Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

สิตางศุ์

นวนิยายอิงธรรมะ ประพันธ์โดย สัตตบงกช

คำปรารภ

อิตถีปิ หิ เอกจจิยา เสยยา โปส ชนาธิป
ดูก่อนพระองค์ ผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าปวงชน
แม้สตรีบางคนก็เป็นผู้ประเสริฐได้

               ผู้เขียนยกพุทธภาษิตบทนี้ขึ้นมากล่าวนำ ด้วยเหตุที่ว่า “สิตางศุ์” ตัวเอกของนวนิยายอิงธรรมะเรื่องนี้เป็นสตรี ..ซึ่งแม้พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ ใน ธีตุสูตรที่ ๖ ข้อ ๓๗๖, ๓๗๗ ได้แสดงไว้ว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพุทธดำรัสถึงสตรีไว้ มีเนื้อความดังนี้

“ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ ลำดับนั้น ราชบุรุษเข้าไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลถึงที่ประทับ แล้วกราบทูล ณ ที่ใกล้พระกรรณของพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระนางมัลลิกาเทวีทรงประสูติพระธิดาแล้วฯ

เมื่อบุรุษกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ไม่ทรงเบิกบานพระทัย ฯ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลไม่ทรงเบิกบานพระทัย จึงได้ทรงแสดงภาษิตพระคาถาขึ้นในเวลานั้นว่า ดูกรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าปวงชน แท้จริง แม้สตรีบางคนก็เป็นผู้ประเสริฐ พระองค์จงชุบเลี้ยงไว้ สตรีที่มีปัญญา มีศีล ปฏิบัติแม่ผัวพ่อผัวดังเทวดา จงรักสามี ฯ บุรุษที่เกิดจากสตรีนั้น ย่อมเป็นคนแกล้วกล้า เป็นเจ้าแห่งทิศได้ บุตรของภริยาดีเช่นนั้น แม้ราชสมบัติก็ครอบครองได้ ฯ “
               นอกจากนี้ เรื่องราวในพุทธประวัติ ผู้ที่ได้ศึกษาจะพบว่าบทบาทของสตรีมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระนางปชาบดีโคตมี ภิกษุณีองค์แรก ผู้ทรงตำแหน่งเอตทัคคะด้านรัตตัญญู (มีความเป็นเลิศด้านประสบการณ์) พระนางยโสธราพิมพา ภิกษุณีผู้ทรงตำแหน่งเอตทัคคะด้านอภิญญา และพระภิกษุณีอื่นอีกหลายๆ องค์ที่นอกจากจะบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ยังมีความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ท่านเหล่านั้นล้วนมีบทบาทในการช่วยงานเผยแผ่พระพุทธ-ศาสนาทั้งสิ้น
               ปัจจุบันนี้ แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนเกินกึ่งพุทธกาลแล้วก็ตาม ก็ยังพบเห็นว่ามีสตรีอีกหลายๆ ท่าน ที่ยังคงดำรงตนช่วยงานพระพุทธศาสนาอยู่ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าสตรีเพศก็มีความสามารถช่วยงานเผยแผ่ธรรมะได้เท่าเทียมกับบุรุษเพศ และบางครั้งจะพบว่า เรื่องบางเรื่อง ปัญหาบางประการ เมื่อมีสตรีเข้าไปแก้ไขย่อมสำเร็จได้ดีกว่าบุรุษเสียด้วยซ้ำไป
              ผู้เขียนมีความประทับใจในอาจารย์สอนธรรมะของผู้เขียนท่านหนึ่งซึ่งเป็นสตรี และเป็นสตรีผู้มีความพร้อมในทุกอย่าง แม้นท่านจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปในทางธรรมก็ตาม แต่เมื่อต้องมีชีวิตอยู่ในทางโลกย์ ท่านก็สามารถวางชีวิตได้เป็นอย่างดี ..จนลูกศิษย์หลายๆ คนยอมรับว่า เมื่อได้พบกับท่าน ความสับสนวุ่นวายในชีวิตเริ่มลดน้อยลง เพราะ

