Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 5

กรุงานเขียนเก่า 1
กรุงานเขียนเก่า 2
กรุงานเขียนเก่า 3
กรุงานเขียนเก่า 4
กรุงานเขียนเก่า 5


>> ความทรงจำกับงาเขียนและเพื่อนร่วมโลก

เรื่อง :

ความทรงจำกับงาเขียนและเพื่อนร่วมโลก

ผลงานเคยส่งประกวดรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 9 : ประเภทงานเขียน
นางสาวชื่นจิตร์ ดลวาส

วิถีพอเพียง แบ่งปัน ผูกพัน คน น้ำ ป่า
เรื่องของ “ บ้านสอนสี “

ใจคนเราที่ยังไม่ได้บ่มเพาะด้วยธรรมะ ก็เหมือนป่ารกชัด ต้องขยันถากขยันถางถึงจะหาประโยชน์จากผืนป่าแบบวิถีพอเพียงได้อย่างถูกต้องและตรงจริง หากปล่อยตามยถากรรม ภาพป่าที่เห็นในไม่ช้าอาจคือทะเลทรายแห่งใหม่ล่าสุดของโลกยุคปัจจุบัน แล้ววิธีจะดำรงดำเนินชีวิตเพื่อความสอดคล้องกับป่าแห่งธรรมะหรือป่าแห่งอุดมคติที่เอื้อต่อคนและน้ำจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ออกจะดูแปลกที่ประเด็นเรื่องป่า น้ำ คน ความผูกพัน เพื่อแบ่งปันสู่วิถีพอเพียงนั้นจะมาจากแนวคิดง่ายๆ ตรงๆ ที่บ้านหลังหนึ่งในชุมชนเล็กๆใกล้สวนสมเด็จย่าฯที่กทม. ชุมชนแห่งนี้คือชุมชนช่างนาคซึ่งเป็นชื่อซอยที่ทะลุถึงกันได้ ในยุคนี้มาลองวิธีสมัยใหม่ใช้คอมพิวเตอร์เข้า google earth พิมพ์”บ้านสอนสี” แจ้งพิกัดตามวิธีทางโลกจะพบบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งมีปณิธานจากคำถามง่าย ๆ ที่ว่า “เราคือใคร” “มีหน้าที่อะไร” เชื่อมโยง”คน”เข้าด้วยกันกับศิลปะของการใช้สีจากนั้นสู่ขั้นตอนแห่งบทสนทนาพูดคุยเพื่อทำการวิเคราะห์ – สังเคราะห์”คน”ผ่านศิลปะ โดยไม่หนีปณิธานที่ตั้งไว้ อาศัยเครื่องมือที่มีอยู่ประจำตัวคือความนิ่งที่พวกเราและท่านคงเข้าใจกันดีในภาษาทางพระพุทธศาสนาว่า “สมาธิ”

สิ่งเหล่านี้หากมองแยกส่วนก็คงจะไกลมากจากคำว่า “ป่า” ที่จะอธิบายในที่นี้หมายถึงป่าจริงๆแต่ไม่ไกลจากการผูกความหมายในเรื่อง ” น้ำ ” เพราะชุมชนดังกล่าวอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านฝั่งธนบุรี พอมองแบบนี้แล้วทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงหากันอยากแยกไม่ออก ลองมาตั้งสมมติฐานนี้ร่วมกัน โดยการทดลองง่ายๆจากสมมุติฐานที่ว่า น้ำหนึ่งหยด คือมหาสมุทรทั้งห้า จริงหรือไม่ ? ดังนั้นลองเอามือจุ่มลงไปในน้ำที่ใดที่หนึ่งเอาเป็นว่าที่คลองประเวศ-บุรีรมย์ แถวอ่อนนุช-ลาดกระบัง แล้วนึกดูง่ายๆคลองขุดแห่งนี้เชื่อมโยงถึงแม่น้ำสายใหญ่ของประเทศไทยได้หรือไม่ ? คำตอบคือเชื่อมโยงแม่น้ำเจ้าพระยาได้แน่ แล้วจะเชื่อมโยงถึงแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดียได้หรือไม่ ? คำตอบคือเชื่อมโยงถึงเช่นกัน ดังนั้นไม่ต้องถามต่อเพราะคำตอบคือคำตอบเดียว ว่าเชื่อมโยงถึงกันเสมอ เหมือนสัจจะประจำโลกที่ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งพระพุทธองค์ (พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า) ตรัสว่าสัจธรรมที่พระองค์ค้นพบมีอยู่ก่อนก่อนเกิดโลกฉันใด ครรลองแห่งสัจธรรมขึ้นอยู่กับใครบรรลุสู่ครรลองความเชื่อมโยงนั้น จากกรอบความเชื่อมโยงนำมาซึ่งความนึกคิดสู่กรอบความเข้าใจในหลายๆเรื่องรวมทั้งเรื่องน้ำเพียงหยดเดียว ลงเอยว่ามีน้ำย่อมมีป่า มีป่าย่อมมีคน มีคนย่อมต้องมีสังคม มีสังคมย่อมมีความผูกพันอย่างมีมิติแห่งความเอื้ออาทร แบ่งปันดังจะนำเราท่านสู่วิถีพอเพียง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับใจ ใจที่ยิ่งใหญ่ของคนทุกคน เพราะสัจธรรมความพอเพียง ตีความ ความพอที่แท้จริงในใจคน ที่เป็นคนแท้ ๆ คือ ไม่มีกิเลสตัณหา อุปทาน แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะองค์ประกอบดังกล่าวคือองค์ประกอบการเกิด (ชาตะ) ดังนั้นวัฏฏะจึงดำเนินไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด


