Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 4

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เรื่องเล่ายามราตรี ( อัพเกรด 1 )

เรื่อง :

เรื่องเล่ายามราตรี

 ( อัพเกรด 1 )

ขึ้นสิบเอ็ดคำเดือนสาม ค.ศ หนึ่งร้อยหนึ่ง

หลังจากการเดินทางบนหลังเจ้าอูฐสี่เท้า ผ่านทะเลทรายที่ร้อนระอุ ภายใต้รัศมีของเทพสุริยะเมื่อเวลาอรุณฉาย และซุกตัวภายใต้ผ้าขนสัตว์เก่าๆผืนหนา ท่ามกลางหมู่ดาว และลมหายใจอันเย็นเยือบของพระแม่จันทรา ถึงเก้าราตรีเต็ม ในที่สุด ลิบตาข้าพเจ้าพลันสังเกตุเห็น เงาเมืองหนึ่งต้องแสงจันทร์ในม่านราตรีดำมืด กลางทะเลทรายจูเดีย ข้าพเจ้านั้น มิรู้ว่าผู้คนเรียกขานเมืองนี้กันว่าอย่างไรแลในขณะนี้ คงเป็นเวลาเกือบจะสองยามแล้ว แต่อย่างไรก็ดีเมื่ออรุณพรุ่ง ข้าพเจ้าก็คงต้องแวะเมืองนี้ เนื่องด้วยอาหารและน้ำดื่ม ที่เสบียงมาจากเมืองที่ผ่านมานั้น หมดลงแล้วตั่งแต่คืนก่อน ข้าพเจ้าคิดพลางถอนใจ

ค่ำคืนในทะเลทรายนั้น ช่างวังเวงเหงาประหลาดนัก อีกทั้งยังมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ และไฟในกองตรงหน้าข้าพเจ้า ที่เต้นไหวไปพร้อมจังหวะสายลมเบาที่พัดผ่านมา ตัวข้าพเจ้า ได้แต่คิดถึงใบหน้าดรุณีหนึ่ง นางโจรที่ล่อลวงดวงใจข้าพเจ้า ริมฝีปากอันเอิบอิ่มเคลือบด้วยพิษร้ายที่แสนจะหอมหวาน เรือนผมสีดำราวม่านแห่งราตรีที่ปกคลุมพื้นทะเลทรายนี้อยู่ ความงามของนาง มิได้เป็นรองพระแม่จันทราแม้แต่น้อย ความรักที่ข้าพเจ้าให้นางนั้น มีมากพอกับความแค้น ที่นางมอบมันแก่ข้าพเจ้า นางนั้นหนีจากข้าพเจ้าไปไกลแสนไกล ด้วยมานะที่นางมิยอมลงให้แก่ข้าพเจ้า และตัวข้าพเจ้านี้ก็กำลังตามหานางอยู่ ด้วยใจที่แหลกสลายของข้าพเจ้าเอง เช่นเดียวกับเรื่องราวที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ท่านฟัง เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายเข้ามาล้อมกองไฟของข้าพเจ้าเถิด แล้วข้าพเจ้าจะเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง นิทานเก่าแก่จากพ่อสู่ลูกย้อนไปหลายชั่วอายุคน

ล้อมวงเข้ามาซิท่านทั้งหลาย ห้อมล้อมดวงไฟข้าพเจ้าไว้ ให้ความอบอุ่นจากดวงไฟนี้ ช่วยคลายความหนาวเย็นกาย อันเกิดจากลมหายใจแห่งราตรี แลในค่ำคืนนี้ ตัวไหมจากลมหายใจของข้าพเจ้า จะทักทอเส้นไยเป็นผ้าไหม ห่มคลุมดวงใจของท่านไว้บรรเทาความหนาวในใจ แลท่านทั้งหลาย จงจ้องมองเข้าไปในกองเพลิง ลึกเข้าไป จนกว่าแก้วตาของท่านจะรับรู้ถึงความร้อนของมัน ให้เพลิงนั้น ลุกไหม้ในดวงตาท่าน สะท้อนแสงมันออกมาจากดวงตาให้ข้าพเจ้าได้เห็น และนิ่งฟังเสีย นิทานข้าพเจ้าจะเริ่มต้นบัดนี้แล้ว

ย้อนกลับไปยังอดีต ก้าวผ่านกำแพงแห่งเวลา ให้หยดน้ำตาของท้องฟ้า ย้อนขึ้นไปยังแก้มของเมฆเทา ให้ต้นไม้ใหญ่กลับกลายเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์กลับลงสู่ดิน ไปยังสมัยที่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเติบโตอยู่บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ไปยังปลายสุดในสมัยของพระผู้สร้างชั้นฟ้า ในสมัยนั้นสุริยะจักรวาลได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว หากแต่ยังเยาว์อยู่ ทุกสิ่งนั้น เป็นเช่นดังปัจจุบัน เว้นแต่ดวงจันทร์ มิได้มีเพียงหนึ่ง หากแต่พระผู้สร้างนั้น สร้างขึ้นมาสองดวงคู่กัน ดวงหนึ่งนั้นให้แทนลักษณะของบุรุษ และอีกดวงแทนลักษณะสตรี หมุนวนรอบกันและกันตามคำบัญชาแห่งพระเจ้า
และขณะเดียวกันนั้น ณ. ที่ๆไกลออกไป พระเจ้าทรงมีประสงค์จะมอบเพลิงแห่งนิรันดร์ ให้ดาวอีกดวงหนึ่ง เจ้าแห่งดวงดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุด เพื่อส่องสว่างไปยังหมู่ดาวที่เล็กกว่าทั้งมวล และทรงมอบนามแก่ดาวดวงนั้นว่า ดวงอาทิตย์ ครั้งดวงอาทิตย์ เมื่อได้เพลิงแห่งนิรันดร์ของพระเป็นเจ้าแล้ว ก็ส่องลำแสงไปทั่วทุกหนแห่ง เป็นที่เกรงขามแก่มวลหมู่ดาว ดวงดาวต่างๆเห็นดังนั้นก็ยอมสยบให้แก่รัศมีดวงอาทิตย์สิ้น ด้วยเพราะรัศมีนั้น ร้อนแรงยิ่งใหญ่หาดาวดวงไหนเปรียบได้ไม่ ต่างพากันมาหมุนรอบดวงอาทิตย์ หวังจะได้ไออุ่นจากรัศมี เพื่อบรรเทาความหนาว จากความเย็นของจักรวาลอันกว้างใหญ่

