Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> นิทานโทรศัพท์79ในการเปลี่ยนแปร

เรื่อง : นิทานโทรศัพท์79

ในการเปลี่ยนแปร

“สาวน้อย เธอปวดร้าว
แต่เราเกรี้ยวกรำ ให้เธอรู้คุณค่าของหยาดเหงื่อ
แล้วนั้น ข้าวปลา อาหาร ท่ารอ
กินให้อิ่ม
ก่อนออกเล่นละลานไฟ
ระหว่างทางไป ดูนั้นซิ
กลีบบางผลิแล้วนั้น ผักป่า ฟักแฟง แตงร้าน
มาชมเถิด ชื่นชมเถิดสิ่งที่เราเฝ้าถนอมปลูกฟูมฟัก
ใต้ร่มดาวค่ำ ดูซิแมลงกลางคืนผสมเกสรดอกขาว สะท้อนแสงดาวอ่อน
คลายร้อนงาน
อิ่มหนำ ร่ายเล่น ละลานไฟ...”ครูสมดุลปลุกสาวน้อยจากหลับ ระหว่างพัก หลังฟื้นไข้ในกระท่อม
ยิ่งเหนื่อย ชีวิตยิ่งรู้สึกอ่อนแอไร้ค่า แต่กลีบดอกขาว นวลอ่อนของแตงร้าน สองร่องข้างทาง กลับทำให้อาการซึมป่วยไข้คลายซา
ครูสมดุลชี้มือชี้ไม้ ให้ก่อกองไฟใหญ่ในค่ำคืน เพื่อเตรียมคำประกาศใหม่ในครานี้
สาวน้อยฟู ถือกระบอกไฟฉาย ขัน ผ้า สบู่ ผ้าขนหนูมุ่งสู่ลำธารชำระกาย มีองค์รักษ์หน่วยข่าวและคนติดตาม สังเกต สังกา อยู่ห่างๆ

ลำนำในใจเจ้าสาวน้อย ระหว่างโลมกวักน้ำใส เล้าเรือนกาย
“...ท่ามกลางขุนดงดอย
มีชุมชนหลากร้อยหลาย
วิถีชีพเรียบง่าย
คือร้อยสายความเป็นไป

ฉันตามหาปลายฝัน
เขาว่านั้นต้นน้ำสาย
แต่หัวใจละลาย
ระหว่างรายเกลื่อนทาง

เธอโหดดั่งดินร้อน
หลอกล่อนว่าวอนแสร้งสร้าง
นำมา..ปล่อย...อ้างว้าง
ท่ามกลางใครที่ไม่รู้...”

