Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

มรรคากระบี่ วิถีจอมยุทธ
sword.gif (1287 bytes)
โดย ปุถุชน wi_sdom@hotmail.com

นัยน์ตาราตรี

 (ตอนจบ)

sword.gif (1287 bytes)

มันเงียบงันอยู่กับที่...โกรธเสียใจเสียดายกลับไม่สามารถแยกแยะชัดเจน
เพียงพลั้งปากเพราะหลงใหล...ถึงกับนำเหตุเภทภัยมาสู่ตน
หลวงจีนเฒ่าก็เจ้าเล่ห์...พูดยังมิทันขาดคำก็ชิงลงมืออย่างรวดเร็ว
หลวงจีนคล้ายไม่สนใจความรู้สึกของมัน...ล้วงแขนเสื้อหยิบยื่นตำราเล่มหนึ่งส่งให้
คัมภีร์นัยน์ตาราตรีที่สาปสูญ...หลวงจีนเฒ่าถึงกับมีคำภีร์นี้จริงๆ
มันเมื่อเห็นตำรา...เรื่องราวในโลกหล้าคล้ายไม่อยู่ในความสนใจ
เมื่อครู่มันโศกเศร้าเสียใจ...โกรธจนแทบน้ำตาไหลที่สูญเสียพลังยุทธ์
มาบัดนี้ตื่นเต้นดีใจ...ดั่งทารกได้ของเล่นอันใหม่ที่ถูกใจก็มิปาน
คนเราบ้าห้าพันจำพวก...นี่คงต้องนับเป็นความบ้าชนิดหนึ่งแล้ว
อ่านไปได้สองสามหน้า...หลวงจีนบ้าก็กระชากตำรากลับ
คัมภีร์นี้จะเป็นของเจ้า...หากตั้งใจปฎิบัติตามเงื่อนไขของอาตมา

มันทอดถอนหายใจพริ้มตาลงอย่างอ่อนล้า...
นับว่าไม่เหลือทางเลือกแล้วจริงๆ
ท่องบ่นพุทธพจน์ในหอพระไตรให้แตกฉานขึ้นใจ
...อาตมายังคงวนเวียนอยู่ไม่ไกล
หากมีปัญหาอันใดเจ้าจงเขียนไว้บนพื้นดิน...
อีกห้าราตรีกาลพานพบกันที่เดิม
เสียงลมปราณหลวงจีนกังวาลแว่วมาในสายลม...
ทั้งที่จากไปเสียนานแล้ว
เกิดเป็นลูกผู้ชายชาตรีมีหรือจะผิดสัญญา...
มันได้แต่เดินเข้าหอพระไตรไปในทันที
เดิมมันเป็นหนอนตำราอยู่ก่อนแล้ว...
เมื่อได้อ่านพระธรรมคัมภีร์อย่างตั้งใจ
ธรรมะกลับชำแรกแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ...
ตอนนี้กลับหลงไหลไม่หลับไม่นอน
รสชาติใดชำนะรสแห่งธรรมเป็นไม่มี...
คำกล่าวนี้นับว่าเพิ่งประจักษ์
ผ่านไปแค่เจ็ดราตรี...
มันศึกษาพระธรรมคัมภีร์จนหมดสิ้นหอพระไตร
กลับนึกขึ้นได้...ราตรีที่ห้าหลวงจีนบ้านัดแนะมันเอาไว้
ผลุนผลันออกจากหอพระไตรมิพบใคร...
เห็นแต่อักษรเขียนไว้บนพื้นดิน

“จงลืมให้หมดสิ้นถึงสิ่งที่ศึกษาในหอพระไตร”

หลวงจีนรูปนี้ท่าจะบ้า...เดี๋ยวให้ศึกษาเดี๋ยวให้ลืม
มันคลุ้มคลั่งเตะฝุ่นทรายแตกกระจาย...ใช้ปลายเท้าเขียนลงไปว่า “ทำไม”
มันครุ่นคิดไม่เข้าใจ...จนรุ่งสางขอบฟ้าเรื่อเลือนลางกลับพบอักษรใหม่ในพื้นดิน

“คิดเท่าไรๆ ก็ไม่รู้
ต่อเมื่อหยุดคิดได้จึงรู้
แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละจึงรู้” 
................... (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

ตัวอักษรเหล่านี้กระตุ้นความสนใจของมันอย่างมาก
หลวงจีนยิ่งมายิ่งแปลก...อักษรวาจายิ่งมายิ่งพิศดาร
ไหนๆอย่างไรเสียเราจะทำตามสักครา...ลืมทุกอย่างให้หมดสิ้นหยุดความคิดลงทั้งมวล
สิ่งที่ยากลำบากในชีวิตผู้คนความจริงล้วนมีไม่ใช่น้อย
ตอนนี้นับว่ามันได้เผชิญหน้ากับความยากลำบากชนิดหนึ่งแล้ว
นั่นคือหยุดความคิดตนเอง...ผู้ไม่ลองไม่เข้าใจไฉนถึงหยุดยากลำบากสาหัสสากรรจ์นัก
มันใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด...แต่ก็กระทำได้เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
หลวงจีนคล้ายจับตามองดูมันอยู่...แต่มิรู้ท่านแอบแฝงตัวอยู่ ณ. ที่แห่งใด
เมื่อมันติดขัดอับจนปัญญา...อักษรแก้ปัญหาจะปรากฎบนผืนดินในเวลาที่เหมาะสม