ครั้นแล้ว เมื่อดวงจันทร์ทั้งสองดวงต่างพากันหมุนเวียนมาต้องกับรัศมีของดวงอาทิตย์เข้า พระจันทร์ฝ่ายชายนั้นเห็นว่ารัศมีนั้นแรงกล้าเกินไปสำหรับตัว อีกทั้งพระเป็นเจ้าได้สร้างคู่มาให้ตนแล้ว จึงถอยห่างออกมาจากรัศมี ส่วนพระจันทร์ฝ่ายสตรีนั้น แลเห็นเพลิงสวยงามทรงกำลังนัก นึกชอบใจ บังเกิดความลุ่มหลงในรัศมีเพลิง ลืมสิ้นถึงคำบัญชาพระเป็นเจ้า มิได้ตามพระจันทร์ฝ่ายชายออกไป กล่าวถึงพระจันทร์ฝ่ายชายนั้น เมื่อพ้นจากรัศมีดวงอาทิตย์แล้ว แลเหลียวหลังไปไม่เห็นคู่ตน ก็เทียวตามหาไปทั่วจักรวาล ครั้นมองไปในรัศมีดวงอาทิตย์ ก็แลมิเห็น เพราะแสงดวงจันทร์ฝ่ายหญิงนั้นอ่อนกำลังนัก ถูกรัศมีดวงอาทิตย์กลบจนหมดสิ้น มองหาทางใดก็ไม่เห็นทางเจอ คิดอ่อนใจนัก ด้วยว่าเราตนเดียวจักเที่ยวหาพระจันทร์ฝ่ายหญิงนั้น คงจะสิ้นสามารถเป็นแน่ ด้วยจักรวาลนั้นยิ่งใหญ่เพียงนี้หากแต่ท่ามีหลายตน คงจักสมความคิด คิดได้ดังนั้นก็ระเบิดตนเองเป็นสะเก็ดเล็กสะเก็ดน้อยกระจายเต็มท้องจักรวาล พระผู้สร้างแจ้งดังนั้น จึงเปลี่ยนนามให้ใหม่เรียกกันว่า ดารา

ฝ่ายพระจัทร์ฝ่ายหญิงนั้น เมื่ออยู่คู่กับดวงอาทิตย์ นานไปนึกเสียใจอยู่เนื่องๆ ด้วยเหตุเพราะรัศมีของดวงอาทิตย์นั้นสวยงามก็จริง แต่มิได้ฉายมาทางพระจันทร์ฝ่ายหญิงเพียงทางเดียว ยังส่องไปที่ดาวอังคารบาง โลกบาง ดาวพฤหัสบ้าง นางนั้นรู้แล้วว่า รัศมีของดวงอาทิตย์มิใช่ของนางผู้เดียว และไม่มีทางเป็นได้ ว่าแล้วในจิตก็ลำ รึกถึงพระจันทร์ฝ่ายชาย จึงออกเดินทางตามหาพระจัทร์ฝ่ายชายบ้าง แต่หาเท่าไหร่ก็มิมีวันเจอได้ เหตุด้วย เมื่อพระจัทร์ฝ่ายหญิงไปท่างใด แสงนวลของนาง ก็จะบดบังแสงดวงดาราดวงน้อยจนสิ้น มิได้มองเห็นกันไปจนกว่ากาลจะอวสาน จนถึงปัจจุบัน เมื่อท่านมองไปยังฟากฟ้า หากแม้เห็นดวงจันทร์ก็จะมองไม่เห็นดวงดาว หากค่ำไหนมองเห็นดวงดาวดาวแล้ว แปลว่านางจันทร์ยังนั้นมามิถึง

ดั่งค่ำคืนนี้ ที่พระแม่จันทราสาดส่องแสงนวล ก็มิได้เห็นพ่อดาราดวงน้อยเลย ในม่านราตรีกลางฟ้ากว้าง รัตติกาลยังดำเนินต่อไป เช่นชีวิตข้าพเจ้า ใบยาสูบในกล่องยาเริมหร่อยหรอ ข้าพเจ้าขอเติมควันยาลงในปอดเสียก่อน แล้วนิทานอีกเรื่องข้าพเจ้าจักเล่าให้ฟัง ราตรีนี้คงมีเพียงเรา ท่าน ข้าพเจ้า และเงาของจันทรา

แม่มดเอ๋ยจงทำสิ่งนี้ให้ข้า
จงนำดวงจันทร์มาดวงหนึ่ง
ปั้นมันให้กลม และฝานมันให้บาง
แล้วนำมันไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง
เพื่อที่คืนนี้ นางมองมาจักคิดถึงข้า
ดั่งเช่นข้าที่คิดถึงนาง แม้มีจันทร์
......หรือไม่ก็ตาม.......

คริศโตเฟอร์ แคเรียน





โดย : หีบไม้หอม
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 11 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 12 : 54 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com