Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> (แฟน)เพื่อนที่รัก 2

เรื่อง :

(แฟน)เพื่อนที่รัก

 2

บทที่ 2 ความจริงที่ซ่อนอยู่
คุณรู้จักกับเพื่อนๆผมมาบ้างแล้ว รวมทั้งเธอด้วย จึงอยากให้คุณได้ทำความรู้จักกับผมให้มากขึ้นด้วยครับเผื่อบางทีในการที่เรารู้จักกันอาจทำให้คุณเข้าใจการกระทำของผมมากขึ้น จริงๆแล้วผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงเหมือนกันครับ เรียกว่าผมค่อนข้างจะเปิดใจรับใครได้ยากอยู่เหมือนกัน เวลาว่างของผมจึงอยู่กับการเก็บภาพของสถานที่ หรือคนที่ไม่รู้จัก มากกว่าการจะเที่ยวเล่นเฮฮากับเพื่อนๆ ชอบทำกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้น่ะครับ แต่ก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะภาพของผู้คนที่ผมพบเจอมันเคลื่อนไหวอยู่ในความคิดผมอย่างมีชีวิตชีวามาก จนไล่เบียดความเหงาไปได้(แต่ไม่ทุกครั้ง) วันนึงตอนที่ผมเอาวีดีโอที่ถ่ายไว้มานั่งเปิดดูเล่นๆ หน้าม้วนเขียนไว้ว่า “วาเลนไทร์ที่รร.” พอดูไปสักพักผมก็เห็นภาพน้ำผึ้งถูกถ่ายติดมาโดยที่ไม่ตั้งใจครับ มันถูกถ่ายไว้ปีที่แล้วเธอถักเปียสองข้างผมยาวประมาณบ่า เธอกำลังหัวเราะปากกว้างอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ แม้ภาพเธอจะปรากฏอยู่เพียงไม่กี่วินาที แต่เรียกความสนใจจากผมได้มากทีเดียว อาจเป็นเพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเธอเป็นใคร ภาพเคลื่อนไหวของผมที่เคยมีแต่คนที่ไม่รู้จักได้เปลี่ยนไปเพราะเรา “รู้จักกัน” ผมเลือกม้วนเทปมาเปิดดูเผื่อจะได้เจอเธออีก แต่มันก็ไม่ใช่ว่าผมจะไปบังเอิญถ่ายเธอได้ทุกครั้งนี่ครับ หึหึ
วันนี้มีการเลือกชมรมครับ สำหรับนักเรียนม.ปลายจะมีชม.ว่างให้นักเรียนได้เลือกเข้าชมรมทำกิจกรรมกันในโรงเรียน ตอนนั้นผมไม่เห็นคุณค่าของการมีชม.ว่างแบบนี้เลย กลุ่มผมคิดตั้งชมรมขึ้นมาใหม่ซึ่งการทำเช่นนั้นต้องร่ายเหตุผลให้เหมือนร่ายมนต์ลงบนกระดาษ A4 เพื่อให้อ.ประจำชั้นอนุมัติ แต่ชมรมในตอนนั้นก็มีเยอะแยะอยู่แล้วไม่เข้าใจจะเพิ่มขึ้นมาอีกทำไมให้เปลืองเนื้อที่กระดาษ (ในการเลือกชมรม จะมีรายชื่อชมรมทั้งหมดแสดงให้นักเรียนได้ใช้วิจารญาณในการตัดสินใจ) ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้างจากการเข้าร่วมนั่งฟังให้ครบองค์ประชุมเท่านั้นเองได้ใจความว่า พวกนั้นจะเปิดชมรมศิลป ซึ่งปัญหาคือชมรมนี้มีอยู่แล้วครับงานของชมรมนี้ก็คือ อ.จะแจกรูปวาดมาให้นักเรียนนั่งวาดในชม.หรือวาดที่บ้านก็ได้แล้วนำมาส่งในชม.ต่อไป(ชม.ว่างนี่จะมีอาทิตย์ละวัน วันละสองชม.ครับ)ถึงงานโรงเรียนก็มีการเอาผลงานออกมาขาย ซึ่งเจ้าพวกนั้นอยากจะทำอะไรที่มากกว่านั้นเช่นจัดการประกวดวาดภาพแล้วยังจะทำโครงการอะไรอีกเยอะแยะมากมายซึ่งอ.