 

…เมื่อมีปัญหา ท่านจะให้ธรรมะ เพื่อเตือนสติให้พวกเราได้เห็นลู่ทางของการแก้ไข ในยามที่มีจิตใจเร่าร้อน ท่านก็ให้ข้อคิดที่เป็นเสมือนน้ำ ชโลมจิตใจของพวกเราให้เย็นขึ้น ท่านจึงเป็นเสมือนผู้ให้แสงสว่างในยามค่ำคืน (ขณะที่จิตใจมืดมิด แก้ปัญหาไม่ตก) ให้กับพวกเรา
                 หลังจากที่ผู้เขียนได้เรียนพระอภิธรรมกับท่านแล้ว ได้รู้จักความจริงของชีวิตมากขึ้น จึงรับรู้ว่าความเร่าร้อนของกิเลส ของบาปธรรมทั้งหลายนั้น เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะล้วนเป็นโทษเป็นภัยต่อชีวิตที่เรารักอย่างมหันต์ จึงพยายามที่จะหาหนทางเพื่อทำให้กิเลสที่มีนั้นเบาบางลง

…พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า
แสงแดดที่ร้อนจ้ากำลังลดลง ..
ย่อมเป็นภาพที่มีสีสันสวยงามฉันใด
กิเลสของใคร ๆ ก็ตาม
เมื่อลดลงแล้ว
ย่อมเป็นชีวิตที่งดงามได้ฉันนั้น แน่นอนความมืดมิดย่อมปรากฏขึ้นไม่ได้เลย
…ถ้าขณะนั้นมีพระจันทร์เต็มดวงปรากฏขึ้น

สิตางศุ์….เธอคือพระจันทร์ของทุกๆคน

จุดมุ่งหมายสำคัญของนวนิยายเรื่องนี้ คือ การนำธรรมะที่ได้ศึกษามาเผยแผ่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน โดยผู้เขียนได้แนวความคิดนี้มาจากเรื่องราวส่วนหนึ่ง ที่เป็นความจริงของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง และเพื่อให้เกิดความความสนุกสนานเพลิดเพลิน จึงได้สมมุติตัวละครขึ้นมาประกอบบ้าง อีกทั้งต้องการให้มีสาระประโยชน์มากขึ้น จึงได้นำเรื่องราวในสมัยพุทธกาล จากพระสูตรเข้าประกอบเป็นบางตอน ดังนั้นหากจะมีสิ่งใดๆ ผิดพลาดจากการนำเรื่องราวมาประกอบด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แล้ว ผู้เขียนขอน้อมรับผิดนั้นแต่เพียงผู้เดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ได้กล่าวถึงบุคคลสำคัญในพุทธประวัติ แต่ถ้าหากเรื่องนี้จักบังเกิดเป็นประโยชน์ต่อท่านสาธุชนที่ได้อ่านแล้ว ผู้เขียนขออุทิศกุศลที่พึงได้ พึงมีทั้งหมด ถวายแก่ท่านเหล่านั้นด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

ด้วยความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา และความตั้งมั่นที่จะเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ผู้เขียนมีความตั้งใจว่าหากมีธรรมะใดที่จะช่วยเผยแผ่เป็นวิทยาทานได้ ผู้เขียนจะกระทำอย่างสุดความสามารถ กุศลใดๆ ที่บังเกิดขึ้นในครั้งนี้ ขอน้อมถวายแด่บูรพาจารย์ คือ หลวงพ่อเสือ, พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร, พระครูศรีโชติญาณ, อาจารย์วิชิต ธรรมรังษี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจารย์บุษกร เมธางกูร ซึ่งเป็นสตรีที่จุดประกายให้ผู้เขียนได้เรียบเรียงเรื่องนี้ขึ้น ตลอดจนบิดา มารดา และเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายทุกๆ ท่าน ขอจงได้รับผลานิสงส์นี้โดยทั่วกัน

วยุรี สุวรรณอินทร์
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๕

>>> หน้าถัดไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com