Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

17…

รัชทายาทนักรบ

เมื่อทหารยามมาถึงตัวเจ้าหญิง พอเห็นหน้ากันชัด ทั้งสองคนผงะแทบล้มตึง หน้าตาแต่ละคนราวกับเห็นภูตผีที่ปรากฏในยามราตรี ต่างพากันพูดลิ้นพันกันจนฟังไม่ได้ความ แล้วพากันวิ่งถอยไปตั้งหลัก โดยมีคนหนึ่งยืนคุมเชิงห่างๆ ส่วนอีกคนวิ่งกลับออกไปรายงาน

เจ้าหญิงยังคงเดินทอดน่องมาตามสะพาน เพื่อไปให้ถึงริมฝั่ง ทหารยามผู้นั้นยังมีสีหน้าไม่คลายความประหลาดใจ คอยเดินตามห่างๆ

สักพักหนึ่งทหารม้าเดินเรียงแถวผ่านมา เป็นทหารหนึ่งกองร้อยเพิ่งกลับมาจากการปราบกบฏ ขณะที่ทหารบนหลังม้าบังคับให้ม้าเดินเรียงกันมาอย่างเป็นระเบียบ ผู้บังคับบัญชากองทหารกลุ่มนี้ตรงมาอย่างรวดเร็วและตัดแถวเมื่อมาถึงสะพาน

“จันทรา ! ” เสียงทุ้มของตรีศูลดังมาก่อนที่ตัวเขาจะมาถึง ร่างอันงามสง่าในชุดนักรบเหนี่ยวกายลงมาจากหลังม้าศึก

“จันทราจริงๆ !” เขายังย้ำให้มั่นใจอีกครั้ง ใครจะเชื่อว่าเธอจะมาอยู่ที่นี่ ในเวลาเช่นนี้

“เจ้าชายอย่าตรัสถามเลย ว่าหม่อมฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หม่อมฉันเพียงอยากชมเมืองของพระองค์ หวังว่าคงไม่เป็นการรบกวนเกินไป ถ้าจะต้องพำนักที่นี่สักคืน” เจ้าหญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงทุกคืนพูดมาอย่างเป็นงานเป็นการ ปกติแล้วเจ้าหญิงจะใช้ศัพท์ราชสำนักพูดกับเขาแต่เฉพาะเวลาไม่ใคร่พึงใจกับบางเรื่อง ตรีศูลจึงเลือกที่จะเงียบไม่ถามให้ขัดใจ

“ข้ายินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับเจ้า” ท่าทางของเจ้าชายตรีศูล ผู้จะขึ้นครองบัลลังก์ในเร็ววันกล่าวตอบมาด้วยใจจริง ก่อนนี้เขาเพียรชักชวนเจ้าหญิงให้เสด็จมาหลายครั้ง ทุกครั้งเจ้าหญิงจะไม่ตอบรับ หลบเลี่ยงไปทุกครั้ง “ข้าเป็นห่วงเหลือเกิน ตอนนี้ทักษิณายันนครดูไม่เหมือนเดิม” ตรีศูลเผยออกมาว่าแม้ตัวเขาจะติดพันกับการศึกสงคราม แต่เรื่องใกล้ตัวของเจ้าหญิง เขายังใส่ใจและรู้มาไม่น้อย

จันทรามองเพื่อนสนิทในวัยเยาว์อย่างสำรวจ เธอไม่เคยเห็นเขาสวมชุดเกราะนักรบเต็มยศเช่นนี้มาก่อน ก่อนหน้าที่เคยเห็นเขา มักเป็นเครื่องแต่งกายตามปกติ หรือไม่ก็ชุดซ้อมรบ

คงไม่ใช่อุปทาน… เธอได้กลิ่นคาวเลือดติดตัวเขามา ดาบที่สะพายติดหลังเขาคงเปื้อนไปด้วยเลือดของศัตรู

“วันพรุ่งนี้จะมีคณะทูตจากเมืองต่างๆ มาเข้าเฝ้า นำเครื่องบรรณาการมาถวายต่อกษัตริย์ ข้าอยากให้เจ้าร่วมงานนี้ด้วย เจ้าเคยปฏิเสธที่จะแสดงตนต่อหน้าข้าราชบริพารเคียงข้างตัวข้ามาหลายครั้ง ครั้งนี้จะปฏิเสธอีกไหม” แม้น้ำเสียงของตรีศูลจะทอดอ่อนลงอย่างขอความเห็นใจ แต่สภาพแวดล้อมทุกอย่างในตอนนี้ เขาเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าเจ้าหญิงจะต้องไม่ปฏิเสธเขา

เจ้าหญิงเพียงแต่นิ่งเงียบไม่สวนคำ เท่านี้ตรีศูลก็รู้ว่าเธอไม่ปฏิเสธ แล้วความสงสัยก็เริ่มกลับเข้ามาในใจของตรีศูลอีกครั้ง จันทรามาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาล ดูเป็นเรื่องน่าสงสัยนัก เขาไม่คิดว่าเธอจะมาเพียงลำพังคนเดียว

วันนี้จันทราดูแปลกไปจริง ๆ !

