Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> การ์เดียน สปิริต ตอน 6 นักรบแห่งชีร่า

เรื่อง :

การ์เดียน สปิริต ตอน 6

นักรบแห่งชีร่า

บรรยากาศในเมืองชีร่ากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อสภาเมืองประกาศสงครามกับเหล่าออร์ค
หลังจากที่พวกออร์คเข้าโจมตีเขตเกษตรกรรมบริเวณชายแดนที่สามโดยไม่มีใครทราบสาเเหตุ
เด็กหนุ่มในเขตเกษตรกรรม ทุกแห่งถูกเกณฑ์ให้เข้าร่วมกับกองทัพที่มีองค์ชายริเวร่าเป็นแม่ทัพ
มติของสภาเมือง เห็นเป็นเอกฉันท์ให้ นำกองทัพเข้าโจมตีเพื่อยึดพื้นที่เกษตรกรรม ณ ชายแดน
ที่สามซึ่งพวกออร์คยึดกุมอยู่คืนมา

“องค์ชายริเวร่า พ้นเขตบึงข้างหน้าก็จะเข้าสู่ เขตชายแดนที่สามแล้วครับ” ทหารฝ่ายเสนาธิการ
รายงานให้ริเวร่าทราบ
“ถ้างั้นแต่ละกองแยกกันตรงนี้ ข้าจะเป็นทัพหน้าเอง” ริเวร่าวางแผน
“ท่านพี่เวน่อน ท่านนำทัพตีขนาบข้างหลังจากที่ข้าล่อเหล่าออร์คเข้ามาในเขตบึงนะ”ริเวร่าชี้แจงให้
เวน่อนเข้าใจ
“แน่นอน ริเวร่าน้องข้า ข้ารอเวลาเข่นฆ่า เหล่าออร์คมาโดยตลอด ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมให้มัน
หนีรอดไปแม้แต่ตัวเดียว” เวน่อนกล่าว
“ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกท่านพี่เวน่อน เพียงแค่บีบให้มันจำนนแล้วล่าถอยออกไปก็
น่าจะเพียงพอแล้ว พวกเราเองจะได้ไม่เสียไพร่พลมากจนเกินไป” ริเวร่ากล่าว
“ริเวร่า น้องข้า ความใจดีของเจ้าที่ไม่เข่นฆ่ามันให้สิ้นซากมิใช่หรือ จึงทำให้พวกออร์คมัน
กำเริบถึงเพียงนี้ ความจริงนี้เจ้าควรตระหนักไว้นะ”เวน่อนกล่าวก่อนให้สัญญาณนำกำลัง
แยกตัวออกไป
ริเวร่ามองเวน่อนตามเวน่อนไป อย่างไมเข้าใจว่าทำไมทั้งท่านลุงและเวน่อนจึงได้จงเกลียด
จงชังพวกออร์ขนาดนี้ และเขาเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าธรรมดาแล้วหลังจากสงครามครั้งก่อน
ทั้งชีร่าและพวกออร์คต่างสูญเสียไพร่พลจำนวนมากซึ่งควรได้มีระยะเวลาพักรบอย่างน้อยก็เป็น
ปีเหตุใดพวกออร์จึงเร่งเปิดสงครามโจมตีรวดเร็วเช่นนี้