มอบหมายให้รุ่นพี่ม.6 มีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องนี้ของชมรมศิลปครับเจ้าพวกนั้นเลยคิดจะตั้งชมรมใหม่เพื่อจะได้ไม่ต้องผ่านมติของรุ่นพี่ก่อนจะทำอะไรปัญหาคือจะตั้งเป็นชมรมอะไรล่ะ “ชมรมถ่ายภาพ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นมา “มันก็เป็นศิลปนะพวกแก” ผมมองหน้าเธอ คิด (ไปเอง) ว่าเธอสนใจเหมือนผมด้วยเหรอแต่ผมก็เผลอสนับสนุนไปซะแล้ว เราทั้งหมดจึงนำเรื่องไปเสนออาจารย์ ซึ่งก็ผ่านเพราะน้ำผึ้งชนะการประกวดวาดภาพต่อต้านยาเสพย์ติดของโรงเรียนครับ เรียกว่ามีผลงานก็มีใบเบิกทางเป็นทุน แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องหาสมาชิกให้ได้อย่างน้อย 15 คนถึงจะสามารถเปิดชมรมได้ไม่อย่างนั้นต้องยุบชมรมไปครับ และเราก็ได้ห้องเรียนที่ไม่ได้ใช้งานห้องหนึ่งเป็นห้องชมรม จะว่าไปก็ไม่ใช่ไม่ได้ใช้งานซะทีเดียวเพราะมันเป็นห้องเก็บของ พวกผลงานวาดภาพในชม.เรียนศิลปของนักเรียนแล้วก็อุปกรณ์จิปาถะเราต้องทำความสะอาดกันครั้งมโหฬารคำว่าฝุ่นหนาเป็นนิ้วๆ นี่เห็นภาพเลย ช่วงกำลังเห่อเราหกคนใช้เวลาทำความสะอาดกันสามวันครับนับว่าเร็วมากเพราะต้องใช้เวลาพักกลางวันกับช่วงหลังเลิกเรียน แล้ววันเสาร์เราก็แอบเอาโซฟามาตั้งไว้กลางห้องครับพวกเราใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการหาของมาตกแต่งชมรม ผลงานแรกของเราก็คือโครการ DJ.เสียงใสวัยมัธยม เป็นการเปิดเพลงในช่วงเช้าก่อนเข้าแถวและช่วงพักกลางวันโดนมีสมาชิกของชมรมผลัดเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่นี้ เป็นที่ฮือฮาพอสมควรเลยในการเปิดตัวโครงการแรกๆ เพราะเราดึงดูดความสนใจโดยการเปิดโอกาศให้ขอเพลงและฝากข้อความถึงกันได้ แต่ข้อความต้องผ่านการกรองดูแล้วว่าเหมาะสมก่อนประกาศออกไป แต่เราก็ไม่ลืมเอาใจอาจารย์โดยการนำข่าวสารต่างๆซึ่งเป็นสิ่งที่อ่านมาจากหนังสือพิมพ์หรืออินเตอร์เน็ต ทำให้เรามีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นจนสามารถเปิดเป็นชมรมจริงๆอย่างเป็นทางการได้เสียที ระหว่างที่เรายังมีสมาชิกไม่ครบเพื่อนๆในห้องมันเรียกพวกเราว่า ชมรมเถื่อนครับ ตอนนั้นชมรมเป็นเหมือนจุดนัดพบของพวกเรา เพราะสมาชิกคนอื่นแทบจะไม่เข้ามาเหยียบในชมรมกันเลย แค่อยากเข้ามาเป็น DJ. เท่านั้นและที่สำคัญพวกเราเป็นคนถือกุญแจครับห่ะๆ คนอื่นเข้าไม่ได้เราจึงมีบอร์ดเหมือนเป็นกระดานข้าวแขวนไว้หน้าประตูห้อง เราติดต่อกับสมาชิกทางนี้แหละครับ จริงๆแล้วก็มีสมาชิกมาขอกุญแจเปิดห้องไปนั่งเล่นนั่งเม้าท์กันด้วยเหมือนกัน แต่ก็ออกจะเกรงใจพวกเราอยู่เพราะพวกเราจะยึดห้องไว้สังสรรค์กันซะส่วนใหญ่ สมาชิกที่เป็นรุ่นน้องเลยไม่ค่อยกล้า กิจกรรมที่เราทำกันในห้องชมรมก็คือ นั่งวาดภาพ เอาภาพถ่ายต่างๆที่แต่ละคนไปถ่ายกันมาแปะโชว์ สุมหัวกันว่าจะจัดกิจกรรมอะไรดีในงานโรงเรียน
แล้ววันนึงเราก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็นเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกับพวกเรา ซึ่งย้ายมาจากชมรมห้องสมุด ป๊อก เป็นคนที่ถือว่าหน้าตาดีและเป็นที่นิยมชมชอบของสาวรุ่นพี่และรุ่นน้อง ได้ข่าวว่าวันไหนที่ป๊อกเป็นเวรห้องสมุด(สมาชิกชมรมห้องสมุดต้องเป็นเวรห้องสมุดด้วยครับ) จะมีคน (ล้วนแต่เป็นผู้หญิง) มายืมหนังสือเยอะเป็นพิเศษ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเหตุผลที่ป๊อกย้ายชมรมหรอกครับ มันแค่บอกว่าชอบห้องชมรมของเรา