Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

11…

พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี

ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่จันทราบอกกับตนเองอย่างมาดมั่นว่าจะต้องขึ้นไปบนจันทราคีรี ความกดดันบางอย่างเกิดขึ้น

ถึงอย่างไรก็จะต้องขึ้นไป… เธอบอกย้ำกับตนเองหลายครั้ง

เป็นความพยายามต่อสู้กับความกลัวและความขยาดจากสิ่งที่เคยทำให้รู้สึกปวดร้าว

ช่วงก่อนอาทิตย์อัศดง จันทราได้เดินไปยืนหลบอยู่หลังเงาของเหลี่ยมหินที่ยื่นออกมา ใกล้กันเป็นปากทางเข้าไปในโถงห้องซึ่งอยู่ก่อนบันไดทางขึ้น เธอไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ว่ากำลังจะขึ้นไป โดยเฉพาะผู้เฝ้าจันทราคีรี

ท้องฟ้าวันนี้ดูมืดครึ้ม มองเห็นดวงจันทร์โผล่พ้นเมฆออกมาได้บางเวลา

พอบรรยากาศเริ่มขมุกขมัวมากขึ้น อากาศเย็นได้แผ่ซ่านออกมาจากป่าทึบ เสียงของแมลงกลางคืนดังแว่วมาจากป่า จากการสดับฟังนิ่ง ๆ บางคราเสียงเหล่านั้นคล้ายกับดังอยู่ใกล้ๆ แต่นั่นไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ความคุ้นเคยทำให้เธอรู้ว่า แผ่นหินที่มาประกอบกันเป็นจันทราคีรี นอกจากจะสามารถสะท้อนแสงจันทร์ได้งดงามแล้ว ยังทำให้เกิดเสียงสะท้อนได้กังวานอีกด้วย

จันทราไม่เคยคิดว่าจะต้องมาดักรอคอยหญิงชรา ให้เดินออกมาจากปากทางอย่างเช่นคืนนี้ ก่อนหน้านางไม่ได้อยู่ในความสนใจของเธอมากนัก รับรู้แต่เพียงว่าบรรพบุรุษของนางเป็นผู้เฝ้าจันทราคีรีมาหลายชั่วอายุคน ด้วยบุคลิกที่แปลกประหลาด ไม่พูดจา ไม่คบค้าสมาคมกับใคร ในบางเวลาจะมีคนเอ่ยถึงบ้าง เป็นทำนองว่า

นางมีชีวิต…แต่ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา

หรือนางจะเป็นหญิงใบ้

ทุกวันนางจะนำเครื่องบูชาขึ้นไปถวายพระแม่เจ้า และดูแลเก็บกวาดห้องคูหาด้านบน

นางเป็นบริวารของพระแม่เจ้า เป็นมาตั้งแต่บรรพบุรุษตั้งแต่เริ่มมีจันทราคีรี

ตัวนางมีวิญญาณของผีร้าย พระแม่เจ้าให้นางเป็นบริวารเพราะต้องการกำราบ

มีบางคนสงสัยมากกว่านั้น นางเฝ้าอะไรในจันทราคีรี…ทั้งวันทั้งคืน ข้างในไม่ได้มีทรัพย์สมบัติ จะมีก็แต่ทางเดินมืดๆ คดเลี้ยว ถ้าเป็นคืนเดือนมืดยิ่งดูน่าสะพรึงกลัว หากไม่จำเป็นแทบจะไม่มีผู้ใดอยากจะเข้าไป คนที่นำเครื่องบูชาเข้ามาจะวางสิ่งของที่โต๊ะในห้องโถง หน้าที่การนำของขึ้นไปถวายต่อพระแม่เจ้า จึงตกแก่หญิงชราผู้นี้เพียงคนเดียว

ตอนนี้นางเดินออกมาแล้ว… ช่วงพลบค่ำเห็นจะเป็นเวลาเดียวที่นางจะออกไปทำธุระข้างนอกสักพักใหญ่ ก่อนจะกลับเข้ามา

จากแสงคบไฟที่อยู่ตรงปากทางเข้า คนผู้หนึ่งเดินออกมาอย่างไม่สำเหนียกว่ามีคนแอบอยู่ใกล้กันนั้น จากเงาที่เห็นไล่หลังไป นางใช้ผ้าสีทึบคลุมศรีษะยาวลงมาถึงลำตัว จากการเดินที่คล่องแคล่ว จันทรารู้สึกฉงนเล็กน้อย ดูจากการเดินแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนที่อยู่ในวัยชรา

พอลับหายไปจากสายตา โอกาสก็มาถึง เธอไม่รอช้า รีบผลุบกายเข้าไปในจันทราคีรีทันที

บนยอดสูงสุดในห้องคูหาขนาดเล็กของจันทราคีรี สายลมเย็นพัดตีวนไปมาระหว่างช่องหน้าต่างที่เจาะแผ่นหิน ด้วยการฉลุเป็นลวดลายพรรณพฤกษา กับส่วนของระเบียงที่มองเห็นเป็นกรอบประตูโค้ง ตรงด้านบนทำเป็นลวดลายคล้ายกัน เพลานี้เป็นอีกครั้งหนึ่งของการมายืนตรงสถานที่ศักดิ์สทธิ์ที่กุมชะตาชีวิตของเธอ…

