Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

มนต์ผีเสื้อ
ตอน ทักษิณายันนคร สาวิตรี : เขียน

21…

พิธีเรียกดวงไฟ

รุ่งเช้าของวันที่เจ้าหญิงจะเข้าพิธีเรียกดวงไฟ โดยนางปาราวีรับปากจะทำพิธีนี้ให้ เจ้าหญิงออกมานั่งที่โขดหินตรงธารน้ำอุ่นด้านหลังจันทราคีรี บริเวณนี้เป็นสถานที่เธอชอบมานั่งอยู่คนเดียวเป็นประจำ ไอของน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลาย และมีความรู้สึกว่าไอน้ำที่ลอยขึ้นทั่วบริเวณเป็นเหมือนภาพฝัน

การดำเนินไปของทักษิณายันนครดูแตกต่างจากสัตตคีรีนครอย่างลิบลับ แม้อันตรายและความตายจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม ทุกสรรพสิ่งและผู้คนยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ จะมีเป็นบางเวลาที่เกิดความตระหนก แต่ก็เหมือนกับกิ่งไม้ที่แกว่งไกวตามแรงลม ข้ารับใช้จากกลุ่มบ้านต่างๆ ยังคงผลัดเปลี่ยนเข้ามาทำงานในพระราชวังศิลาเหมือนเดิม แม่นกที่ทำรังบนกิ่งไม้ใกล้ริมหน้าต่าง ตอนนี้ลูกนกเริ่มโตแล้ว แม่นกยังบินหาอาหาร มาป้อนลูกนกสามตัวอย่างกระตือรือร้น เมื่อคืนฝนยังตกพรำๆ ไอเย็นและกลิ่นของดินยังโชยเข้ามา

วูบหนึ่งเธอรู้สึกเกลียดชังสิ่งที่เข้ามาคุกคามความสงบในจิตใจ อีกวูบหนึ่งคือความหนาวเหน็บในหัวใจ สิ่งที่ค้างคาใจระหว่างเธอกับตรีศูล มิตรที่ผูกพันตั้งแต่วัยเยาว์ดูจะขาดสะบั้น พร้อมกันกับรอยแยกไม่มีวันบรรจบของทักษิณายันนครกับสัตตคีรีนคร

น่าฉงนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วัน ช่วงเวลาอันแสนขมขื่นที่สัตตคีรีนคร เธอรู้สึกว่าสองคืนกับหนึ่งวันที่นั่นยาวนานยิ่งนัก ความเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนเร้นมายาวนาน เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องเผยตัวออกมา ดูเหมือนในเวลาเช่นนี้ สิ่งเดียวที่คิดถึงและก่อความหวังมากที่สุดคือพิธีเรียกดวงไฟ เธอคาดหวังว่าหลังจากทำพิธีนี้ ความเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดขึ้นอีก และจะต้องเป็นไปในทางดี

 

ภายในคูหาถ้ำยามแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงแดดจากภายนอกทำให้ความชื้นเย็นที่บ่มไว้ถูกคลายมนต์สะกด มาบัดนี้ทุกสิ่งเริ่มกลับสู่สภาพเดิมในยามมืดมิดอีกครั้ง แล้วเทียนนับร้อยเล่มก็ถูกจุดสว่างไปทั้งคูหาถ้ำ เจ้าหญิงสวมอาภรณ์สีขาวท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ที่มีคนจัดเตรียมให้ก่อนหน้านี้ ตรงกลางห้องและกั้นกลางระหว่างเจ้าหญิงกับนางปาราวี “ศิลาปิรามิด” แท่งหินรูปทรงปิรามิด สิ่งมีค่าที่สัตตคีรีนครพลิกแผ่นดินค้นหา

“เป็นบุญโดยแท้ที่ของมีค่าเช่นนี้ยังคงอยู่ที่นี่” นางปาราวีในชุดทำพิธีสีขาวดุจเดียวกัน ขณะพูดนางได้นำด้ายสายสิญจน์ พันรอบศิลาปิรามิด ปลายข้างหนึ่งอยู่ในมือของนาง อีกข้างส่งให้เจ้าหญิง

เจ้าหญิงพิจารณาศิลาปิรามิดด้วยความพิศวง

“นอกจากความงดงามดั่งอัญมณีสี่ชนิดมาประกอบเป็นแต่ละด้าน ศิลาปิรามิดอันนี้ ให้คุณอันใดอีก”