ริเวร่านำทหารห้าร้อยคนเข้าโจมตีพวกออร์คทางด้านหน้า ครั้งนี้มีเพียงเขาและเวน่อนเท่านั้นที่เป็น
นักรบเวทย์เนื่องจากนักรบเวทย์ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บและยังไม่ฟื้นตัวจากสงครามครั้งก่อน
สงครามเปิดฉากการเข่นฆ่าอย่างรุนแรงเหล่าออร์ค กว่าพันตนได้โจมตีอย่างรุนแรงด้วยมีด ธนูและ
ขวาน ตามแผนแล้วริเวร่าต้องเข้าโจมตีและทำเป็นล่าถอยเพื่อให้เหล่าออร์คติดตามมาจนถึงเขตบึงซึ่ง
ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาชันเมื่อเวน่อนนำทัพตีกระหนาบข้างจะเหลือแค่ทางถอยให้กับเหล่าออร์คเพียง
สายเดียว การโจมตีของเหล่าออร์คครั้งนี้รุนแรงผิดธรรมดาซึ่งเป็นสิ่งที่ริเวร่ารู้สึกได้ เหล่าออร์ค
ทุกตนเหมือนเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ปะทุออกมา ทำให้ทัพของริเวร่าต้องล่าถอยเร็วกว่ากำหนด
ซึ่งหากเวน่อนนำทหารนาบข้างมาไม่ทันความเสียหายทางด้านริเวร่านั้นอาจประเมินไม่ได้

เวน่อนกำลังยืนดูริเวร่าและเหล่าทหารล่าถอยไปยังเขตบึงแม้ว่าเขาจะเห็นว่าริเวร่าล่าถอยก่อนกำหนด
และได้รับรายงานจากทหารที่เป็นทัพหน้าว่าริเวร่าขอให้เข้าโจมตีทันทีแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังไม่ออก
คำสั่งให้เคลื่อนกำลัง

ลูเซ่ เด็กหนุ่มจากเขตเกษตรกรรมก็ถูกเกณฑ์มาเข้าร่วมกองทัพเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มคนอื่นๆ เขาสัง
เกตุเห็นว่ากองทหารที่เป็นทัพหน้าล่าถอยเข้าเขตบึงไปแล้ว แต่หน่วยที่เขาสังกัดกลับไม่ได้รับคำสั่ง
ให้ตีขนาบข้างซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ริเวร่าและทหารเหล่านั้นคงต้องล้มตายกันเป็นจำนวนมาก
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ท่านเวน่อนทำไมไม่สั่งโจมตีล่ะ” ลูเซ่ถามเพื่อนทหารด้วยกัน
“ข้าก็ไม่รู้ แต่พวกทหารกองทัพหน้าคงล้มตายไม่น้อยเป็นแน่” เพื่อนทหารกล่าว
“แล้วพวกเราจะปล่อยไว้อย่างนี้หรือ จะปล่อยให้เพื่อนพวกเราต้องล้มตายกันต่อหน้ารึ”
เวน่อนกล่าว “ข้าจะไปหาท่านเวน่อน ขอให้เคลื่อนกำลังไปช่วย” เวน่อนหมุนตัวเพื่อไปยัง
ส่วนบัญชาการ
“....หยุดนะ! นั่นเจ้าจะหนีไปไหนทหารเลว” คารุดาผู้คุมทหารเดินเท้าส่วนหน้าของเวน่อน
ตวาด ลูเซ่ แหงนมองหน้าคารุดาที่อยุ่บนหลังม้าก่อนที่จะตอบ
“ข้าเพียงสงสัยว่าเหตุใดท่านเวน่อนจึงไม่สั่งเคลื่อนพลไปช่วยท่านริเวร่า หากเป็นเช่นนี้ทาง
ด้านท่านริเวร่าคงมีผู้ล้มตายจำนวนมาก” ลูเซ่กล่าว
“แล้วเจ้าเป็นเสนาธิการหรืออย่างไรกัน จึงมีสิทธ์เสนอความเห็น เจ้าคงลืมไปแล้วว่าเจ้าเป็น
เพียงทหารเลวคนหนึ่ง” คารุดาสะบัดเแส้ในมือเฉียดใบหน้าของลูเซ่ไปเพียงนิดเดียว
“กลับไปเข้าแถวและรอฟังคำสั่งเท่านั้น” คารุดากล่าว ก่อนที่จะควบม้าตรวจแถวต่อไป
ลูเซ่จึงได้แต่เพียงแสดงอาการไม่พอใจและมองดูทหารฝ่ายริเวร่าล่าถอยไปด้วยความเป็นห่วง