ลานป่าร่มดาว หุบเขาหลืบเร้นอันก่อแหล่งกำเนิดต้นแม่น้ำปิง เหล่าอาสาสมัครผู้มุ่งมา รับบทเรียนแห่งจิตวิญญาณ จากเขา ผู้อยู่เหนือนิยามและคำอธิบาย ต่างนั่งล้วนเรียงรายล้อมกองไฟใหญ่
ไออุ่น สะบัดเปลว สัมผัสใบหน้า คึกๆโหม สีส้มพริวสว่างขาว ร้อนถ้าเข้าใกล้ จำอยู่ห่างๆแล้วได้กลิ่นควันไม้ป่า
เสียงกรีดเกา กีตาร้โปร่งคลาสสิค และลีดสาย กล่องสลาบังก้ากระดี่นิ้วพริ้วเบาๆ
เมาท์ออรแกนส่อเสียดวาวกราวกึ่งแหลม รี่สะท้อนไปในราวป่า
สาวกสาวรินเหล้าขาวโพดเวียนจอกไม้ จอกแก่นไม้แกะด้วยมีด ผลงานสาวกผู้หนึ่งซึ่งออกไปมั่งคั่งอยู่ที่เมืองใหญ่ เหล้าป่าอุ่นควันออกปากคลายหนาวเนื้อในอีกชั้นหนึ่ง
และลำนำกวีแผ่ว ของบรรดาเด็กฝึกหัด ศิษย์ และสาวก
“กายผิงไฟ
ใจผิงดาว
เชิญท่านทั้งหลายเสพรติกาลบรรยากาศให้หายเหนื่อยล้า จากการตรากตรำ ฝึกปรือ
สหายท่องไว้ การทำงานคือการประพฤติธรรม...”เขาพรำผ่านลมปาก ตบท้ายปรัชญ์ปริศนาธรรม ก่อนยกจอกไม้ กระดก ละเลียด สุราหอมควันเปลือกข้าวโพดเผา ลื่นบาดคอ
“ใจฉันถามว่า...ไม่รู้...จะเป็นสุขได้อย่างไร?
ใจฉันตอบว่า ไม่รู้ เป็นสุข กล่อมได้ด้วยอุ่นความมืด ...กระสันหวาดสุข”เขาคนถัดไป ว่าโศลกแล้วยกจอกกระดกกระแทกลูกไก่แก้วปากเพดาน
ตบท้ายเสียง อ้าคักคักๆๆกกกกซซซ เคี๊ยซ ๆ
“หลับตื่น เวียนว่ายพักฟื้น
คืนวันบรรเทาบาดแผล”อีกหนึ่งสาวกหัวเราะร่าน้ำตาริน เศร้าแสงดาว สะเก็ดดันร่วง แต่ลืมอธิษฐาน

แล้วบทเพลงเฮฮา กังวานไพร นั้นนะ งานสังสรรค์ อันไม่มีบ่อยนัก
มีมิตรชาวถิ่นมาเล่นรำ
เสียงแคนน้ำเต้า เนาเนียเคลียคีย์ พิณเปี้ยะแปง แป ปะ แป ปิง
อิงออ อิงออ ออน ออ ปะ แป ปิง

บนฟ้ามีกล้องซูมมาจากดาวเทียม
จากหน้าผาเราและโยคีหลงทางก็พลอยครึ้มอก ครึ้มใจ
บนวิมานเทพเทียนเหนือดินแดนสามเหลี่ยมทองคำโปรยกลีบดอกไม้หอม
เสนาะสำเนียงแว่วถึง ให้วิญญาณอีศาจญี่ปุ่น
เริงร่าเสพบุญเลื่อนภพเป็นภูมิเจ้าที่ เพื่อบำเพ็ญบารมีธรรมทดบาปเก่า
มหาฤาษีเนรมิตกายเป็นหิ้งห้อยนับหมื่นร้อย บินเลียบรอบงานระรื่น ลำไพร


ลุก่อน มัจฉิมยามรติกาล ราว เบญจทศ หทัยะ นฤนาถผ่านพาย พระผ่านเข้าออก

ฆ้องโมง 1 โมง หง่าเงียบ
เงียบหงา เหลือระริ่ง แมลง บางอ่อนควันไฟ แลแผ่วลมราตรี ระรวยๆ

เสียงฆ้องอีก 1 โมง ทุกอย่างเงียบกริบ คล้ายว่ามีเพียงเสียงเต้นของหัวใจ
ครูสมดุลออกตน เยื่องย่างลงจากห้องกระท่อมอักษร เดินเท้า รองรองเท้ายาง แตะบางย้ำรอย ออกสู่ลานไฟ

เสียงฆ้องอีกหนึ่งโมง ประหนึ่งเงียบแม้เสียงหายใจ ครูสมดุลคารวะ โค้งงามประหนึ่งหมายน้อมใจผู้คนทั้งโลก

