Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ(19)

เรื่อง :

แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ

(19)

รุ่งเช้าโรจน์ตื่นสายผิดปรกติ แต่เมื่อเข้าไปที่ห้องอาหารก็ยังพบว่า
ลุงพุตและป้าส้มนั่งรอกินข้าวพร้อมเขาเหมือนเคย เขาระสึกตื้นตันขึ้นมาอีกครั้ง คนเหล่านี้ปฎิบัติกับเขาเหมือนลูกหลานแต่เขาก็ไม่เคยคิดถึงบุญคุณสักครั้งเดียว

“ลุงป้าครับ..ขอโทษผมตื่นสายไปหน่อย..”

“ไม่เป็นไรเมื่อคืนโรจน์ทำงานจนเกือบเช้านี่นา”

เสียงนุ่มๆของป้าส้มยังคงบอกความใจดีเหมือนเดิม ขณะที่เขานั่งลงลุงพุตก็ยื่นแก้วเครื่องดื่มสีเข้มมาตรงหน้า

“มันเป็นว่านชนิดหนึ่ง พอดื่มเข้าไปผิวพรรณและน้ำเสียงจะเปลี่ยนไปชั่วระยะหนึ่ง คงพอกับเวลาที่ลุงจะให้โรจน์เข้าไปทำงานที่ผับรัศมีจันทร์โดยไม่คนรู้จักโรจน์นะ ถ้าโรจน์คิดว่าจะช่วยคุณมลทำงานบ้าง”

เสียงเรื่อยๆแต่เน้นหนักของลุงพุตยังคงเหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ทุกคนที่นี่แม้รู้ว่าเขาเป็นเสมือน “คู่นอนของมล” แต่ก็ยังปฎิบัติต่อเขาด้วยความสุภาพเกรงใจเหมือนนายคนหนึ่ง ไม่เคยมองเขาต่ำต้อยสักนิดเดียว

หลังอาหารโรจน์ตามลุงพุตไปที่ห้องเช่าในสลัมแห่งหนึ่ง ตามทางเดินเต็มไปด้วยสะพานไม้ปุปะทอดยาวเป็นทางผ่านห้องต่างๆ ใต้สะพานกลิ่นน้ำครำลอยมากระทบจมูกเขาไม่ขาดระยะ อีกทั้งเมื่อย่ำเท้าลงไปยังดังเอี๊ยดๆตามน้ำหนักคนเดิน ทำความหวาดเสียวให้ชายหนุ่มกลัวพลาดตกลงไป

เมื่อเดินไปถึงห้องด้านในสุด ซึ่งเป็นห้องที่ดูดีที่สุดที่เดินเข้ามา
ลุงพุตก็เลี้ยวเข้าไปผลักประตูเล็กๆแล้วเดินเข้าไป โดยสั่งให้โรจน์รออยู่ตรงประตู ไม่นานคนใช้ของมลก็เดินถือถุงกระดาษใบย่อมออกมาพร้อมชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง

“ไอ้ชัด นี่ไงคุณโรจน์ที่จะฝากไปทำงานด้วย”

พุตหันมาแนะนำชายหนุ่มให้รู้จักกับโรจน์ ชัดมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยสายตาฉงน แต่ในเมื่อลุงผู้มีพระคุณต้องการให้เขาพาไปทำงานด้วย เขาจึงต้องหันมาถามความชำนาญก่อน

“เอ็งขับรถได้แน่นะไอ้โรจน์ ดูเด็กเหลือเกินนี่หว่า”

โรจน์ยืนตะลึงจนลืมตอบคำถามนั้น เขามองชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งอยู่ในวัยไม่เกิน 25 แต่ทำไมเขามองไม่ออกว่าโรจน์แก่วัยกว่า แต่เมื่อชัดถามซ้ำเขาก็บอกเล่าตามจริงว่าเคยเป็นคนขับรถตามบ้านมาก่อน

ชัดแตะหลังลุงพุตกระซิบเบาๆ เมื่อเห็นพยักหน้าเขาก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ลุงพุตหันมาชวนโรจน์เดินออกไปด้านนอกถนน เมื่อสตาร์ทรถ โรจน์เก็บความสงสัยต่อไปไม่ไหว หันหน้ามาถามลุงพุตทันที

“ลุงครับ เจ้าชัดมันสติดีหรือเปล่า ทำไมมองว่าผมเด็กกว่ามัน”

ลุงพุตยังคงตามองถนนตั้งใจขับรถ แต่เรียกให้ชายหนุ่มส่องกระจกดูหน้าตัวเอง เขาตกตะลึงอีกครั้งจนต้องก้มหน้าเข้าไปชิดกระจกหลังรถอีกหน ใบหน้าในกระจกยังชัดเจน แต่ไม่ใช่หน้าเดิมของเขา เด็กหนุ่มวัย15-16ผิวคล้ำจนเกือบดำในกระจกคือใครกันนะ?

