Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ(26)

เรื่อง :

แม้ตาย..ก็ไม่คลายรักเธอ

(26)

ร่างประเปรียวในชุดกางเกงผ้ายืดทรงหลวม รัดข้อเท้าแบบกางเกงแขกกับเสื้อเกาะอกสีครีมเช่นเดียวกัน ไม่ทำให้โรจน์มองซ้ำเท่ากับผมยาวตรง ที่เคยเห็นเจ้าตัวมักรวบเป็นหางม้าไว้เสมอ เพิ่งเห็นในยามนี้ที่เธอปล่อยผมลงมา ดวงตาที่กลมโตบนใบหน้าที่แต่งเนียนหาที่ติไม่ได้ต่างหาก ที่ทำให้โรจน์ต้องมองซ้ำด้วยความเผลอตัว ถึงขนาดเดินตามไปดูจนชัดต้องสะกิดเตือน เมื่อรถของนักเที่ยว
สองรายแล่นเข้ามาจอดในเวลาใกล้เคียงกัน

โรจน์คิดว่าสาวสวยคนนี้คุ้นหน้าคุ้นตาเหลือเกินเหมือนเขารู้จักเธอมาก่อน แค่เพียงสบตาครั้งเดียว เขาก็เกิดอาการเช่นนี้ แต่ในชีวิตเขา นอกจากทิพย์อนงค์คนรักก็มีแค่มลกับป้าส้มเท่านั้นที่เขารู้จักสนิทสนมนาน..จริงสินะ สาวสวยคนนั้นเหมือนป้าส้มมากที่สุด ถ้าเพียงแต่ป้าส้มจะแต่งหน้าแล้วปล่อยผมลงมา ชุดเสื้อสีเทาๆกับ
ผ้าถุงสีเข้มที่ป้าส้มนิยมใส่อีก แค่เลิกสวมใส่ความเป็นคนแก่ของป้าส้มก็อันตรธานไปทันที

โรจน์ลืมไปแล้วว่าทิพย์อนงค์เคยเป็นคนที่เขาคลั่งไคล้หลงใหลมาก เพราะความทรงจำในช่วงนั้นถูกลุงพุตลบมันหายไปจากคลังในสมองของเขาแล้ว ตอนนี้เขารู้แค่เคยมีคนรักชื่อทิพย์อนงค์ มีหน้าตาเช่นไรก่อนที่จะมาอยู่กับมลเท่านั้น ส่วนความรักที่ลึกซึ้งจนขนาดทำให้เขาทำผิดกฎหมายหลายต่อหลายครั้งจนต้องหลบหนี น้ำมือกฎหมายมาอาศัยพึ่งพามล ยามนี้เขากลับลืมราวกับว่าเหตุการณ์เหล่านั้นไม่เคยเดินเข้าในชีวิตเลย พุตลบความทรงจำให้เขาทีละนิด โรจน์จึงไม่ลืมทั้งหมดของเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น

เมื่อผับรัศมีจันทร์ปิดชั่วคราว ชัดก็ชวนโรจน์ข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพื่อทำงานด้วยกันแต่ความเคลื่อนไหวของหน้าผับรัศมีจันทร์เขายังมองเห็นได้ชัดเจน เพราะผับที่ไปทำงานกับชัดอยู่ในซอยเดียวกับผับรัศมีจันทร์ แค่เขาไม่เข้าใกล้ที่จอดรถของผับรัศมีจันทร์ คนพวกนั้นก็ไม่สนใจเขาอีกต่อไป แม้จะยังติดตามหาตัวคนขโมยแจกันไม่เว้นวาย แต่โรจน์ก็ไม่เคยอยู่ในข่ายสงสัยของสมุนของสืบพงศ์สักนิดเดียว

ตี3เกิดอุบัติเหตุหลังเลิกงาน โรจน์ตามไปมุงดูที่หน้าผับรัศมีจันทร์ด้วย ผู้คนที่ออกันอยู่หนาแน่นรวมทั้งนักข่าวมากมาย เขาจึงเห็นแค่ท้ายรถพยาบาลที่แล่นออกจากซอย แต่ชาวบ้านที่พูดคุยไม่หยุดปาก ก็ช่วยให้เขารู้เรื่องราวได้ไม่ยาก