และจากที่เราไม่ค่อยคุยกันเพราะอยู่กันคนละกลุ่ม ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นจนวันนึงป๊อกชวนผมไปเที่ยวบ้าน ห้องของป๊อกค่อนข้างสะอาดสะอ้าน มันบอกว่ามันชอบจัดห้องเป็นระเบียบครับหาของง่ายดี แต่ผมว่าห้องรกๆแบบผมหาง่ายกว่า และถ้าวันไหนแม่เข้ามาจัดห้องซะสวยงามผมมักจะหาของไม่เจอ ผมมองสำรวจห้องไปเรื่อยด้วยความทึ่ง จนสายตาไปสะดุดกับของอย่างหนึ่งหน้าโต๊ะคอมพ์ เป็นกระถางใบเล็กๆเท่าฝ่ามือถูกห่อด้วยกระดาษสาลายตารางหมากรุกสีชมพูขาวในนั้นไม่ใช่ต้นไม้ แต่เป็นลวดถูกดัดเป็นรูปหัวใจตรงกลางเป็นเหมือนหมอนรูปหัวใจปักคำว่า “ love ” ผมจึงถามแหย่ไป “แฟนให้เหรอวะ” ป๊อกหันมายิ้ม “ฉันยังไม่รู้ว่าของใครเลย ได้มาวันวาเลนไทร์ว่ะมีคนมาใส่ไว้ใต้โต๊ะ” มันหันมามองแวบนึงก่อนหันไปเปิดคอมพ์ “นึกว่าของแฟน แล้วแฟนแกไม่ว่าเอาหรอเอามาตั้งหราไว้อย่างนี้ ” “พอดีไม่มีแฟนว่ะ” มันยักคิ้วทีนึง ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่เชื่อที่มันพูดเลย มีคนมาชอบเยอะแยะแต่ไม่มมีแฟนมันดูแปลกๆ และบวกกับห้องที่เป็นระเบียบจนผมคิดไปว่ามันเป็นเกย์รึเปล่า แต่ตอนนั้นไม่ได้ถามหรอกครับ ถึงจะสนิทกันมากแต่ไม่มากพอที่จะถามเรื่องแบบนี้ หลังจากนั้นจะมีงานโรงเรียนครับพวกเราตกลงกันว่าจะเอาวีดิโอที่ถ่ายตามสถานที่ต่างๆมาฉายที่ซุ้ม ผมจึงอยากเอาภาพที่ถ่ายในโรงเรียนมาแสดงด้วย จากนั้นจึงไปค้นดูม้วนวีดีโอเก่าๆ อดไม่ได้ที่จะเลือกหยิบม้วนที่มีภาพเธอติดอยู่ขึ้นมาดูครับ (แต่ผมไม่ได้ชอบเธอนะครับแค่คิดว่าเป็นคนน่าสนใจเท่านั้น) แล้วผมก็ต้องรู้สึกใจหายครับเมื่อมาดูภาพนั้นอีกที ในมือเธอถือกระถางที่ถูกห่อด้วยกระดาษสาลายตารางหมากรุกสีชมพูขาว แน่นอนครับผมเห็นอักษรบนหัวใจไม่ถนัดจริงๆ เห็นแค่ lo แต่ผมเดาตัวที่เหลือได้ มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญของสองสิ่งอาจจะเหมือนกัน แต่วีดิโอนี้ถูกถ่ายในวันวาเลนไทร์ ไม่มีทางที่จะไม่ทำให้ผมคิดเชื่อมโยงเรื่องราวเข้าด้วยกัน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าที่ใจหายเป็นเพราะอะไรอาจเป็นเพราะผมเริ่มสนใจในเพื่อนหญิงคนนี้ขึ้นมา แล้วถ้าป๊อกบังเอิญเห็นวีดีโอนี้เข้าจะรู้รึเปล่าว่าคนที่ให้คือเธอ หรือป๊อกมันรู้แล้วแต่ไม่อยากบอกผม หรือมันอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ผมอาจคิดโยงเรื่องราวไปเอง แต่ไม่รู้เพราะอะไรผมตัดสินใจไม่เอาเทปที่อัดนั้นไปเปิดในซุ้ม ผมเริ่มสังเกตน้ำผึ้งว่ามีท่าทีอย่างไรเวลาเจอป๊อก แต่เธอก็ไม่มีพิรุธอะไรให้เห็น ผมยังคงพกกล้องไปที่โรงเรียนและอดไม่ได้ที่จะถ่ายเธอเก็บไว้ ผมไม่ได้แอบชอบเธอนะ แค่เธอต่างไปจากเพื่อนคนอื่นก็เท่านั้นเองจริง ๆ แล้วผมก็อยากรู้ว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ในเทปนั้นเป็นอย่างที่ผมเข้าใจหรือเปล่า


โดย : จอมยุทธไร้เงา
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 20 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 14 : 17 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com