บ้านสอนสีตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างไร คำตอบคือ เมื่อเรารู้ตัวเราผ่านการระบายสีบนผืนผ้าใบ จะเกิดทั้งงานศิลปและขยะในอารมณ์เสมอ เหมือนการเผาผลาญที่เราเรียกว่า สันดาป ซึ่งจะเกิดการเผาไหม้ทั้งสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ การเผาไหม้สมบูรณ์ก็ไม่มีปัญหากับสิ่งแวดล้อม แต่การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์จะเกิดมลภาวะทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติโดยรอบ มลภาวะมีที่ใดอาทิ มลภาวะในอากาศ อากาศก็เสีย มลภาวะในน้ำ น้ำก็เสีย มลภาวะในป่า ป่าก็เสียหายและถูกทำลาย ส่วนมลภาวะในใจคน เกิดวิถีคดีความบนโลกมากมาย พอมาถึงจุดนี้เรามักแก้ปัญหาผ่านยุทธศาสตร์ที่สวยหรู แต่เป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ พระพุทธองค์ตรัสสอนอริยสัจจ์ว่าด้วยทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พบหนทางแก้ไขวัฏฏะอันเป็นที่น่าสงสาร แต่เราท่านทำวงจรหมุนไม่ครบองค์เหมือนเช่นที่กล่าวคือการแก้ที่ปลายเหตุ โดยเราท่านมองข้ามต้นเหตุที่อยู่ในใจมนุษย์ทั้งเล็ก-ใหญ่ ใหม่-เก่า หนุ่ม-แก่ เฒ่า-ชรา จนมรณะดับขันธ์ไป
พอมีการก่อตั้งบ้านสอนสี ใช้วิธีระบายสีสื่อความเป็นตนเอง พบว่า เมื่อคนค้นพบความเป็นตัวตนง่าย ๆ จากการระบาย-ป้ายสี จะเกิดการสื่ออารมณ์ ความรู้สึก ความดีงามทั้งด้านบวกกับอีกด้านหนึ่งของอารมณ์หรือจะเรียกว่าด้านลบในจิตใจ ที่เป็นขยะในใจที่มีกันทุกคน ทั้งบวกและลบจะถูกสื่อออกมาจากสิ่งง่าย ๆ คือ สี ที่อยู่ในรูปภาพ กระบวนการดังกล่าวจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด น่าจะเป็นการแก้ไขเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูจิตใจคน เพราะผู้คนทั้งเล็ก-ใหญ่ ใหม่-เก่า นั้นเปรียบได้กับทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นสิ่งแวดล้อมหนึ่งในธรรมชาติองค์รวม ดังนั้นการแก้ปัญหาจะประสบความสำเร็จหากค้นพบความเป็นคนที่สมบูรณ์ครบถ้วนและพอเพียงภายในใจคนเรานั้นเอง ธรรมชาติคงไม่ถูกทำลายต่อไป เพราะเมื่อคนรู้จักหน้าที่ สิทธิ สิ่งที่ควรกระทำตามวิถีพอเพียงที่เกิดขึ้นบนจิตใจที่เข้มแข็งอย่างมีดุลยภาพทั้งภายนอก และภายใน
บ้านสอนสี เป็นตัวอย่างสถานที่บ่มเพาะจิตใจทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ต่างวัยต่างขนาด กระแสความเชื่อมโยงนี้ได้เริ่มจากที่เล็ก ๆ เหมือนวงน้ำที่กระจายออกไปแม้เพียงเป็นกรวดก้อนเล็กโยนลงในน้ำ แต่มีแรงแห่งความตั้งใจจริงและแน่วแน่ วงน้ำย่อมแผ่จากวงเล็กนั้นใหญ่ขยายและไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อกระทบใจใครหากสัมผัสแนวคิดดังกล่าว แล้วเข้าใจ อย่างนี้ ชุมชนในอุดมคติจะเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าโดยไม่ต้องทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ แค่ระบาย-ป้ายสี แล้วค้นพบตนเองเข้าใจในสัจธรรมการอยู่ร่วมกัน ผูกพันอย่างมีความเอื้ออาธรซึ่งกันและกัน ก็เท่ากับเป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูจิตใจอันดีงามที่มีอยู่แล้วในตัวคนเราทุกคน อีกทั้งยังเป็นทางอ้อมในการเอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน หากทุกคนหันมาวาดภาพอะไรก็ได้จากจิต-ใจจะด้วยอุปกรณ์ใด ๆ แม้แต่ขีดเขียนไปในพื้นทราย เราจะค้นพบว่าทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องสร้างงานเพื่อผลงาน แต่สร้างการค้นพบในใจของเรา คือ ความเป็นคนที่รู้จักคำว่า “เราคือใคร” และ “มีหน้าที่อะไร”