“รัฐมนตรีโดนยิงด้วยรึ? แล้วไอ้ตุ๋ยที่บอกเอาตัวถลาเข้าไปช่วยทั่นรัฐมนตรี ตายรึเปล่าน่ะลุงแก้ว”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะไอ้ชัด ยังงงๆอยู่นี่แหละอะไรจะเร็วขนาดนั้นว่ะเมื่อตะกี้ข้าเพิ่งส่งมันที่ม่านรูดซอยถัดไป พอข้าเลี้ยวเข้ามารับลูกค้าอีกที คนก็ลือกันลั่นซอยว่า มันใจถึงขนาดเอาชายโครงเข้ารับกระสุนขวางทางปืนของคนร้ายที่จ่อยิงนายสืบพงศ์เสียแล้ว แต่ไอ้รัฐมนตรีข้าเห็นมันนั่งหน้าซีดตัวสั่นข้างๆไปด้วย ไม่มีเค้าเจ็บตัว
นี่หว่า”

ลุงแก้วชายชราวัย 50กว่าๆที่ขับรถแท็กซี่ประจำหน้าผับแถวนั้นเอ่ยด้วยความฉงนสงสัยกับชัด โรจน์ฉุกใจถึงอะไรบางอย่าง กำลังคิดหาทางส่งข่าวให้ทางลุงพุตรู้ตัวเ มื่อเหลือบมองเห็นเจ้าของผับที่โรจน์ไปทำงานด้วยกำลังล็อกประตูร้าน เขาจึงรีบอาสากับชัดขอไปถอยรถมาเอง แล้วรีบเร่งเท้าเข้าไปในโรงรถ เมื่อมองจนแน่ใจว่ารอดพ้นจากสายตาผู้คน เขาเดินตรงไปที่รถยนต์คันหนึ่ง แล้วก้มลงทำทีเก็บกุญแจที่หล่นข้างรถ

“ไม่ใช่ไอ้ตุ๋ยแน่ๆ ผมเพิ่งเห็นมันออกไปกับสาวคนหนึ่ง ส่วนอีกคนไม่แน่ใจจะใช่รัฐมนตรีไหมนะครับ ผมมองไม่เห็น”

มีเสียงตอบออกมาจากรถคันนั้นตรงที่นั่งคนขับ

“อึ่ม โรจน์รีบไปรอที่หน้าร้านแปะสามนะ มีรถจอดรออยู่แล้ว”

เสียงป๊อก หนุ่มหล่อเด็กกิ๊กคนล่าสุดของรัศมีจันทร์นั่นเอง ลุงพุตนำมาช่วยงานพร้อมกับสมบัติหนุ่มใหญ่ผู้เคยเป็นผู้จัดการที่ผับรัศมีจันทร์เช่นกัน คนทั้งคู่ลุงพุตจ้างมาด้วยวิธีไหน โรจน์ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคนทั้งคู่รับใช้งานได้ถึง 24 ชั่วโมงโดยไม่มีเค้าเหนื่อยให้ปรากฏสักนิดเดียว

โรจน์นำรถออกไปส่งเจ้าของผับ ก่อนบอกลากลับบ้านกับเพื่อนด้วยเสียงดังๆให้ชัดและทุกคนบริเวณนั้นได้ยิน เพื่อกันความสงสัยเผื่อเป็นสมุนของวาโยทรมาสอดส่องหาคนขโมยแจกัน แต่ก่อนจะวิ่งไปที่ร้านแปะสามขายมบะหมี่คนจน

ชัดเดินมาใกล้โรจน์ทำทีตบบ่าบอกกลับบ้านเหมือนกัน ลับตาคนรีบยัดกระดาษชิ้นหนึ่งใส่มือเขา กระซิบว่า “ลุงพุตสั่งว่าขึ้นรถก่อน ค่อยอ่านนะ” เขาตอบรับแล้ววิ่งไปที่ร้านแปะสามทันที รถซิ่งที่จอดรอแค่โรจน์ก้นแตะเบาะ รถก็แล่นออกไปด้วยความเร็วสูงทันที เขาคลี่กระดาษออกอ่าน ก่อนหันมาบอกเวฆิน

