Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

เที่ยวป่า

งามมยุราขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เคยสัญญาว่าจะพาไปเที่ยวในป่าอย่างชัดๆ

“คนนี้หรือ”

แย้มทำท่างงๆ “เจ้าค่ะ… ก็… ที่แย้มบอกไงเจ้าคะ เมื่อวานตอนเย็นลุงเขามาฝากบอกว่าถ้าคุณอยากจะเข้าไปในป่า ให้ไปพร้อมกันแต่เช้ามืดนี้เลย บอกว่าสัญญาเอาไว้”

“มาแทนอีกคนหรือคะ” งามมยุราถาม

“ผมไม่ได้มาแทนใครครับ ที่เจอคุณวันนั้น เห็นคุณจะไปดูผมเก็บของป่า เลยเดินมาบอก” เขาตอบด้วยสีหน้าซื่อๆ ทำเอางามมยุราต้องจ้องใบหน้าของชายชาวบ้านคนนี้เขม็ง

ในใจคิดว่าจะเป็นไปได้หรือที่เธอจะจำใบหน้าคนผิดพลาดได้ขนาดนี้

วันนั้นในตอนเช้าที่ได้เจอหน้ากัน ตอนนั้นเป็นเวลาเช้าที่แสงสว่างมากพอที่จะเห็นหน้าตากันชัด เธอจำได้ว่าชายคนที่เห็นรูปร่างสูงกว่านี้หนุ่มกว่านี้ อีกทั้งแววตาก็ดูแตกต่าง ที่เห็นอยู่ตอนนี้กลับเป็นชายแก่ผิวคล้ำ แต่ยังดูแข็งแรงทะมัดทะแมง

ขณะที่เดินตามลุงคนนี้ไป งามมยุราคิดว่าถ้าตนเองยังเป็นเด็ก คิดว่าจะต้องไปจับหน้าตาเขาดึงดูแน่ๆ ดูเหมือนว่าเรื่องประหลาดพิศดารจะเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ครั้นจะบอกใครก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจกันได้ง่ายๆ แม้แต่ตัวเธอเองยังยากที่จะเข้าใจ คงต้องโทษว่าระบบความจำของตนเองอาจผิดพลาด

แต่คนที่ความจำดีแบบประเภทอ่านเพียงรอบเดียวก็สามารถจดจำสิ่งที่อ่านได้เกือบทั้งหมดจะจำคนผิดได้อย่างไร

อย่างตอนนี้ในสมองของเธอได้ปรากฏตัวหนังสือจากหน้ากระดาษที่เพิ่งพลิกอ่านตอนเช้ามืดของวันนี้ เนื่องจากเมื่อคืนนี้อ่านข้ามไป ข้อความนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำอย่างแม่นยำ

โลกียะ 100 ปีก่อนคริสตกาล (ประมาณ 2100 ปีมาแล้ว)

ทุกอย่างคล้ายหยุดนิ่ง จากวันวานถึงเพลานี้ เป็นเหมือนดินแดนต้องคำสาป เทพเจ้าแห่งขุนเขาแสดงตน สายธารจากใต้พิภพได้แสดงอาณุภาพคุ้มครองทักษิณายันนครไว้ด้วยแผ่นน้ำสีน้ำเงิน แต่อนิจจา…เมื่อสายน้ำที่เคยไหลลงที่ลุ่มต่ำอันกว้างใหญ่ต้องมีอันเปลี่ยนแปลงไป พื้นดินที่เคยอุดม บัดนี้กลายเป็นแห้งผาก มีเพียงต้นไม้เดนตายกับซากไม้ที่ยังคงอยู่ พระพิรุณที่เคยพัดผ่านมากลับเลยข้ามไป

เด็กน้อยเอ๋ย…เมื่อไม่มีเจ้า ไม่มีดอกไม้ ไม่มีสายน้ำ ไม่มีเสียงดนตรีแห่งธรรมชาติอีกแล้ว แล้ววันใด เจ้าจะกลับมา…

งามมยุรานึกทบทวนเรียงลำดับเรื่องราวให้ต่อเนื่องกัน จารึกบนแผ่นหินทั้งสองช่วงเวลาบอกถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศค่อนข้างชัดเจน น่าฉงนถึงอาเพทที่เกิดขึ้น ทั้งน้ำท่วมใหญ่และภัยแล้ง เหตุให้ผู้คนพากันล้มตาย

เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับเมืองโบราณแห่งนี้หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่พัดพาดินโคลนจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการฝังกลบเมืองในชั้นแรก

เท่าที่ปะติดปะต่อเรื่องราว ในช่วงเมืองแห่งนี้ยังคงความรุ่งเรือง ทักษิณายันนครกับสัตตีรีนครเป็นเสมือนเมืองคู่แฝด ซึ่งเกิดขึ้นมาในเวลาเดียวกัน แต่เป็นไปได้อย่างไรที่สองเมืองจะสามารถปรองดองกันได้

ในน้ำเสียงที่ถอดออกมาจากอักษรภาพของโลกียะ (ผู้ไม่มีวันตาย)นั้น เขาอยู่ข้างฝ่ายทักษิณายันนครเมืองบนภูเขา เขาพูดถึงสัตตคีรีนครเมืองที่รุ่งเรืองในดินแดนที่ราบลุ่มแม่น้ำเป็นทำนองเย้ยหยันในความเป็นไป แต่มีความขัดแย้งตรงที่เขาเองรักในผืนแผ่นดินที่ต่างเชื่อมถึงกัน ดังจะเห็นว่าภายหลังจากที่อาณาจักรได้ล่มสลายไปแล้ว เขายังคงวนเวียน(ถ้าเขากลับมาได้จริง) เฝ้ามองแผ่นดินขุนเขาและสายน้ำ