“มากเกินหยั่งรู้ ศิลาปิรามิดมีอายุหลายพันปี ประกายของอัญมณีล้วนเก็บเรื่องราวที่ผ่านมาหลายชั่วอายุคน ผ่านมาหลายอาณาจักร จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ทุกสรรพสิ่งจะคงสภาพเดิมภายใต้ประกายแสงของศิลาปิรามิด แต่นั่นละ…ศิลาปิรามิดไม่เคยอยู่ที่แห่งใดอย่างถาวร มนุษย์ผู้รู้คุณค่าต่างอยากครอบครองเป็นของตน”

จันทราเริ่มรู้สึกถึงรัศมีอันอบอุ่นของด้านที่มีประกายแสงสีเขียว ยิ่งมองยิ่งใสกระจ่าง เธอมองเข้าไปพร้อมกับปล่อยจิตใจล่องลอยไป ดวงจิตที่บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งใดกั้นขวาง…

ก่อนที่จะมีบางอย่างเกิดขึ้น นางปาราวีไหวทัน !

นางเบิกตาโพลงอย่างตกใจ ยกชามน้ำนมเทราดไปบนศิลาลึกลับนั้น ความใสกระจ่างนั้นขุ่นมัวลง จันทราสะดุ้งเล็กน้อย สบสายตาตกใจของนาง

“อำนาจลวงมักสร้างมายาให้หลงใหล ถ้าไม่เท่าทันจะไม่สามารถกลับคืนมาได้” นางพูดขณะนั่งหลับตา

“สงบจิตเถิดเจ้าหญิง ข้าจะเริ่มพิธีบัดเดี๋ยวนี้”

จันทรามองเห็นคราบน้ำนมไหลอาบศิลาปิรามิดลงมาเป็นทาง จากนั้นกระทำตามที่นางบอก

นางปาราวีเริ่มเปล่งเสียงไล่เรียงตามบทสวดภาษาโบราณ ตามบันทึกบนแผ่นหนัง ช่วงเริ่มต้นจันทราไม่อาจเข้าใจเนื้อหาในบทสวดแต่ละตอนได้สักนิดเดียว จนกระทั่งเวลาผ่านไป ทั่วทั้งห้องดูเงียบลงกว่าเดิม กลิ่นเครื่องหอมและน้ำนมอบอวลขึ้นมา ประกายแสงเทียนดูวิบวับเคลื่อนไปมา เสียงบทสวดราวกับดังแว่วมาจากทางโน้นบ้างทางนี้บ้าง โถงห้องดูขยายกว้างกว่าเดิม ขยายออกไป…ขยายออกไป อย่างไม่สิ้นสุด แล้วถ้อยคำในบทสวดที่ฟังไม่รู้ความนั้น ค่อยเรียงความหมายออกมา