“ไปบ้านสวนที่ตลิ่งชันของรัฐมนตรีครับ”

รถซิ่งที่ขับโดยเวฆินสมุนเอกของพุตแล่นไปราวติดปีกบิน ทำให้โรจน์ต้องรีบดึงเข็มขัดนิรภัยออกมาคาดทันที รถที่แล่นเร็วราวไม่ติดถนนผ่านไปตามทางด่วน ไม่นานก็มองเห็นท้ายรถพยาบาลคันนั้น แต่เมื่อเข้าใกล้ เวฆินก็เบรคเสียงดังลั่นจอดข้างรถแล้วเปิดประตูลงไปดูคนป่วย ควักขวดแก้วเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ พยุงหัวคนป่วยขึ้นค่อยๆเทวัตถุเหลวให้ไหลลงคอคนเจ็บ เมื่อวัตถุเหลวไหลลงคอหมดสิ้น เขาก็กลับขึ้นรถอีกครั้งบอกให้โรจน์โทรไปบอกลุงพุตว่า

“รายงานลุงพุตว่า ทางนี้เป็นไปตามแผนที่ลุงบอกนะ”

โรจน์อดสงสัยไม่ได้เมื่อเขาเหลือบเห็นคนเจ็บคนนั้นคือสืบพงศ์ ทำไมลุงพุตถึงให้เวฆินช่วยชีวิตไว้ น่าจะปล่อยคนชั่วๆอย่างนายสืบพงศ์ให้ตายไปมากกว่า แต่เมื่อเห็นเวฆินยังคงขับรถมุ่งไปที่บ้านสวนของสืบพงศ์ เขาจึงจำต้องระงับความสงสัยไว้ก่อน เมื่อรถแล่นเข้าใกล้บ้าน เวฆินก็แล่นเลยไปจอดที่ต้นไม้ใหญ่ริมทางด้านหนึ่ง แล้ว
ชวนโรจน์ลงจากรถ ปีนเข้าทางด้านหลังกำแพงรั้วที่ห่างไกลจากตัวบ้านไม่น้อย

ทางฝ่ายวาโยทรเมื่อได้รู้แน่ชัดว่าปู่ทวดกับย่าทวดกำลังเตรียมตัวหาทางช่วยเขากำจัดมล ทว่ารูปร่างของเด็กหนุ่มวัย 20 ที่เขามี ซึ่งมันจะคงสภาพได้ในราว 1 เดือนจากการที่เขาได้ดูดดึงพลังอำนาจมาจากตุ๊กตาตัวที่ 17นั้น ไม่เพียงพอสำหรับช่วยปู่ทวดในการกำจัดพวกค้างคาวได้ มีทางเดียวต้องหาทางเพิ่มพลังให้มากขึ้นกว่านี้ ต้องได้เลือดเนื้อสาวสักคน มาให้เขาเสพสุขร่วมรักด้วยความเต็มใจ เพราะมันเป็นทางเดียวที่เขาจะดูดพลังชีวิตเลือดเนื้อมา เสริมเรี่ยวแรงได้ถึง2เท่าตัว แต่สาวคนไหนที่จะมาหลงรักเขาได้เร็วไวทันใจแก่การต้องการ?