เหล่าออร์คบุกเข้ามาอย่างเข้มแข็ง แม้ว่าริเวร่าจะร่ายเวทย์โจมตีอย่างหนักแล้วก็ตามยังไม่สามารถ
ชะลอการถอยร่นของกองทหารได้ เขามองเห็นออร์คที่อยู่หน้าสุดกวัดแกว่งขวานขนาดใหญ่เข้า
ใส่เหล่าทหารจนกระจัดกระจายไป เนื้อตัวของมันชุ่มไปด้วยเลือดจากบาดแผลแต่ก็ยิ่งเหมือนน้ำ
มันที่ราดรดบนเปลวเพลิงยิ่งทำให้ความโกรธของมันทวีความรุนแรงขึ้น
“เทพแห่งสายฟ้า ......”ริเวร่าเริ่มร่ายเวทย์ “ดับเบิล สตรีค!!”
สายฟ้าสองสายฟาดลงมายังออร์คที่ถือขวานตนนั้น ซึ่งทำให้มันถึงกับทรุดลงไป เหล่าทหารเห็นดัง
นั้นจึงกรูกันเข้าไปฟาดฟันด้วยดาบและหอกคู่กาย ซึ่ง ออร์คตนนั้นได้ปิดป้องและส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด แต่ทันใดนั้น มันสะบัดขวานในมือไปรอบๆโดยแรง ทำให้ทหารที่รายล้อมอยู่แตกกระจาย
ออกไปที่หลบไม่พ้นก็ถูกขวานฟันขาดสองท่อน ออร์คตนนั้นลุกขึ้นและมองมาทางริเวร่าอย่าโกรธ
แค้น ก่อนที่จะข้างขวานด้ามนั้นเข้าหาริเวร่าอย่างสุดแรง
“...... บาริเออร์ ชิลด์....” ริเวร่าร่ายเวทย์ป้องกัน แต่ไม่ได้ผล ขวานเล่มนั้นยังคงพุ่งเข้าหาริเวร่าอย่าง
รวดเร็ว
“ท่านริเวร่า ระวัง !..”ทหารรายหนึ่งกระโดดเข้าขวาง ขวานเล่มนั้นกระแทกโล่ของทหารรายนั้น
แตกเป็นสองเสี่ยงพร้อมกับตัดแขนเขาขาดไป ขวานยังคงพุ่งเข้าหาริเวร่าแม้จะอ่อนกำลังลงก็ตาม
ริเวร่าตั้งโล่รับแต่คมขวานก็กระแทกโล่แตกไปและฟันเข้ามาที่หน้าอกของเขาอย่างแรง เกราะอ่อน
ที่ริเวร่าสวมอยู่ขาดเป็นทาง คมขวานก็บาดลึกเข้าไปในเนื้อจนหน้ากลัว ริเวร่าล้มลงและมองขวาน
ซึ่งปักอยู่ที่หน้าอกอย่างตกตะลึง ที่ด้านบนของขวานมีทับทิมสีเลือดฝังอยู่ !
“นี่มัน... หินกักเวทย์ .... . ทำไมพวกออร์คถึงมีของแบบนี้ได้...”ริเวร่าคิด
หินกักเวทย์เป็นหินที่มีพลังที่จะยับยั้งเวทย์ใดๆได้ในรัศมี หลายสิบเมตรโดยปกติจึงเป็นสิ่งต้องห้าม
ผู้ที่ครอบคริงอยู่จึงมีเพียงฝ่ายตุลาการเท่านั้นเพื่อใช้กักขังนักเวทย์ทั้งหลายที่ทำความผิด ไม่ใช่สิ่งที่
ใครจะมีกันได้ง่ายๆโดยเฉพาะพวกออร์ค
“ท่านริเวร่าบาดเจ็บ พาท่านหนีไปก่อนเร็ว” แม่ทัพรายหนึ่งตะโกนสั่ง ทหารสองนายได้นำร่างริเวร่า
ขึ้นมาและควบออกไป ในขณะเดียวกัน ดีม่อนซึ่งอยู่ในกองทหารฝ่ายริเวร่าด้วยได้ส่งสัญญาณไปยัง
เวน่อนว่าภารกิจสำเร็จ เวน่อนจึงได้สั่งเคลื่อนกำลังพลตีขนาบมา