และคำกล่าวแห่งค่ำคืน เริงรื่นนี่

ประกาศ ประกาศ ประกาศ ว่ารับขวัญ แด่เธอ
แด่เธอผู้มาใหม่
“ขอแววตาสดใสของเธอกลับคืนมา เพราะเธอผ่านการทดสอบแล้วในขั้นต้น
ทุ่งกวีกานต์ อันเร้นลี้ไฟเผาโลกแห่งนี้ขอต้อนรับ ยาว ยาว เยาวมิตร ในขั้นแรก...
เชิญท่านปรบมือ แซ่ซ้อง หรือสอบสวน ในฐานะผู้มาก่อนเถิด...”นั้นคือคำประกาศของครูสมดุลเจ้าสำนัก ผู้เป็นหุ้นส่วนของเรา
จบวลีท้าย ฆ้องชัยดังกังวานอีก 1 โมง หง่างแหง่ว
ครูสมดุลโค้งคำนับ ลีลาศย่างกราย ร่ายรำ พองามๆ แล้วจึง มานั่งอย่างเรียบง่ายรวมวง
เสียงปรบมือ สรรเสริฐ แซ่ซ้อง ปรบมือ ผิวผินปาก เกรียวกราว สัตว์ป่าน้อยใหญ่ตื่นสะดุ้ง...สะดุ้งไพร

คำแนะนำตัวของสาวน้อย
“...ครั้งหนึ่ง ฉันหยาบกร้าน ยะโส
เจ้าใหญ่นายโต มึงมาพาโวย ฟู่ฟ่า
แล้วเมื่อเขาคนนั้นร่ายมนต์ หลอกล่อฉันมา
เส้นทางทุรคา ธุระทุกข์ ลำบากหนักหนอ
ทั้งวิญญาณร้ายลวงล่อ
และวิญญาณรักลวงเล่น
รายทางลุกเป็นไฟ เลือด
ทุกข์เข็ญ และสงคราม เพียง...ฉัน...เจ็บเดือด
ก่อนนั้น
ฉันนั้นเอาแต่ใจเหมือนทาก อยากได้สายรุ้ง
ท้องฟ้าก็ท้องฟ้าเถอะต้องบันดาลดั่งมุ่ง
ตั้งแต่เด็ก
ดื้อ ซน ทำลูกหมาตายเพราะรัก...
ทำเพื่อนเล่นตายด้วยไฟฟ้า...
และเครื่องบินของย่าตก เมื่อบินกลับมารับขวัญวันฉันเกิด
ที่นี่ กลับต้อนรับด้วยยินดีปรีดา
และสิ่งใหม่ที่ได้เรียนรู้...ทุกสิ่งล้วนแฝงค่า...ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจ ขอบในน้ำไมตรี
ในซึ้งคนึงนี้สนิทนัก”ใครจะรู้ว่าน้ำตาเธอนั้น มายาหรือสัจจะ
แล้วเซ็งแซ่เกรียวกราว หนาวสนุกนัก
แววตาเทพเจ้าสมดุลจึงจุดประกายแววตาเทวีฟูให้กลับคืนมา
แข่งระหว่าง แววตาฉ่ำ 2 คู่ กับ แววดาวสะพรั่งฟ้า เชียงดาว
แววไหนหนอ จะ ชนะ ณ ราตรีนั้น
เหล่าศิษยา นุสาวก
บางเมามายเอนกายห่มผ้าพิงไฟ ร่ายละเมอกลอน
บางแหงนสนทนากับหมู่มิตรต่างดาวบนฟ้ากว้าง
บางรี้ แหกกฎจับคู่ พร่ำกลอนทะลึ่ง ในราวไพร
แต่ล้วนมิตรภาพ แม้ไร้ระเบียบ แต่ไร้ราวีเกรี้ยวกร้าว แต่สมดุลด้วยแรงแห่งงานเหงื่อ

และแววตาประกาย คู่ จุดประกาย ดุจ ตรึง เวลา นิรันตระกาล ตราบภพพินาศ สูญ
Good afternight...







โดย : นวพล ลีนิน
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 25 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 8 : 38 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com