Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 5

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ศาลาพักทาง...เมื่อรักเบี่ยงเบน

เรื่อง :

ศาลาพักทาง...เมื่อรักเบี่ยงเบน

บางที " อารมณ์ที่อ่อนหวาน" ก็ให้ความรู้สึก เหงา เศร้าลึกๆ เมื่อเรามองไปถึงจุดที่เราเคยยืนอยู่ตรงนั้น กับใครสักคนในครั้งนั้น
..
ความสดชื่นแจ่มใสของรอบกายที่เป็นสีรุ้ง ทุกสิ่งผ่านไปด้วยความขบขัน อาทร และห่วงใยจากใจของเราที่พยายามฝากสะสมเข้าไปที่ตัวเขา แต่ทว่ายังไม่ทันถึงจุดอิ่มตัวในความสุขของตัวเรา เขาเริ่มเบี่ยงเบนหันหัวใจไปที่อื่น ที่ไม่ใช่แค่เคยมีเพียงเราสองคน

วันเวลาที่ขมขื่นซ่อนความเดียวดายที่ทยอยเข้ามาทุกนาทีที่ผ่านพ้น ไม่ต่างกับมีดที่กรีดเข้ามาในเนื้อตัวของเรา ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้เราจะพยายามลุกขึ้นมาสู้ ขณะที่ร่างกายของเราเพลียจนแทบหมดลมหายใจ และแล้วเราก็ดึงความอาทรหลุดพ้นจากตัวเขามาได้นิดหนึ่ง

แค่นิดหนึ่งแต่ก็เป็นแรงให้เราพอมีกำลัง..เริ่มเดินอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการเดินที่ “จำต้องเลือก”จะทนเจ็บแกล้งโง่เพื่อมีเขาในหัวใจต่อไป รึ คลานออกจากความทุกข์ด้วยร่างที่ยังคงเต็มไปด้วยบาดแผลดีนะ?

ก่อนเดินทางและเลือกเส้นทาง เราคงต้องตัดสินกันก่อน การที่จะก้าวไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอีกฝั่งหนึ่งนั้น จะใช้แค่แรงกายอย่างเดียวก็หาได้ไม่ ต้องลืมตาพิจารณาด้วยปัญญาเข้าไปอีกทาง เพราะเมื่อเราเดินทางเราจะพบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอและบางคราวการใช้แค่แรง “ทนเจ็บ”ก็ไม่ได้ช่วยให้ผ่านไปด้วยดี..เหมือนปัญญาการแยกแยะสักนิดเดียว

ก่อนเราจะเริ่มต้นต่อสู้ด้วยปัญญา สิ่งแรกที่เราต้องสะสมคือ ร่างกายที่กระปรี้กระเปร่าที่สุด ทว่าในช่วงของความบอบช้ำทางใจ ทำอย่างไรเราถึงจะกินได้นอนหลับละ?

ลองหันมาคิดทางนี้บ้างดีไหม?

ข้าวปลาอาหารคือ คนเลวที่ทำร้ายเรา..ต้องกินให้เยอะที่สุด แต่ต้องเลือกอาหารสักนิดนะอาหารที่ย่อยยากคืออาวุธลับของศัตรู เราต้องพยายามละเว้นให้มากสักหน่อย เลือกกินแค่อาหารที่ประกอบจากคาร์โบไฮเดรทที่มีเนื้อสัตว์ผสมน้อยที่สุด จะเป็นแกงจืดเต้าหู้หลอด
ผสมผักรสอ่อนแต่เหยาะพริกไทดำสักนิดให้คล่องคอ หรือจะแกงเลียงรวมมิตรผักก็ยังไหว และเพราะพลังอาหารนี่แหละ หลังอาหารร่างกายจะขยับตัว ออกคำสั่งขับไล่เหงื่อความบอบช้ำออกจากตัวเรา แม้ทำให้เราเสียน้ำไปบ้าง แต่เมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปช่วยชดเชยให้อีกสักนิดร่างกายก็จะเริ่มเคลื่อนไหวซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่อไป อ่ะ อย่าลืมนะ แค่ทางใจก็ถือว่าเป็นการสึกหรอต้องซ่อมแซมเหมือนกัน หลังการซ่อม ร่างกายจะสั่งให้เรานอนพัก ก่อนนอนก็ควรที่จะ..