วันนี้แสงจันทร์ยามส่องเข้ามาภายในห้องคูหาดูกระจ่าง ที่นี่ดูไม่เหมือนที่แห่งใด แม้ยามที่แสงหลบหายไปในก้อนเมฆ แสงนวลนั้นกลับยังอบอวลอยู่อย่างประหลาด รูปปั้นของพระแม่เจ้าแห่งจันทราคีรีค่อยสว่างและกระจ่างขึ้นทีละน้อยต่อหน้าเจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร

ด้วยอากัปกริยานิ่งสนิทเช่นนี้ แทบมองไม่ออกเลยว่า ผู้ใดคือรูปปั้น ผู้ใดคือตัวจริง

จันทราขยับกายเลี่ยงจากการยืนประจันหน้า รู้สึกอัดอั้นภายในใจ

“วันแรกที่ข้าอยู่เบื้องหน้าท่าน ข้าจดจำได้ดี จวบจนวันนี้ท่านก็ยังเป็นเหมือนเช่นวันวาน แม้กาลเวลาจะทำให้ผู้ภักดีต่อท่านและข้าหายไป ไปอยู่ ณ ที่แห่งใด ข้าไม่อาจรับรู้ คงมีแต่ภาพฝันที่คล้ายกับเป็นตัวเขายังคงวนเวียนอยู่” คำพูดแผ่วเบาจากริมฝีปากหยุดไปชั่วครู่

“จะเป็นประโยชน์อันใดที่ท่านจะรับรู้ ในเมื่อท่านไม่ใยดีต่อผู้ใด” น้ำเสียงตัดพ้อนั้นพยายามสะกดกลั้นความสะเทือนใจไว้ภายใน

“ข้าเป็นเพียงชีวิตเล็กๆบนผืนแผ่นดินอันไพศาล เป็นชีวิตที่มีเลือดเนื้อมีสัมผัสมีปวดร้าว เมื่อเช้านี้นกสีน้ำเงินตัวน้อยบินมาเกาะกิ่งไม้ทักทาย เรี่ยวแรงของมันคล้ายกับข้า มีกำลังเพียงให้กิ่งไม้เล็กที่ยึดเกาะเคลื่อนไหว บินมาทักทายแล้วก็บินจากไป ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่แห่งนี้มานานแสนนาน ท่านคงเห็นความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง ข้าอยากรู้เสียจริงว่าท่านรู้สึกอย่างไรที่มีคนมากมายกำลังจะหันหลังให้กับท่าน เพราะศรัทธาที่อ่อนแรง แต่จะโทษพวกเขาก็ไม่ถูกเสียทีเดียว นอกจากข้า จะมีอีกสักกี่คนที่จะมายืนสนทนากับท่านเช่นข้า แสงแห่งจันทรานั้นช่างนุ่มนวลเยือกเย็น ทว่าในยามค่ำคืน จะมีสักกี่คนที่เดินออกมาดื่มด่ำกับแสงจันทร์ที่เปล่งประกายเจิดจ้าปีละไม่กี่ครั้ง พวกเขาส่วนใหญ่ใช้เวลากับแสงอาทิตย์แห่งทิวา ครั้นพอจะได้เห็นแสงจากจันทราที่เฝ้าคอย พวกเขากลับหลับใหลอย่างไม่ได้สติกับความเหนื่อยอ่อน ท่านรู้ใช่ไหมว่าข้าหมายถึงเรื่องอันใด หากว่าท่านเป็นข้าจะทำเช่นไร ฤาคำทำนายจะเป็นจริง เป็นดั่งที่กษัตริย์พ่อและพระมารดาต่างยึดมั่น ทักษิณายันนครกำลังจะถึงกาลอวสาน ความหายนะนั้นมาพร้อมกับการถือกำเนิดของข้า”

จันทราแทบไม่รู้ว่าตนเองพร่ำพรูถ้อยคำที่เก็บไว้ภายในออกมามากมายเท่าใด ที่แห่งนี้มีเพียงตัวเธอกับรูปปั้นเท่าตัวจริง ท่ามกลางเสียงลมพัด นอกจากนั้นคือความเงียบสงัด ไม่มีความรู้สึกละอายต่อผู้ใด ไม่มีการระมัดระวังตัวจากสายตาของผู้อื่น

เธอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้น มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปบนอักขระที่เขียนไว้บนพื้น อักษรเขียนว่า

 

ผู้ใดเหมือนข้า ผู้นั้นจักต้องเป็นทาสรับใช้ด้วยมนตราของข้าตลอดไป

จันทราถอยตนเองออกไปก้าวหนึ่ง บางสิ่งที่ระบายออกมากับคำพูดทำให้ผ่อนคลายลงไปบ้าง น้ำตายังคงเอ่อรื้นอยู่ในดวงตา เธอดึงมีดเล่มเล็กออกมาจากข้างเอว บรรจงกดปลายมีดเขียนถ้อยความถัดลงจากนั้น

แม้นผู้ใดรับฟังแล้วยังนิ่งเฉย ผู้นั้นจงสถิตอยู่ ณ ที่นั้นตลอดกาล…

เศษหินที่ปลายคมมีดกรีดผ่านไปถูกปัดออกด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ส่วนที่เบาเป็นผงได้ปลิวกระจายหายไปกับสายลม

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com