แล้วยังเรื่องประหลาดของพิธีกรรมปลดปล่อยผีเสื้อ อันเกี่ยวพันกับเจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนครและจันทราคีรี…สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมือง

หญิงสาวนึกถึงพื้นดินที่เหยียบลงไป บนพื้นดินชื้นจนดินนิ่มๆกินรองเท้าบู๊ตขึ้นมาหนึบๆ แต่ละก้าวที่เหยียบ… อาจทับลงบนกองกระดูกของผู้คน เนื้อดินอันร่วนซุยกับธาตุอาหารในดินอาจปนด้วยเลือดเนื้อจากกายของพวกเขา

ในอาณาบริเวณนี้ครั้งหนึ่งอาจเคยเป็นหมู่บ้าน เป็นชนบทของมหาอาณาจักรหลายยุคสมัย เส้นทางที่ลัดเลาะตามเนินเขา อาจเคยเป็นเส้นทางของนักรบที่เร่งกระโจนเข้าหากันอย่างไม่กลัวความตาย เพื่อจะผ่านไปยังสมรภูมิใหญ่กลางทุ่งราบในหุบเขา

ความคิดที่ล่องลอยไปของเธอต้องชะงักลงชั่วขณะ เมื่อได้เดินมาถึงปากทางเข้าช่องเขาขาดอีกครั้ง

ลุงทองสุกตามที่ได้ถามชื่อเอาจากบัว ยังคงเดินดุ่มๆไม่หันมามองใคร เขาเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอสบายๆ จากนั้นก็ผลุบหายเข้าไป

เป็นครั้งที่สามที่จะเดินผ่านเส้นทางนี้ อันนี้ไม่นับรวมช่วงที่เดินละเมอเข้ามา มาคราวนี้คล้ายกับไม่มีอะไรให้กลัวสำหรับความคุ้นเคย ยามเช้าแบบนี้ แสงแดดที่ส่องผ่านลงมา ทำให้ผนังหินทั้งสองด้านแลดูสว่างมองเห็นเนื้อหินสีน้ำตาลแดงดูแปลกตา เมื่อวกไปวนมาจนใกล้ถึงทางออกอีกด้านหนึ่ง

หญิงสาวมองสูงขึ้นไปข้างหน้า มีต้นไม้ใหญ่บางต้นความสูงมากกว่าสิบเมตร แลเห็นลมพัดยอดไม้ด้านบนไหวๆ ได้กลิ่นของป่า…สัมผัสกับไอเย็นชื้นมากระทบผิวกาย

เธอหวนนึกถึงข้อความของโลกียะอีกครั้ง สิ่งที่กำลังสัมผัสได้ตอนนี้ มันช่างแตกต่างจากสภาพพื้นที่ในช่วงเวลาหลังสุดของการบันทึกบอกไว้

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาว่า ทิวเขาที่ทอดเหยียดยาวเป็นกำแพงจะเป็นปราการที่ปิดกั้นดินแดนที่ต้องคำสาปอันนั้นไว้ ยิ่งคิดก็ยิ่งใคร่รู้และใจร้อนอยากให้เห็นกับตาเร็วๆ

พอเดินพ้นออกไปจากปากทาง ช่างเป็นเหมือนกับสวนหลังบ้านอันร่มรื่น พื้นหญ้าสีเขียวปูเป็นพรม และมีพุ่มไม้สูงท่วมหัวอยู่เป็นหย่อม ๆ

เธอรู้สึกปิติยินดีจนน้ำหล่อเลี้ยงดวงตารื้นขึ้นมา แย้มกับบัวดูตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทั้งสองคนผลัดกันหยิบโน่นหยิบนี่มาอวดและใส่ไว้ในกำมือของเจ้านายเพราะคิดว่าคนในเมืองคงไม่รู้จัก เป็นพวกเห็ดหญ้าสีขาว ดอกกระดุมทอง

งามมยุรารับมาดู ความรู้สึกสนุกได้คลายกังวลไปได้เกือบทั้งหมด บนยอดหญ้าที่ยังคงน้ำค้างแวววาวอยู่นั้น แมลงกับผีเสื้อตัวน้อยหลากสีพากันบินว่อน

แล้วจู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างได้จุกเข้าไปข้างในอก

เด็กน้อยเอ๋ย…เมื่อไม่มีเจ้า ไม่มีดอกไม้ ไม่มีหมู่แมลง ไม่มีเสียงดนตรีแห่งธรรมชาติอีกแล้ว…

ขณะที่ความเศร้าหมองกำลังจะเข้าเกาะกุม นกแซวสวรรค์หางยาวลำตัวสีขาว ส่วนหัวสีเทา ตรงจะงอยปากสีน้ำเงิน ได้บินมาเกาะกับกิ่งไม้ใกล้ๆ เจ้านกตัวอ้วนอุยนั้นในปากยังมีหนอนแมลงอยู่ในปาก แต่ไม่วายจะส่งเสียงออกมาจากลำคอ นกตัวนี้ดูเชื่องไม่กลัวคน งามมยุรายิ้มได้กับอาการเอียงคอซ้ายขวา

สักพักมันจึงบินปร๋อออกไป

ในเวลาที่สามสาวนายกับบ่าววิ่งเล่นกันเพลิดเพลินนั้น ลุงทองสุกได้หยุดนั่งมวนยาเส้นสูบไปพลางอย่างสบายอารมณ์ แกไม่ใช่คนช่างพูด มีแต่แววตาที่แฝงความใจดีกับรอยยิ้มกว้าง

สักพักหนึ่งทั้งหมดจึงได้ออกเดินทางกันต่อ 

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com