อาบน้ำให้เนื้อตัวหอมสดชื่นอีกครั้ง พยายามอย่าทำสิ่งเดิมๆที่เคยทำพร้อมกับใครคนนั้นชั่วคราว ไม่ว่าจะรับโทรศัพท์ ดูเมล์ ดูทีวี แต่เปลี่ยนมาคิดวันนี้งานของเรามีอะไรยังไม่ดีสักเท่าไร ต้องแก้ไขอะไรบ้างนะ ระหว่างคิดถ้ามีฝนตก พยายามเปิดหน้าต่างสักนิด เอาแค่ได้ยินเสียงฝน เสียงน้ำไหลตามถนนผ่านหูก็พอ ถ้าไม่มีงานก็เปิดเพลงฟัง อย่าฟังเพลงรัก เพลงเศร้า เพลงดังรบกวนประสาทจนหัวใจคอยกระตุก เปลี่ยนมาฟังเสียงน้ำไหล ฝนตก ซึ่งเป็นเสียงแท้จากธรรมชาติ ที่เราไม่เคยคิดฟังมาก่อน ถ้าเราฟังแล้วเริ่มง่วง ขึ้นเตียงเลยแต่อย่าบังคับตัวเองให้หลับ ให้ฟังเสียงเพลงธรรมชาติของน้ำไหลฝนตกจนเคลิ้มหลับไปเองดีกว่า

คนที่ไม่เคยลองแบบนี้มาก่อน แรกๆจะหดหู่หวาดกลัวจนแทบบ้า แต่เมื่อเราฟังไปเรื่อยๆหลายคนอาการความเศร้าเริ่มลดน้อยลง สมาธิของจิตใจเริ่มแน่วแน่ขึ้น เมื่อนั้นละปัญญาที่แทบสาบสูญไปจะกลับคืนมาให้เราเป็นคนเดิมได้เกินครึ่ง

ทีนี้เราค่อยลุกขึ้นมาคิด..จะทำอย่างไรกับทางชีวิตที่ "คนเคยเป็นของเราแน่ๆ”แต่ตอนนี้ “เบี่ยงเบนไปทางอื่น”เสียแล้ว เราจะเลือกเดินเส้นทางขนานกับเขาสักที หรือยังอยากตามหลังเขาต้อยๆต่อไปดีนะ?เวลานั้นเราจะพิจารณาตัดสินปัญหาได้ดีขึ้น

การที่ “คนเคยเป็นของเรา เบี่ยงเบนไป อย่าพยายามมองว่าเราผิดเลย” คิดสะว่า“เราใส่โค๊ดความรักเกินขนาดลงไป เลยทำให้ผลตอบรับออกมาเป็นแง่ลบ” จะช่วยให้ความเข้มแข็งเอนเอียงมาหาเราได้เร็วขึ้น สงคราม “โดมิโนที่ติดต่อกันมาทุกทาง..คิดสะว่า..ก็แค่ลมครวญ”

คิดสักนิด..?

ถ้าคนๆนั้นเบี่ยงเบนไปที่เขาคนๆเดียวจริง มีฤาต้องราวีกันอีก มีหรือต้องใช้ระบบการรบนอกระบอบทุกวิถีทาง แต่เพราะเขาก็รู้ คนๆนั้นเบี่ยงเบนไปที่เขาไม่ครบถ้วน เขาจึงต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน เหมือนเขาฉีดดี ดี ที ไล่ยุง ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวไหนที่ไปกัดเขากันแน่ไงละ

สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้เสมอ เมื่อเรายังไม่พร้อม..ที่จะเลือกทาง “อย่านะอย่ารับปากอะไรทั้งสิ้น การรักกัน ไม่ได้สิ้นสุดลงหลังตีตรา..เพราะมีบ่อยครั้งที่การตีตรามักซ้ำซ้อนจนเป็นโมฆะ มิใช่หรือ?” แต่ก็อย่าลืมไปอีกอย่าง..เราไม่ได้แย่งใคร แค่กำลังเจรจา“ศึกรักกับคนที่เราเคยมั่นใจว่า เขายืนข้างเดียวกับเรามานาน นานจนเราแน่ใจว่าเขาคือครึ่งหนึ่งของร่างกายเรา...หาใช่เราไปตัด “ครึ่งหนึ่งของคนอื่นมา”

พักก่อนพักให้พร้อมค่อยเดินทางนะ การรีรอครึ่งทางที่ ศาลาพักทางยังเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลือกใช้ได้ ถ้าเหนื่อย ถ้ายังลังเล หันกลับไปเถิด หันกลับไปมองถ้าต้องการ ทำไมจะหยุดรอที่ ศาลาพักทางสักครั้งไม่ได้ละ..ในเมื่อเรายัง..เลิกรักเขาไม่ได้
โดย : ยามี่จัง
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 20 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 14 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com