เมื่อกองกำลังของเวน่อนได้ตีขนาบเข้ามา ประกอบกับกองกำลังของริเวร่าไม่สามารถต้านทานการบุก
ของพวกออร์คเอาไว้ได้ทำให้พวกออร์คบางส่วนเดินหน้าต่อไปแทนที่จะถอยตามแผนที่วางไว้ และ
ออร์คกลุ่มหนึ่งกลับไล่ตามริเวร่าที่หนีไป

“อย่างนี้พวกออร์คได้เข้าไปถึงเขตเมืองชั้นในได้นะ ลูเซ่” ทหารกองหน้าคนหนึ่งกล่าวขณะที่ฟาด
ดาบเข้าใส่ออร์คตัวหนึ่ง
“พวกเราต้องหาทางไปสกัดด้านหน้ามันไว้” ลูเซ่กล่าว พร้อมกับก้มตัวหลบขวานที่ออร์คตนหนึ่ง
เหวี่ยงมา
“ไม่หรอก พวกมันดูเหมือนจะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอยู่ในเมืองนะ ดูซิพวกมันเลี้ยวออกไปแล้ว
เหมือนกับตามอะไรอยู่”ทหารเดินเท้าอีกคนตะโกนบอก ในขณะที่พวกออร์คพากันล่าถอยไป
“หรือว่า ..... ท่านริเวร่า...” ลูเซ่ พูดได้แค่นั้น
“ใช่แน่ ท่านริเวร่าใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ให้พวกออร์คไล่ตามไปนอกเขตเกษตรกรรม” ทหารคน
เดิมกล่าว
“เราต้องไปช่วยนะ”ลูเซ่บอกเพื่อน
“อย่าบ้าน่า ต่อให้มีนักรบเวทย์ไปด้วยยังไม่รู้ว่าจะช่วยได้รึเปล่า” ทหารอีกคนกล่าว
เมื่อเหล่าออร์คออกพ้นเขตบึงไปเวน่อนได้สั่งให้ตรึงกำลังอยู่กับที่เพื่อรักษาตัวเมืองไว้ ในขณะที่ริเวร่าพาตัวเองเป็นเหยื่อล่อพวกออร์คออกไปนอกเขตเกษตรกรรม
“คารุดา เจ้าจัดทหารเลวกลุ่มหนึ่งไล่ตามพวกริเวร่าไป ให้พวกทหารเห็นว่าเราได้ทำเต็มที่แล้ว”
เว่นอนสั่งคารุดา คารุดารับคำแล้วจึงบังคับม้ามาทาง ลูเซ่และพวก
“พวกเจ้าสามคนไปเอาม้ามา เราจะตามไปช่วยองค์ชายริเวร่า” คารุดากล่าวกับลูเซ่และพวก
“ข้าสามารถพาท่านไปดักรอทางด้านหน้าของเส้นทางที่ท่านริเวร่าไปได้นะ ข้าชำนาญทางแถวนี้”
ลูเซ่บอกคารุดา
“งั้นเจ้านำไป” คารุดากล่าว

