมักปรับสภาพให้ตื่น แต่ล้ามหาศาล เว้นแต่ตอนนี้ การตั้งหน้าตั้งตาคอยกับบทสุดท้ายของหนังยังคงรอการสะสาง
ภาพยนตร์เปิดตัวด้วยการเล่าเรื่องราวแบบคู่ขนาน ระหว่างคนสองคน วาเลนไทน์ และ ออกัสต์ ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่คับคั่งไปด้วยผู้คน Geneva ประเทศ Switzerland แต่สิ่งที่ภาพยนตร์แสดงออกกลับแปรผกผันเมื่อทั้งสองกลับโดดเดี่ยว มันเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่า เมื่อทุกๆความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเดินหน้าไปมนุษย์ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ชายชราเกษียนอย่าง เคริร์น ที่มีอิทธิพลทำให้หนังเรื่องนี้ดำเนินไปอย่างน่าสนใจ
วาเลนไทน์ นางแบบสาว (อันที่จริงเป็นนักเรียนแต่รับงาน part-time คือเดินแบบ) ที่วันหนึ่งเธอขับรถชนสุนัขของเคริ์น ชายวัยเกษียณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พิพากษา หลังจากชนวาเลนไทน์รีบนำสุนัขดังกล่าวไปให้เจ้าของ นั่นก็คือเคริน์ แต่กลับตรงกันข้าม เคริน์ไม่สนใจใยดีกับหมาของเขาเลย วาเลนไทน์รู้สึกแย่มากเลยรีบเดินออกจากบ้านและนำสุนัขไปรักษา
วันหนึ่งหลังจากที่สุนัขหายดี วาเลนไทน์นำสุนัขของเธอซึ่งเคริน์ยกให้เธอแล้วออกเดินเล่น ระหว่างทางวาเลนไทน์ปล่อยสุนัขหวังว่าจะให้เดินเล่นรอบๆ แต่มันกลับวิ่งหนีเธอและหายไป วาเลนไทน์พยามยามวิ่งตามแต่ไม่ทัน เธอจึงคิดว่ามันคงจะกลับไปที่บ้านเคริน์เลยตามไป
หลังจากที่ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มถลำลึกเมื่อวาเลนไทน์รู้ว่าเคริน์แอบดักฟังโทรศัพท์คนข้างบ้าน ทำให้วาเลนไทน์เกิดความสงสัยว่าเขาทำไปเพื่ออะไรจนกระทั่งบทสนทนาของทั้งสองจบลงความรู้สึกของเธอกลับไม่ใช่ความกลัวเลยแม้แต่น้อยแต่กลับกลายเป็นความสงสารแทน ก่อนกลับเธอพูดประโยคสุดท้ายไว้ว่า “I can only feel pity for you.” จากประโยคนี้เองทำให้ เคริน์รู้สึกว่าทุกสิ่งไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เขาเห็น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะสารภาพเรื่องราวทุกเรื่องที่เขาทำกับตำรวจ และยอมรับผิดในสิ่งที่เขาก่อไว้ แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเคิร์นนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา
จนกระทั่งเมื่อข่าวดังกล่าวรู้ถึงวาเลนไทน์ทำให้เธอร้อนใจว่าทำไมเรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้น เธอจึงไปหาเคิร์นอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง เมื่อถึงบ้านเคิร์นออกมาต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไป ดูร่าเริงและมีชีวิตชีวา วาเลนไทน์กลัวว่าเคิร์นจะเข้าใจผิดเลยบอกกับเคิร์นไปว่าเธอไม่ได้เป็นคนนำข่าวไปบอกตำรวจ เคิรน์รู้เรื่องทั้งหมดดีและตอบกลับไปว่าเขาเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดเอง หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็บังเกิดขึ้นแต่ไม่ใช้เกิดจากความใคร่แต่มันเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ภราดรภาพ”
อีกด้านหนึ่งของคู่ขนานเป็นเรื่องราวของ ออกัสต์ นักศึกษากฎมายแห่งหนึ่งซึ่งตกหลุมรักนักพยากรณ์อากาศสาว คารีน ที่ตอนหลังเรื่องราวทั้งหมดนำเสนอภาพของโศกนาฎกรรมความรักของคนสองคนเมื่อออกัสต์จับได้ว่าคารีนแอบมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้ชายคนอื่น แต่สังเกตว่าเรื่องราวของออกัสต์นั้นมีความเชื่อมโยงอยู่กับเรื่องราวในอดีตของเคิร์น มันดูเหมือนเป็น Flashback ที่มาเติมเต็มเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง วาเลนไทน์ กับ เคิร์นให้ดูหนักแน่นในส่วนของการปูภูมิหลังของตัวละคร มากขึ้นแทนที่จะใช้การเล่าเรื่องสลับกับ flashback แต่ Kieslowski เลือกที่จะสร้างตัวละครใหม่อีกตัวเพื่อเพิ่มมิติให้กับภาพยนตร์ไปได้อีกทางหนึ่ง
“Do people really want liberty, equality, fraternity?” คำถามนี้หมายความว่าของฟรีไม่มีในโลกKieslowski ที่ได้อธิบายถึงความหมายของ อิสรภาพ เสมอภาค และ ภราดรภาพ ซึ่งบางครั้งต้องแลกด้วยสิ่งที่เราไม่อยากได้คือความโดดเดี่ยว
แสงสามสีผ่านนัยตาในคืนนี้ทำให้ร่างกายของผมส่วนใหญ่อ่อนล้าอย่างมหาศาลแต่ผมกลับพบว่าแสงสามสีกลับกลายสภาพของมันแปรเปลี่ยนเป็นเส้นเลือดใหญ่สามเส้นที่ไหลสู่หัวใจ ซึ่งทำให้รุ่งเช้าวันนี้เป็นเช้าที่สดใสสำหรับผม มันทำให้ผมได้คิดวิเคราะห์ถึงความหมายของชีวิตในหลากหลายรูปแบบ และที่สำคัญมันทำให้เลือดในหัวใจสูบฉีดอย่างกระตือรือร้น ก่อนการนอนหลับ ณ รุ่งอรุณ – หกนาฬิกา สามสิบนาที


โดย : พี่มณู
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 17 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 0 : 38 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com