ตัวอย่างดังกล่าวข้างต้นสามารถเป็นไปได้จริงบนหนทางแห่งสีสรรที่เกิดขึ้นแล้ว และก่อประโยชน์แล้ว บนพื้นที่สีเขียวอาณาเขตเล็ก ๆ ที่ผู้เป็นเจ้าของดำริจะแบ่งปันเป็นสถานที่เพื่อการสาธารณะประโยชน์ในนามบ้านสอนสี ทำการมาไม่ถึง 5 ปีก็จริงหากแต่ มีเด็กเล็ก เด็กโตหรือแม้แต่ผู้ใหญ่แวะเวียนมาในแต่ละวัน มากบ้าง น้อยบ้าง ขอ บรรยายบรรยากาศโดยรวมในครั้งแรกที่เห็น ก็อดไม่ได้ที่จะเรียกว่า ป่า-ช้าพลู เพราะมันดกงามใบใหญ่จนนึกถึงเมี่ยงคำคำโตกับน้ำจิ้มเหนี่ยวหนืดของน้ำตาลเคี่ยวโรยมะพร้าวคั่วหอมพออิ่มแล้ว มามองหาหนทางเพื่อค้นหาทางเดินที่เรียบง่าย ตรงตรอกซอกซอยที่ไม่ซับซ้อนนั้น

ชุมชนช่างนาคซึ่งเป็นชื่อเรียกเดิม ซอยปัจจุบันเรียกขานว่าซอยสมเด็จเจ้าพระยา ๕ ณ บ้านสอนสีทำหน้าที่สอนให้คนรู้จักตนเอง เห็นตนเองอย่างเต็มภาคภูมิ ถามว่าสอนสี คือสอนอะไร สี แทนความหมายของคนทุกคนที่มีความแตกต่าง แต่สวยงามเมื่ออยู่รวมกันอย่างลงตัว เราสามารถระบายสีเพื่อปลดปล่อยพลังงานทั้งด้านบวกและลบลงบนผืนผ้าใบ พลังงานด้านลบจะถูกขังเอาไว้ไม่สามารถออกมาฟุ้งซ่านในจิตใจได้อีกต่อไป ส่วนพลังงานด้านบวกคืองานศิลปที่สวยงาม และภาคภูมิใจ การระบายแค่นี้จะ ” สอนคน ” ได้อย่างไร กฎง่าย ๆ ของการพัฒนาบุคคลบนโลกนี้ไม่ค่อยมีใครอยากให้ใครสอนจึงต้องใช้ทางอ้อมคือ ” สอนสี ” จริง ๆ แล้วแฝงไว้ด้วยกุศโลบายการสะท้อนความคิดจิตใจของคนนั้น ๆ แบบง่าย ๆ ตรง ๆ หากแต่มีเทคนิควิธีที่จะสามารถทำนายจิตใจได้อย่างผ่าลึกและเป็นปัจจุบันที่สุด สีจึงเป็นสาระสำคัญของผลสะท้อนแห่งจิตใจทั้งบวกและลบ สีสันต่าง ๆ อันอาทิกลุ่มแม่สี น้ำเงิน-แดง-เหลือง ต่อมาเป็นสีที่ถูกผสมจากแม่สี เขียว - ม่วง - ส้ม แล้วนำภาพมาสู่การวิเคราะห์แยกแยะเป็นสีร้อน สีเย็น และสีมัชฌิมา( สีกลาง ) และสีที่เกิดมาก่อน ก่อนเกิดโลกใบนี้ คือสีดำและสีขาว เหมือนธรรมะ และอธรรม ปฏิปักคู่คี่สูสีกันมาข้ามภพชาติไม่มีใครแพ้ใครชนะ จึงมีกำเนิดสีเทา ส่วนสีน้ำตาลก็มีกำเนิดที่ไปที่มาเช่นกัน