“คืนนี้พี่คงไปหาหวานไม่ได้ เพราะเข้าเวรเฝ้าบ้านนายที่ตลิ่งชันจ๊ะหวาน”

เสียงคุยโทรศัพท์มือถือของไอ้ตุ๋ยที่เดินยามที่ริมรั้วดังลอดเข้ามาในห้องเขา วาโยทรนัยน์ตาเป็นประกายยินดีทันที เขารีบสั่งให้สืบพงศ์บอกให้สมุนส่วนหนึ่งออกไปเผาร้านของมลตอนตี3 ถ้าหากว่าหาร้านไม่เจออีกก็เผาร้านอาหารนั้นแทน แล้วอีกกลุ่มส่งไปช่วยเฝ้าบ้านที่ตลิ่งชัน คืนนี้หมอผีอินทาจะนั่งสมาธิที่นั่น

สืบพงศ์สั่งงานลูกน้องต่อหน้าวาโยทร ไอ้ตุ๋ยยืนข้างอาทิตย์วาโยทรมองตาไม่กระพริบ เมื่อทุกคนออกไปจากห้องเหลือแค่สืบพงศ์กับวาโยทร เขากระซิบเบาๆที่ข้างหูสืบพงศ์ ไม่นานรัฐมนตรีหลายสมัยอย่างสืบพงศ์ก็ล้มตึงหลับเหมือนตายกับพื้นห้อง

วาโยทรล็อกประตูห้องก่อนนั่งสมาธิ เขาจำต้องสละพลังที่คงสภาพร่างเดิมได้นานถึง 1 เดือนมาแปลงร่างเป็นไอ้ตุ๋ย และร่ายมนต์อำพลางตัว ให้พวกค้างคาวและมลมองไม่เห็นเขา เมื่อรถพยาบาลมาถึง เขาลากร่างสืบพงศ์ขึ้นรถแต่สายตาคนภายนอกมองไม่เห็นอะไรมากไปกว่าสืบพงศ์นั่งข้างไอ้ตุ๋ยคนเจ็บ เรื่องราวก่อนหน้านั้นไม่มีใครรู้เห็นเหตุการที่เกิดขึ้น ราวหนังที่ฉายข้ามตอนไปก็ไม่ปาน

แต่ทางฝ่ายมลก็ร้ายกาจหาคนมานำทางจนได้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมมนต์อำพลางตัวของเขาเสื่อมคลายเร็วขนาดนี้ วาโยทรจำต้องใช้วิธีบินอำพรางหลบหนีแทน แต่จะบินได้ต้องได้เลือดคนสักนิดก่อน เมื่อดูดเลือดของสืบพงศ์ไปครึ่งตัวเวฆินก็ตามมาทัน วาโยทรจึงละเว้นชีวิตสืบพงศ์ด้วยความจำยอม อีกอย่างวาโยทรไม่รู้ว่าผู้ช่วยของพุตนอกจากค้างคาวที่มากมาย ยังมีคนธรรมดาสามัญชนด้วย มนต์บังตัวจากผู้มีคาถาเวทย์มนต์และอมนุษย์ของเขาจึงเสื่อมทันทีเมื่อใช้กับโรจน์

วาโยทรในร่างของไอ้ตุ๋ยไม่ได้ไปที่บ้านสวนของสืบพงศ์เขาตรงไปที่บ้านของหวานสาวคนรักของไอ้ตุ๋ยต่างหาก เลือดและชีวิตของสาวๆเท่านั้นที่จะช่วยให้ร่างกายเขาคืนพละกำลังกลับมาเหมือนเดิมได้ชั่วขณะหนึ่ง เพียงเขาทำให้หวานหลงเชื่อว่าเขาคือไอ้ตุ๋ย เพียงเธอมอบตัวร่วมรักกับเขา แรงอุ่นๆสุดสวาทของรสรักจะส่งเลือดร้อนแรงเข้ามาสู่ร่างเด็กทารกต้องคำสาป นอกจากให้พละกำลังถึง2เท่าตัวแล้ว ยังทำให้เขาคืนสภาพเป็นเด็กหนุ่มวัย 20ได้อีกครั้ง ผิดกับเลือดเนื้อของผู้ชายที่เมื่อได้ดื่มกินลงไปหลังใช้เรี่ยวแรงไม่นาน ก็จะคืนสภาพเป็นเด็กตุ๊กตาทารกไร้เรี่ยวแรงดังเดิม และเมื่อไรที่เขาได้เลือดสาวมาเสริม พวกมลและค้างคาวก็แพ้พ่ายยากจะทำร้ายเขาไปได้อีกระยะหนึ่ง!!



โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 8 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 37 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com