Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 5

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> เพื่อนสนิท

เรื่อง :

เพื่อนสนิท

บรรยากาศในร้านอาหารแห่งนั้นอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเล่าเรื่องราว
เก่าๆของชายหญิงกลุ่มใหญ่ พิธีกรบนเวทีพยายามเรียกให้ผู้ร่วมงานเข้ามามีส่วน
ร่วมในกำหนดการที่วางไว้แต่ดูเหมือนไม่มีใครได้สนใจมากนัก ด้านหลังเวทีมี
ป้ายผ้าข้อความงานเลี้ยงรุ่นของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแขวนไว้
อดิศร ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวคล้ำหน้าตาคมคายยิ้มทักทายเพื่อนๆร่วมรุ่นพร้อม
กับสอดส่ายสายตาเหมือนกับจะมองหาใครสักคน ในที่สุดสายตาของชายหนุ่มก็ไป
สิ้นสุดที่หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมง เธอสวมเสื้อเชิ๊ตสีเขียวอ่อน สวมทับด้วย
สูทสีครีมและกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เข้าชุดกัน หญิงสาวกำลังคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อน
หญิงของเธอจนกระทั่งมีใครคนหนึ่งสะกิดให้เธอหันมามองดูเขาที่จ้องอยู่
เขาเห็นสีหน้าลำบากใจของเธอเพียงแวบเดียวและตามด้วยรอยยิ้มที่สดใสขี้เล่นที่
เขาคุ้นเคยมาตลอด.. มนัสพิชา..หรือพิชาที่เขาเรียกจนติดปาก.. หญิงสาวชูแก้วน้ำ
ส้มในมือแทนการทักทายซึ่งเขาทักทายตอบแบบเดียวกันก่อนที่หญิงสาวจะหัน
หลักไปคุยกับเพื่อนในกลุ่ม
"เฮ้ย ศร" เสียงเรียกชื่อเขามาจากข้างหลังพร้อมกับวงแขนแข็งแรงคล้องเขาที่คอ
และลากเขาไปยังโต๊ะซึ่งมีกลุ่มเพื่อนผู้ชายนั่งกันอยู่เต็ม บนโต๊ะมีขวดเครื่องดื่ม
แอลกอร์ฮออยู่หลายยี่ห้อแต่ดูเหมือนคนที่ดื่มมันเข้าไปจะไม่ได้สนใจแล้วว่าชนิด
ใดเป็นชนิดใดขอให้มีแอลกอร์ฮอเป็นใช้ได้
"อะไรว้า จ้องกันมาตั้งแต่เริ่มเรียนป่านนี้ยังไม่เลิกจ้องอีก" เพื่อนคนเดิมแซว
อดิศรได้แต่ยิ้มอย่างหาทางออกไม่ได้ พร้อมกับรับแก้วเหล้าผสมโซดาสีอ่อนที่
เพื่อนๆยัดเยียดมาให้มาถือไว้ ...
"เอ้า เพลงมันๆมาแล้ว ไปออกกำลังกันหน่อย ปล่อยแก่หน่อยวะพวกเรา" เพื่อน
คนหนึ่งในกลุ่มบอกพร้อมกับฉุดคนอื่นๆออกไปเต้น ซึ่งอดิศรออกตัวว่าไม่ถนัด
ขอนั่งดูและดื่มไปเรื่อยๆดีกว่า โต๊ะนั้นจึงเหลืออดิศรเฝ้าโต๊ะเพียงคนเดียว..
แอลกอร์ฮอที่เพิ่มเข้ามาทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น เขาคลึงแก้วเหล้าในมือไปมา
และมองไปยังกลางฟลอร์ เขาเห็นหญิงสาว..พิชา..กำลังเต้นรำอยู่อย่างสนุกสนาน
จนดูเหมือนวันวานมันไม่ได้ผ่านไปนานสักเท่าไร ...
เขาและพิชาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นและอยู่ภาควิชาเดียวกันอีกทั้งยังเป็นเพื่อนที่สนิทกัน
มากทั้งที่บุคลิกของทั้งเขาและพิชานั้นแตกต่างกันอย่างคนละขั้ว เขาเองเป็นคน
เงียบขรึม จริงจัง ในขณะที่หญิงสาวร่าเริงและขี้เล่น ความต่างกันทำให้ทั้งเขาและ
เธอรู้สึกได้ว่าต่างคนต่างได้เข้ามาเติมส่วนขาดของแต่ละคนให้เต็ม ความใกล้ชิด
สนิทสนมได้ก่อร่างของมันขึ้นมาเป็นความรัก..หรือที่เขาและเธอเรียกว่าความรัก
ในขณะนั้น...ต้นรักเบ่งบานขึ้นมาตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยจนสุกงอมถึงขั้น
วาดฝันที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นหลังจากเรียนจบ...
ความคิดคำนึงของเขาสะดุดลงเมื่อเสียงดนตรีในจังหวะครื้นเครงนั้นเงียบลงและ
ถูกแทนที่ด้วยดนตรีเบาๆแทน หนุ่มสาวที่ออกไปเต้นเมื่อครู่ต่างทยอยกันกลับมา
ที่โต๊ะเขาเห็นหญิงสาวยังคงหมุนคว้างอยู่กลางฟลอร์ อดิศรวางแก้วเหล้าในมือและ
เดินเข้าไปหาเธอ
"ถ้าขอนักการตลาดสาวเต้นรำสักเพลงจะรังเกียจมั้ยครับ" เขาถามเธอ
แทนคำตอบหญิงสาวยิ้มให้พร้อมกับยื่นมือให้ชายหนุ่ม
"ใครจะรังเกียจผู้บริหารมือทองล่ะคะ" มนัสพิชาตอบ
เขาวางมือประคองไว้ที่เอวของหญิงสาวในขณะที่มือของเธอเกาะอยู่ที่บ่าของเขา
"นานเท่าไรแล้วนะที่เราไม่ได้เต้นรำด้วยกันแบบนี้" เขาถามเธอ
"น่าจะหลังจากเรียนจบไม่นานเท่าไรมั้งคะ" หญิงสาวตอบแต่ไม่ยอมสบตาเขา
"ผมดูแลคุณไม่ดีหรือเปล่า" เขาตั้งคำถาม
"ศรดูแลพิชาอย่างดีค่ะ" เธอตอบพร้อมกับแหงนหน้ามาสบตาเขา
อดิศรพยักหน้า..
เสียงดนตรีเบาๆยังคงบรรเลงให้หนุ่มสาวหลายคู่ได้คลอเคลียกันไปแสงไฟดู
เหมือนจะสลัวลงกว่าเมื่อเริ่มงานเล็กน้อย
"แล้วเราทำผิดพลาดกันตรงไหนนะ" อดิศรถาม
"คงจะผิดตั้งแต่เรายอมให้ความสัมพันธ์ของเราเกินเลยไปมากกว่าเพื่อนสนิท
มังคะ" มนัสพิชาตอบยิ้มๆ
"ก็ในเมื่อเราต่างเติมเต็มให้กันและกันได้"เขาถามพร้อมกับสบตาอดีตภรรยาสาว
"ความรักไม่ใช่เพียงแค่การเติมเต็มค่ะ ศร มันมีมากกว่านั้น"เธอตอบ
"มีมากว่าสิ่งที่เราเคยเรียกว่ารักเมื่อวันวาน" เธอพูดต่อ
"ซึ่งคุณค้นพบแล้ว..." อดิศรต่อให้
"ค่ะ .... หวังว่าคุณคงค้นพบเร็วๆนี้นะคะ..และก็.... "เธอบอกเขาเก้อๆ
"หือ ? " อดิศรออกจะงงกับท่าทางของพิชา และก็รู้คำตอบเมื่อเพื่อนๆตะโกนล้อ
"พิชาจะบอกว่า ...เพลงจบนานแล้วค่ะ" คราวนี้ทั้งเขาและเธอหัวเราะออกมาอย่าง
กลั้นไม่อยู่
"คุณกลับยังไงพิชา ...ผมไปส่งมั้ย" อดิศรถาม
"ไม่เป็นไรค่ะ ศร เมาอย่านี้ไม่ดีกว่าค่ะ " เธอตอบด้วยสายตาขี้เล่นที่เขาคุ้นเคย
"ล้อเล่นค่ะ... พิชานัดสามีมารับตอนงานเลิกเดี๋ยวคงมาค่ะ" เธอตอบ
"แล้วเรา.. " เขาพูดค้างไว้แค่นั้น
"เรา ..เลยจุดกลับรถกันมาพักใหญ่แล้วค่ะศร แต่พิชาดีใจนะคะที่เรากลับมายัง
จุดที่ดีที่สุดสำหรับเรา ใช่มั้ยคะ...เพื่อนสนิท" มนัสพิชาถาม
"ครับ พิชา ... "เขาพูดพร้อมกับโบกมือให้เธอเมื่อเธอเดินกลับไปที่โต๊ะ อดิศรรู้สึก
ใจหาย ....เสียดาย ...แต่ความอบอุ่นบางอย่างก็วิ่งมาแทนที่จนแต้มรอยยิ้มให้กับ
ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้นได้... เพื่อนสนิทหรอ.... ไม่ได้ยินมาตั้งนานนะ..เขาคิด พร้อม
กับรับแก้วเครื่องดื่มจากเพื่อนๆที่ตั้งวงล้อเลียนอยู่ก่อนที่จะยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด

..............................................................................................................................
โดย : กลิ่นกาแฟ
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 3 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 10 : 16 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com