ความที่รัชทายาทหนุ่มแห่งสัตตคีรีนคร รู้จักคุ้นเคยกับเจ้าหญิงมาตั้งแต่วัยเยาว์ แม้เขาจะไม่ใช่คนที่ละเอียดอ่อนมากนัก แต่เพราะความใส่ใจที่มีต่อเธอ ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความหมองเศร้า เขาคิดว่าคงเป็นเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นที่เมืองของเธอ เจ้าหญิงเพิ่งสูญเสียบุพการีไป จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องเศร้าโศกเสียใจ

เจ้าหญิงเปลี่ยนอิริยาบถ หันกลับไปมองด้านหน้าของปรางค์เศียรเทวะ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มขององค์เทวะในซีกด้านนี้พอมองเห็นด้วยแสงจันทร์ที่ส่องลงมา องค์เทวะผู้มองไกลทั้งสี่ทิศ คงไม่เป็นเรื่องลำบากใจถ้าจะรู้สึกว่าองค์เทวะกำลังแสดงความเมตตา แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน พระแม่เจ้าผู้อยู่เบื้องบน ได้ถูกย่ำยีด้วยเรื่องราวจารึกในมหาปราสาทแห่งนี้

บางทีรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยเมตตา ในความหมายที่สัตตคีรีนครต้องการให้เป็น คือความหมายของการยิ้มเยาะ !

“ตรงนี้ลมแรงนัก เข้าไปในวังกันเถิด ข้าจะให้คนเตรียมห้องบรรทมและทุกสิ่งสำหรับวันพรุ่งนี้” ตรีศูลพูดทำลายความเงียบ เจ้าหญิงหันกลับมาทางเขา

ช่วงที่เดินเคียงกันไป เจ้าหญิงจับสังเกตได้ว่าแขนข้างหนึ่งของตรีศูลเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ตรงแขนข้างนั้นมีเลือดไหลซึมออกมา เธอรู้สึกตกใจ

“เจ้าบาดเจ็บหรือ” เธอจับแขนเขาไว้

ตรีศูลหัวเราะแค่นๆ “แค่สะกิดผิวเท่านั้น เป็นห่วงข้าด้วยหรือ”

เจ้าหญิงปล่อยมือที่จับตัวเขาออกอย่างรวดเร็ว เมื่อสบตาคมกล้าของเขา พลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ตรีศูลมองตามหลังเจ้าหญิงไป ความรู้สึกอย่างหนึ่งปักเข้าไปในอกของคนหนุ่มอย่างเขา ความรู้สึกหวงแหนอยากเป็นเจ้าของพุ่งขึ้นมาอย่างท่วมท้น ในเวลานี้ไม่ว่าจะมีเสียงใดมาคัดค้าน เขาแน่ใจว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจได้เสียแล้ว…

เสียงที่คัดค้านนั้นมาจากพวกอนุรักษ์นิยม และพระญาติพระวงศ์ฝ่ายในบางคน โดยมีปราชญ์กลุ่มหนึ่งเห็นดีเห็นงามไปด้วย คนเหล่านั้นบอกว่า จันทราต่างกับหญิงทั่วไป เพราะเธอคือสมบัติของเทพเจ้า จิตวิญญาณของเธออยู่ในเงาของเทพเจ้า นั่นเองที่ทำให้เธอมีเสน่ห์ยากที่ใครจะเปรียบได้ เพราะว่ามันเกิดมาจากพลังลึกลับ…พลังที่ได้มาจากการมีดวงชะตาที่กลืนกินดวงไฟชีวิตของผู้อื่น

คนเหล่านั้นต้องการบอกว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็อาจจะถูกกลืนกินดวงชะตา ถ้ายังเข้าใกล้เธอ

ฮึ ! เขาไม่หวั่นเกรงสักนิด ตรีศูลนึกรำคาญคนเหล่านี้เต็มที ทุกวันนี้การเป็นจอมทัพออกสนามรบแทบทุกวัน ความเป็นความตายนั้นอยู่ใกล้แค่ปลายดาบ ถ้าจะพูดถึงเรื่องกลืนกินชีวิตผู้อื่น ตัวเขาไงเล่าที่บั่นคอศตรูมาเป็นร้อยเป็นพันนับไม่ถ้วน

ดีเสียแต่ว่าพระราชบิดาและพระราชมารดา ทรงเห็นด้วยกับการจัดงานอภิเษกสมรสระหว่างเขากับเจ้าหญิง โดยเฉพาะพระราชมารดาที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกรองทักษิณายันนคร ก่อนหน้านี้พระนางได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อไปสร้างสัมพันธไมตรี พร้อมกับเกริ่นเรื่องนี้อย่างไม่เป็นทางการ ดูท่าทีทางฝ่ายโน้นก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด

หลังจากนั้นการเตรียมต้อนรับเจ้าหญิงให้สมพระเกียรติตามราชประเพณี ได้ถูกจัดเตรียมขึ้นเป็นที่เอิกเหริก ซึ่งต้องการให้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่

จากการที่กษัตริย์ไตรภูมิที่ทรงพระประชวรมาช้านาน เนื่องมาจากการกรำศึก พระองค์จะสละราชบัลลังก์ แต่งตั้งองค์รัชทายาทหนุ่มขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป และตรีศูลก็แสดงความประสงค์ใช้งานนี้เป็นงานอภิเษกสมรสของพระองค์กับเจ้าหญิงในเวลาเดียวกัน

แต่แล้วสถานการณ์กลับเปลี่ยนแปลงไป เมื่อกษัตริย์พ่อและพระมารดาของเจ้าหญิงถูกลอบปลงพระชนม์ด้วยยาพิษ แล้วตัวเจ้าหญิงก็หายออกไปจากพระราชวังศิลา แต่ในเวลาไม่นานนัก ได้มีคนนำเจ้าหญิงที่ทรงประชวรประทับมาบนหลังช้าง ส่งกลับมาที่พระราชวังศิลา

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้แต่ร้อนใจ ทุกสิ่งรู้มาภายหลังที่เจ้าหญิงกลับมาแล้ว ในความร้อนใจของเขานั้นปนเปไปหลายเรื่อง เขายังหาโอกาสที่จะบอกความเรื่องการอภิเษกฯ กับเจ้าหญิงตามการตกลงของทุกฝ่ายด้วยตัวเองไม่ได้ สิ่งนี้เป็นเหมือนกลุ่มเมฆที่ตามเขาไปทุกหนแห่ง ไม่เว้นแต่ในสนามรบ เขาไม่อยากยอมรับว่าในระยะหลัง เจ้าหญิงวางตัวเหินห่างออกไป เวลาที่เขาขึ้นไปพบแต่ละครั้ง เจ้าหญิงไม่ร่าเริงเหมือนนกน้อยดังเดิม สายตาที่มองเขามีความหวาดระแวงอยู่ในที ซ้ำบางเวลายังพูดในสิ่งที่ฟังแล้วน่าตกใจ

เธอเคยถามถึงสิ่งที่อยู่หลังขุนเขาทั้งเจ็ดที่ล้อมดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลของสัตตคีรีนคร เธอกล่าวถึงการจาริกของคนจำนวนหนึ่งที่หันหลังให้กับความรุ่งเรืองในเมืองของเขา คนกลุ่มนี้เลือกไปในเส้นทางมรณะ ลัดเลาะไปตามเทือกเขาที่อยู่อีกด้านหนึ่งของทักษิณายันนคร แล้วยังมหานทีอีกเจ็ดคาบสมุทรที่อยู่แสนไกล ยังมีเรื่องในคัมภีร์อนันตภพที่เขาไม่พบว่าจะอยู่ในตำราเล่มใดของห้องเก็บคัมภีร์

ครั้นเมื่อเขาแสดงความไม่ใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ จันทราก็เจรจากับเขาน้อยลง ระยะหลังมาเธอมักจะกลายเป็นผู้ฟังที่ดี และค้านคำของเขาเป็นบางเวลา

บางทีอาจมีเหตุอื่นที่ทำให้เธอเหินห่างจากเขา ในวันที่จันทราหายตัวไปจากพระราชวังศิลา แล้วมีคนนำตัวเธอมา…คนผู้นั้น !

เขาสืบมาได้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นคือคนในกลุ่มบ้านช่างแกะสลัก แว่วมาว่าจันทราให้ความสนิทสนมกับช่างสลักคนนี้

ราวกับกองเพลิงที่ลุกโหมขึ้นมา เมื่อคิดว่าคนผู้นั้นบังอาจย่ำเหยียบมาถึงที่นี่…พร้อมกับเจ้าหญิง

ชั่วแวบของความคิด เขาไม่ต้องการสูญเสียเธอไป เวลานี้เธอไม่มีใครอีกแล้วที่ทักษิณายันนคร เขาคิดว่าในเวลานี้เจ้าหญิงกำลังเคว้งคว้างอย่างที่สุด จากเดิมอีกไม่กี่วันเขาจะไปรับตัวเธอมา เมื่อเธอมาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีวันที่เขาจะปล่อยให้เธอต้องโดดเดี่ยวและหนีหายไปอย่างคราวที่แล้ว

นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะได้รู้ว่าเจ้าหญิงได้อยู่ในความดูแลของเขา และพำนักอยู่ที่สัตตคีรีนครเป็นการถาวร

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com