สรุปเมื่อตามองเห็น ประกอบกับบุคคลที่ร่วมมองผ่านกระบวนการสื่อประสานความรู้สึก นึกคิด จิตใจทั้งผู้มองและ เข้ามาตีความกับบรรดาสีทุกสีโดยใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ จึงเป็นภาพสังเคราะห์กระเทาะจิตใจคนที่กระทำการปาดป้ายเปื้อนและโปร่งโล่งสบายเมื่อผลงานเสร็จสิ้นลงนั่นแหละคือใจคนที่วาดระบายผ่านความนึกความคิดตามอำเภอใจเพื่อท่องเที่ยวไปในโลกจินตนาการของสีสัน จบด้วยความสุนทรีย์ สวยงาม สร้างสรรค์ และสงบ เพราะอุบายที่ทำให้มนุษย์สงบ คือ สมถะ หรือแก่นสมาธิ โดยวิถีที่แยบยลของศิลปะ ศิลปะทุกทุกแขนงล้วนแต่มีหนทางจากความสงบระงับ ดีงามมุ่งมั่นจึงสามารถรังสรรค์ศิลปกรรมที่วิจิตรต่อโลก


เมื่อนำสู่หนทางความสงบจะก่อร่างคนสมบูรณ์ทั้งจิตใจภายนอกและภายใน สู่ความเป็นคนโดยแท้ที่ปราศจากขยะในอารมณ์ เมื่อโปร่งเบาในจิตใจก็จะมีเวลามองสู่ธรรมชาติโดยรอบอย่างมีน้ำใจ เพื่อโอบเอื้อต่อมนุษย์ , สัตว์ , พืช และป่า ดังนั้นวิถีความพอเพียงจะอยู่แค่มือคว้า ไม่ใช่เรื่องยากแต่เป็นเรื่องง่ายใกล้ตัว โดยเป็นธรรมชาติ วิกฤตบนผืนโลกจะลดน้อยลงหากทุกคนลดมลภาวะหรือขยะในใจ ความเอื้ออาทรจะพึงบังเกิดเพื่อเผื่อแผ่แบ่งปัน นั่นคือภารกิจหน้าที่ของคนที่สมบูรณ์กับจิตใจที่อิ่มเต็ม ครบถ้วนและบริบูรณ์ เมื่อทุกคนสามารถตอบคำถามง่ายๆที่ว่า ”เราคือใคร”และ”มีหน้าที่อะไร”ได้อย่างเต็มภาคภูมิในฐานะหน้าที่ที่คนตัวเล็กมีต่อโลกใบใหญ่

การลดขยะในใจมีค่ามหาศาลถึงเพียงนี้ ส่วนวิธีการที่ถูกต้อง ขอทุกท่านมีโอกาสถามตนเองด้วยตนเอง หากยังขาดความเข้าใจกรุณาถามผู้รู้ ผู้ที่นำกระบวนการระบายป้ายสีมาสืบค้นหาตัวตนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องกล่าวสรรเสริญไว้ณ ที่นี้ในฐานะผลงานแห่งปัจเจกเอกชนรายเล็ก(จิ๋ว)ที่ทำงานเล็กแต่มีความยิ่งใหญ่ในใจทุกคน ถ้าได้สัมผัสร่วมกัน อีกทั้งเป็นทางสู่หนทางความพอเพียงที่กระทำแล้วกับตนเอง ณ ที่บ้านสอนสี กับบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงชื่อ “ป้าแต๋ว” ตามบ้านเลขที่ 127 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา 5 เขตคลองสาน กทม. 10600 โทรศัพท์ 02-4395144 คำถามทุกคำถามจะเป็นคำตอบ ปริศนาจะคือสิ่งที่น่าค้นหา ธรรมะเพียงอยู่ในมือคุณทุกท่านทุกคน โปรดอย่าไปหาอะไรนอกตนเองเลย มาเร่งพัฒนาตนเองและเร่งเสริม สร้างภูมิคุ้มกันอย่างมีดุลยภาพผนวกเหตุผล สู่วิถีแห่งความพอเพียงในตนเอง เพื่อแบ่งปันนำความรู้ สู่ความผูกพันที่เราและท่านคือญาติร่วมโลก ทั้งคน –น้ำ –ป่า ทั้งป่าจริงๆหรือป่า-ช้าพลูที่บ้านสอนสี คือสิ่งเดียวกันคือ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ธรรมชาติที่ว่าด้วยกฎความเชื่อมโยง ถามง่ายๆอะไรคือความเชื่อมโยงนั้น คำตอบคือเชื่อมโยงด้วยปัญญา เพราะปัญญาจึงนำมาซึ่งงานดีๆ ขอขอบคุณงานดีๆ บนโลกงามๆ สีเขียวจากผลงานแห่งจักรวาลที่มีหลากหลายสรรพสี




โดย : นางสาว ชื่นจิตร์ ดลวาส
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 17 ธ.ค. ปี 2008 [ เวลา 11 : 0 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com