คารุดาและพวกลูเซ่ได้อ้อมมาดักริเวร่าและเหล่าออร์คที่นอกเขตแดนของชีร่า จากจุดนี้มองไปด้านล่าง
จะเห็นเส้นทางที่ลัดเลาะมาตามหน้าผาซึ่งต่ำลงไปเป็นแม่น้ำสายยาวที่เชี่ยวกรากและรุนแรง
“พวกเจ้าชื่ออะไรกันบ้างทหารเลว” คารุด้าถามลูเซ่และพวก
“ข้าชื่อลูเซ่ มาจากเขตเกษตรกรรมที่สาม ข้าถนัดใช้ดาบ” ลูเซ่ แนะนำตัว
“ส่วนข้า มิไร จากเขตเกษตรกรรมที่หนึ่ง ข้าถนัดขวานบิน” เด็กหนุ่มร่างเตี๊ยตอบ
“ข้าชื่อ เรน จากเขตเกษตรกรรมที่ห้า ข้าถนัดธนู” เด็กหนุ่มผิวขาวผมยาวตอบ
“พวกเจ้าคงรู้กันแล้วสินะว่าพวกเรามาที่นี่ทำไม พวกเจ้าสละชีวิตเพื่อชีร่าได้ใช่หรือไม่” คารุดาถาม
ลูเซ่และเด็กหนุ่มอีกสองรายมองหน้ากันก่อนที่จะตอบแทบพร้อมกัน “ได้แน่นอน”
ขณะนั้นริเวร่าพร้อมทหารอีกสองรายกำลังควบม้ามาตามเส้นทางเล็กๆริมหน้าผา ตามมาด้วยพวก
ออร์คที่โกรธแค้นอีกไม่ต่ำกว่ายี่สิบตน
“พวกเจ้าลงไปช่วยสกัดพวกออร์คไว้ ส่วนข้าจะคอยช่วยท่านริเวร่าอยู่ด้านหลัง พวกเจ้า” คารุดากล่าว
ลูเซ่และพวกลงจากหลังม้าและไถลตัวลงไปตามผาที่ลาดชัน หญ้าที่ขึ้นตามภูผาทำให้ไม่รู้สึกเจ็บกับ
การลงไปยังเส้นทางข้างล่างมากนัก จนกระทั่งถึงพื้นถนนด้านล่าง ลูเซ่ได้พบกับพวกริเวร่า
“พวกเจ้ามาทำบ้าอะไรกันที่นี่” ทหารคุ้มกันริเวร่าตวาด
“พวกเราได้รับคำสั่งให้มาช่วยเหลือ ท่านริเวร่า” ลูเซ่ตอบ
“ด้วยกำลังพวกเจ้านะรึ รีบหนีไปเถิดเด็กน้อย”ทหารคนเดิมบอก
“ถึงข้าจะสกัดมันไม่ได้แต่ก็คงสามารถเพิ่มระยะห่างในการหลบหนีให้ท่านริเวร่าได้ ไม่ต้องห่วง
พวกข้า จะสู้มันอย่างเตํมที่” ลูเซ่กล่าว
“เจ้าชื่ออะไรรึ ทหาร แม้พบกันในนรกพวกเราอาจเป็นสหายกันได้” ริเวร่าซึ่งโอนเอนอยู่บนหลังม้า
เพราะเสียเลือดมากถามลูเซ่
“ข้าชื่อ ลูเซ่” ลูเซ่ตอบ ริเวร่าพยักหน้ารับ ลูเซ่จึงหันกลับไปเพื่อเผชิญกับเหล่าออร์คที่กำลังติดตามมา