ถึงต้องจากลาลับในวันนี้

ยังคงมีดวงไฟส่องเฉิดฉาย

อันผู้คนเอ่ยกล่าวคือความตาย

เป็นมุ่งหมายมิคลายทุกผู้คน

จงไปเถิดมุ่งไปทางข้างหน้า

แม้ดาราพร่างพรายดูสับสน

สู่เส้นทางลึกลับเวียนวน

ด้วยมิพ้นหลักถกลโชคชะตา

นั่นคือการข้ามผ่านชาติภพ

เพียรบรรจบครบรอบปริศนา

ทุกสิ่งเปลี่ยนมิเว้นพักตรา

ลักขณามายาเล่ห์กล

เปรียบดั่งเงาซ่อนหลังดวงอาทิตย์

คอยบงการชีวิตทั่วทุกหน

เก็บทุกอย่างภายใต้ดวงกมล

ผลิดอกผลเกลื่อนหล่นกายา

กลับมาเถิดเจ้าดวงไฟที่รัก

สู่วงพักตร์ด้วยแรงปรารถนา

กลับมาสู่อ้อมกอดกัลยา

ดั่งอาภาปกรอบครอบคลุม

จากขุนเขาร่อนสู่นทีกว้าง

ปลดปล่อยร่างเข้าสู่มรสุม

ผละความกลัวอย่าได้เกาะกุม

ความดีคุ้มจักรอดปลอดภัย

อันดวงตาที่สามจงเปิด

ก่อกำเนิดปัญญาสว่างใส

สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปรไป

ด้วยทางไกลแห่งกาลเวลา

เข้ามาเถิดดวงไฟบรรเจิด

หนทางเปิดไขรอบปริศนา

อย่าสับสนด้วยกลมารยา

เจ้านี้หนาเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

ภายใต้สภาวะเคลื่อนไหวไกลออกไปอย่างไม่สิ้นสุด เธอเริ่มมองเห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต อากาศหนาวเหน็บภายในที่แคบ พื้นดินปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว บนยอดภูเขาสูงเป็นเช่นนี้เองหรือ มีใครอีกหลายคนวิ่งสาละวน เสียงเรียกชื่อ ใครคนหนึ่งเขย่าตัวปลุก เธอยังไม่ตื่น…

ร่างกายลอยละล่องไปบนท้องฟ้า เหนือก้อนเมฆ ข้างบนนั้นทุกอย่างดูสงบนิ่ง ปราศจากลม ไร้ชีวิต โลกคล้ายหยุดนิ่ง แล้วค่อยเปลี่ยนไป ร่างกายพริ้วลอยต่ำลงมาสู่ผืนน้ำที่กว้างไกล มองไม่เห็นฝั่ง แสงแดดเจิดจ้า รู้สึกว่าตนเองลอยต่ำลงมาสัมผัสผิวน้ำเย็น ดำดิ่งลงไปใต้ผืนน้ำ โลกใต้ทะเลอันแสนอัศจรรย์ ต้นไม้ในน้ำไหวตามกระแสน้ำ มวลหมู่สัตว์น้ำ ฝูงปลาแหวกว่ายนับหมื่นนับแสนตัว กระแสน้ำยังพัดพาไปไกล…

อีกภาพหนึ่งภายในห้องแคบแสงสลัว มองเห็นไฟสว่างของบ้านเรือนที่สร้างสูงระฟ้า ท้องฟ้าดูมืดดำ ไม่เห็นแสงดาว ไม่เห็นดวงจันทร์ ข้างล่างผู้คนยังเดินขวักไขว่ ทุกคนต่างรีบเร่งและเดินสวนทาง แล้วตัวเธอก็มายืนเคว้งคว้างอยู่กลางถนน

เธอเป็นใครกัน !

พวกเขาพากันเดินไปที่ไหน ราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนในที่นั้น ใกล้กันนั้นยังมีหญิงอีกคนหนึ่ง หญิงคนนั้นเร่งให้เธอกลับไปได้แล้ว

เช้าวันหนึ่งอันแสนประหลาด
นักค้าวัตถุโบราณแปลกหน้า
สำรวจช่องเขาขาด
วางแผนเพื่อรู้ความลับ
จารึกโบราณของโลกียะ
เที่ยวป่า
ทีมสำรวจออกเดินทาง
ชายแปลกหน้าในความเลือนลาง
คัมภีร์อนันตภพเป็นจริง
เจ้าหญิงแห่งทักษิณายันนคร
พระแม่เจ้าบนจันทราคีรี
คีตะมิตรที่แสนดี
ทางลับเข้ามหาปราสาท
ความลับในปราสาท
ทางลอดใต้น้ำ
ความจริงที่น่าสะเทือนใจ
รัชทายาทนักรบ
งานเลี้ยงในท้องพระโรง
ดั่งนกในกรง
โลกียะส่งคนมาช่วย
พิธีเรียกดวงไฟ
ภาพฝัน
กลุ่มคนไม่น่าไว้วางใจ
เมืองโบราณใต้น้ำ
ความโหดร้ายในหุบเขาสัตตคีรี
ลูกน้องจอมทรยศ
ดร.วัลลภอยู่ในอันตราย
แม่เฒ่าผู้เฝ้าจันทราคีรี
ในสายตาของพระแม่เจ้า 
ห้องพิธีกรรม
หลงไปในอดีตกาล
ความตื่นเต้นของเจ้าหญิง
คำสัญญาของตรีศูล 
ล้วงความลับ
ภาพอนาคตอันน่าพิศวง  
เฝ้ามองจันทราคีรี
พิธีกรรมในคืนวันเพ็ญ
ตอนจบ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com