“นั่นผมรึครับลุง..”

“ว่านที่คุณดื่มเมื่อเช้าไงครับคุณโรจน์”

มิน่าละ ลุงพุตถึงบอกว่าเขาจะไปทำงานเป็นเด็กเฝ้ารถที่ผับรัศมีจันทร์ได้โดยทิพย์อนงค์จะไม่รู้เลย ถ้าเป็นเช่นนี้คนเหล่านั้นที่ลุงพุตส่งภาพให้เขาดูเมื่อคืนนี้ก็จะไม่รู้จักเขาด้วยสิ โรจน์ถอนหายใจอย่างโล่งอก

นับแต่หนีไปหลบซ่อนตัวที่บ้านของมล เขาไม่เคยมีความสบายใจเท่านี้มาก่อน คอยหวาดระแวงกลัวพบคนรู้จักทุกครั้งที่ไปตลาดกับป้าส้ม หรือแม้แต่ขับรถออกไปรับปุ๋ยแทนลุงพุต 6 ปีกับการหลบซ่อนตัวมันช่างทรมานสิ้นดี

ยามนี้เขาจะได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ทุกที่ทุกทิศเหมือนเดิม ไม่ว่าลุงพุตจะให้ทำอะไรก็ตาม เขาคิดว่าถ้าทำแล้วเป็นการช่วยมลและทุกคนที่มีน้ำใจกับเขา เขาก็พร้อมและยินดี เขาโดนลุงพุตสะกดจิตให้ลืมความจริงบางอย่าง ทำให้ในสมองเต็มไปด้วยความคิดแค่ต้องทำตามที่ลุงพุตสั่งเท่านั้น โรจน์ลืมไปแล้วทิพย์อนงค์อยู่ที่ผับรัศมีจันทร์ และเป็นคนที่เขารักมากที่สุด

ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ผับต่างๆมักแน่นหนาไปด้วยผู้คน พนักงาน
เฝ้ารถจึงมีงานชุกและค่าทิปดีกว่าวันธรรมดา ทุกคนทำงานอย่างเร่งด่วน การ ที่มีเด็กเพิ่มมาช่วยอีกสักคนสองคน จึงเป็นเรื่องปรกติในสายตาคนแถวนั้น ทุกคนจึงละเลยความสนใจในตัวโรจน์ แต่เมื่อชายแปลกหน้าสามคนลงจากรถที่ด้านหลังผับแห่งหนึ่ง ไกลจากผับรัศมีจันทร์ โรจน์เกิดอาการนิ่งงันไปชั่วครู่

การเคยทำงานบัญชีหมกมุ่นกับตัวเลขมากมาย ทำให้การจดจำคน
เป็นเรื่องไม่ยากสำหรับโรจน์ อีกทั้งเสียงที่แว่วอยู่ในสมองเป็นแรงกระตุ้นเตือนซ้ำซ้อน โรจน์มองและนับจำนวนครั้งของชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมทั้งสามที่เข้าๆออกๆหลังผับรัศมีจันทร์หลายสิบครั้งด้วยความเหม่อลอยแต่แม่นยำ

พวกนั้นเข้าออกถึง 23ครั้ง ทุกครั้งที่เข้าไปจะมีถุงกระสอบข้าวสาร
ที่ใหญ่และหนักไม่น้อย แต่ตามทางที่คนพวกนั้นลากเข้าไป โรจน์เห็นสีคล้ำๆชื้นๆ เขาคิดว่าเลิกงานต้องลอบเข้าไปดูให้ชัดๆอีกครั้ง ว่ารอยชื้นสีคล้ำมันคืออะไรกันแน่

ตีสองเมื่อผับเลิกดวงไฟทุกดวงดับลง โรจน์ลอบเดินตามรอย
ชื้นๆสีคล้ำๆไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้หลังผับรัศมีจันทร์ เขามองเห็นรถยนต์เก่าๆคันหนึ่ง ที่ท้ายรถคันนั้นมีรอยเลอะเทอะคล้ายเลือดหยดเป็นดวงๆที่กระโปรงหลัง โรจน์จดหมายเลขรถคันนั้นมาด้วย เมื่อลองขยับเปิดดูแล้วปรากฎว่ามันติดล็อกเอาไว้ เมื่อเขาขยับมือไปเขย่าที่ท้ายรถนั้น สิ่งที่นอนอยู่ในนั้นมันเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันทีที่ได้กลิ่นแปลกประหลาดจากตัวโรจน์!!

โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 20 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 23 : 9 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com