“ระยะขนาดนี้คงต้องโจมตีด้วยอาวุธไกลก่อนแล้วจากนั้นของพวกนาย” เรนพูดพร้อมกับขึ้นสายก่อน
จะปล่อยลูกธนูให้วิ่งออกไป ธนูดอกนั้นปักเข้ากับหน้าอกของออร์คตัวหนึ่งพอดีมันส่งเสียงร้อง
เจ็บบวดแต่ก็ชั่วระยะเวลาแค่สั้นๆ มันหักลูกธนูออกโดยยังมีหัวลูกศรติดอยู่บริวณหน้าอก ออกและ
วิ่งเข้ามาอย่างมุ่งร้าย
“ได้ระยะที่จะชิมขวานบินแล้ว” มิไรพูดพร้อมกับขว้างขวานบินในมือออกไป ขวานเล่มนั้นหมุนเป็น
วงเข้าหาออร์คตัวเดิมที่วิ่งมา มันยกแขนขึ้นบังขวานบินเฉือนเข้าไปในเนื่อของมันจนเป็นแผลเหวอะ
แต่ก็ยังหยุดมันไม่ได้
“บอกข้าให้มีหวังหน่อยเถอะว่าดาบของเจ้าจะหยุดมันได้” เรนเอ่ยถามพร้อมกับปล่อยลูกธนูอีกดอก
ออกไปยังออร์คอีกตัว
ลูเซ่หันหลังมองพวกริเวร่าที่ห่างออกไป ก่อนที่จะหันไปพูดกับเรน “ดาบข้ามันคงไม่ระคายผิวมัน
แม้แต่น้อยแต่ข้าอยากลองอีกวิธี พวกเจ้าไม่ต้องตามข้ามานะ” ลูเซ่บอกพร้อมกับถือดาบวิ่งเข้าหา
พวกออร์ค
“เฮ้ย .... ลูเซ่” เรยและมิไรร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน
“ข้าแต่เทพแห่งเพลิงจงประทานกำแพงเพลิงอันแข็งแกร่งแก่ข้าด้วยเถิด ไฟร์เออร์ วอล” ลูเซ่ยังคง
วิ่งไปพร้อมกับร่ายเวทย์
ทันใดนั้นเขารู้สึกบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป เขาเริ่มหายใจไม่ออก แต่ปลายดาบของเขามีเปลวไฟพวยพุ่งและลามต่อลงมาอย่างรวดเร็ว ลูเซ่ได้วิ่งเข้ามาอยู่ในวงล้อมของพวกออร์คแล้ว เขาใช้ดาบเพลิงต่อสู้
กับพวกออร์คอย่างต่อเนื่องเรนและมิไรยังคงโจมตีด้วยธนูและขวานบินอย่างต่อเนื่อง ตาของลูเซ่เริ่มที่จะพร่า เขาตัดสินใจเหวี่ยงดาบออกไปรอบตัวก่อนที่จะหมดสติไป สิ่งที่ลูเซ่ไม่เห็นก็คือ สายเพลิงที่ลุกให้ยาวเป็นวงที่เกิดจากดาบเพลิงของเขาขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วในอากาศ ส่งผลให้รอบๆตัวเขาเกิดเป็นทะเลเพลิงขนาดใหญ่ไหม้พวกออร์คกลุ่มนั้น พวกมันล้มตัวกลิ้งอย่างทุรนทุราย บางตนก็กระโดดลงจากหน้าผาไปยังแม่น้าที่เชี่ยวกรากเบื้องล่าง
“นั่นมันเกิดบ้าอะไรกันขึ้นมาวะ”คารุดามองไปยังทะเลเพลิง ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ริเวร่าและทหาร
ทั้งสองกำลังผ่านเส้นทางที่อยู่ด้านล่างตรงจุดที่เขายืนอยู่ คารุดายิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนที่จะลงมือทำในสิ่งที่
ได้รับมอบหมายมา
“ข้าแต่เทพแห่งผืนแผ่นดิน ได้เวลาที่ท่านจะตื่นจากการหลับใหลแล้ว เดวิล เคว้ก” คารุดาร่ายเวทย์
ทันใดนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขึ้น ก้อนหินขนาดใหญ่พังพลายลงจากหน้าผาที่คารุดายืนอยู่
ลงไปหาพวกริเวร่าที่ด้านล่าง ม้าทั้งสามตัวของพวกริเวร่ายกขาตะกุยอากาศด้วยความตกใจและสะบัด
เจ้านายของพวกมันลงมา ริเวร่าได้ถูกหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งกระแทกศีรษะ และตกจากหน้าผาไปยัง
แม่น้ำเบื้องล่าง ส่วนทหารทั้งสองนายถูกกองหินที่ถล่มลงมาทับจนเสียชีวิตทั้งคู่
“มันเกิดอะไรขึ้นกันนี่ นอกจากท่านริเวร่าแล้วไม่ควรมีนักรบเวทย์อยู่แถวนี้นี่นา” เรนถามเพื่อน
“ด้านหน้ามีทะเลเพลิง ด้านหลังมีแผ่นดินไหว หวังว่าคารุดาจะช่วยท่านริเวร่าไว้ได้นะ พวกเรา
ไปช่วยลูเซ่กันก่อนเถอะ” มิไรบอกเรนพร้อมกับเดินไปยังจุดที่เคยเป็นทะเลเพลิงอยู่เมื่อสักครู่นี้
กลิ่นเนื้อที่ถูกย่างลอยมากระทบจมูกจนทั้งสองต้องย่นจมูกโดยไม่รู้ตัว บริเวณที่ลูเซ่สลบอยู่ไม่มีร่องรอยของทะเลเพลิงให้เห็นมีเพียงดาบที่เป็นสีดำและเสียรูปเนื่องจากโดนความร้อนที่เกิดขึ้น
“นี่เจ้าลูเซ่ จะรู้ไหมว่ามันทำอะไรลงไป” เรนถามเพื่อนพร้อมกับพยุงลูเซ่ให้ลุกขึ้นนั่ง
“ตื่นได้แล้วไอ้เพื่อนยาก” มิไรเขย่าตัวลูเซ่
ซึ่งได้ผล ลูเซ่ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เขามองไปรอบๆตัวอย่างไม่เข้าใจ พวกออร์คถูกเผาไหม้เกรียม
อยู่โดยรอบ
“ท่านริเวร่าเป็นอย่างไรบ้าง” ลูเซ่ถาม
“พวกเราไม่รู้ เมื่อกี้นี้ตอนเจ้าสร้างทะเลเพลิง อยู่ดีๆด้านหลังก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้น” เรนตอบ
“ใครจะบอกข้าได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” คารุดาที่เดินเข้ามาหาพวกของลุเซ่ถาม
“ใครใช้เวทย์เพลิงที่นี่ ... เจ้าหรือลูเซ่” คารุดามองดาบที่ดำสนิทในมือลูเซ่ ก่อนที่จะนึกเรื่องราวบาง
อย่างได้
“พลังของเจ้ารุนแรงมาก แต่เจ้าคงยังควบคุมมันไม่ได้ ตอนที่เจ้าสร้างทะเลเพลิงขึ้นมาพลังบางส่วน
ได้สร้างเดวิล เคว้ก ขึ้น ซึ่งทำให้ พวกองค์ชายริเวร่าเสียชีวิตทั้งหมด” คารุดากล่าว
“......อะไรนะ! ...”ทั้งสามคนตะโกนออกมาแทบจะพร้อมกัน
“ทหารทั้งสองคน ตายเพราะโดนหินถล่ม ส่วนองค์ชายริเวร่า พลัดตกลงไปยังแม่น้ำข้างล่างนั่น
ไม่มีความหวังที่จะรอดอีกแล้ว เจ้าต้องถูกพิจารณาโทษตามกฎทหาร ลูเซ่” คารุดากล่าว
ลูเซ่ซึ่งโดนหิ้วปีกอยู่ทั้งสองข้างมองไปยังกองหินที่ถล่มด้วยสายตาเหม่อลอย
“เป็นไปไม่ได้ ... เป็นไปไม่ได้......” ลูเซ่ได้แต่พูดกับตัวเองซ้ำๆ...............

.............................................................................................................................................................



โดย : นักล่าฝัน
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 5 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 14 : 33 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com