“ปล่อยว่างความคิด สมาธิจิตรวมเป็นหนึ่ง”
“ทุกอย่างเกิดอยู่ที่จิต เพ่งลงไปที่จิต” 
................. (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

กาลเวลากลืนกินตัวมันเองอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอมิได้ขาดวรรคขาดตอน
จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี... ณ.หอพระไตรแห่งนี้มีผู้ไม่สนใจกาลเวลา
ปริศนาธรรมบนผืนดิน...ยิ่งขบคิดยิ่งเพลิดเพลินสนุกสนาน
พอแก้ไขผ่านพ้นไปได้...คล้ายนำความอิ่มเอิบเบิกบานมาสู่มันเป็นที่ยิ่ง
ครั้งหนึ่งขบคิดปัญหาเพลิดเพลินไม่หลับไม่นอน...ซ้ำไม่กินจนป่วยไข้
หลวงจีนเห็นท่าไม่ไหว...เขียนดินตักเตือนมันไปด้วยพุทธพจน์

“ดูกร...โสณะ อันความเพียรที่บุคคลปรารภจัดเกินไป
ย่อมเป็นไป เพื่อความฟุ้งซ่าน
ที่หย่อนยานเกินไป ย่อมเป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
โสณะ...เพราะเหตุนั้นแล เธอจงตั้งความเพียรแต่พอดีเถิด
จงเข้าใจ ความเป็นอินทรีย์ทั้งหลาย ย่อมเป็นธรรมชาติเสมอๆกัน”

เมื่อหายป่วยไข้มันได้สติ...ดำเนินอยู่บนทางสายกลางตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ธรรมในใจก็เจริญก้าวหน้า สมาธิแกร่งกล้าเปี่ยมพลัง ปัญญาลึกล้ำแหลมคม
มีอยู่คราวหนึ่งเมื่อมันออกจากสมาธิใหม่ๆ...ลืมตามองออกไปต้องประหลาดใจยิ่งนัก
เมื่อพบว่าบนศรีษะของผู้คนมีสัตว์ประหลาดตัวใสน่าขยะแขยงเกาะอยู่
มันรีบวิ่งไปที่บ่อน้ำชะโงกก้มลงไปดู...บนศรีษะมันก็มีอยู่ตัวหนึ่งเช่นกัน
หางของตัวประหลาดฝังลึกลงไปในสมอง...คอยบัญชาการกระทำของมนุษย์
สิ่งชั่วช้าลามกบนโลกใบนี้...ล้วนเป็นตัวประหลาดยุแหย่แทบทั้งสิ้น
มันกระทำต่อมนุษย์ยิ่งกว่าข้าทาสบริวาร...อุจจาระราดรดลงบนศรีษะผู้คน
กระทืบเท้าจิกทึ้งให้เดินหน้าหรือถอยหลัง...ดั่งที่ใจมันต้องการ
มันหว่านล้อมให้คนกระทำเรื่องชั่วช้า...พวกมันจะหัวเราะร่าสำราญใจ
แต่ที่แปลกไม่เข้าใจ...ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถเห็นตัวมัน
หรือว่าเรานัยน์ตาฝ้าฟางสมองมึนงง...มันถึงกับขยี้ตาอยู่หลายครา
ภาพที่ปรากฏอยู่เบี้องหน้ายังคงเป็นอยู่อย่างนั้นไม่เปลื่ยนแปลง
เดินกลับมายังหอพระไตรข้อความบนดินเขียนไว้ ....“ญาณทัสสนะ”
หลายเดือนผ่านไป ด้วยคำแนะนำของหลวงจีนมันสามารถฟื้นฟูพลังยุทธ์ได้ในที่สุด
“โคจรพลังสวนทาง เดินลมปราณสวนกลับ
สูงสุดเพื่อสู่สามัญ สามัญแท้จึงหาขอบเขตสิ้นสุดมิได้”
แต่ทั้งนี้มีเงื่อนไข...ห้ามมันใช้วิชาฝีมือที่เที่ยวขโมยมาโดยเด็ดขาด
ด้วยสติปัญญาปฎิภาณของเจ้า...สามารถมีเคล็ดวิชาที่น่าภาคภูมิเป็นของตนเอง
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...ประสปการณ์ความรอบรู้ได้ถูกทุ่มเทอย่างเต็มที่
ประกอบกับหลายเดือนมานี้...จิตใจมันสงบนิ่งจากพลังสมาธิ
มันสามารถคิดค้นเคล็ดวิชาที่ลึกล้ำพิศดารเป็นของตนเองได้สำเร็จ
เดีอนเพ็ญกระจ่างฟ้า...ฉาบแสงเหลืองหล้าทาทาบเขางั่วซัว
ค่ำคืนนี้มันรู้สึกแจ่มใสเป็นพิเศษ...จิตนึกประหวัดถึงหลวงจีน
สองปีมานี้...นับว่ามันได้รับการเมตตากรุณาจากหลวงจีนอย่างมากมาย
แม้ไม่ได้เจอท่าน...แต่อักษรที่ทรงคุณค่ากลับบ่งบอกถึงความโอบเอื้ออย่างชัดเจน
นึกได้ดังนี้จึงเดินออกไปยังลานหน้าหอพระไตร...หมายใจเขียนข้อความหนึ่ง

“ผู้น้อยน้อมขอโอกาสพบพานอาวุโสสักครั้ง”

มิคาดบนลานดินกลับปรากฏข้อความหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว

“เวลานี้...ใจของเจ้านับว่าได้กำซาบรสแรกแห่งธรรมแล้ว
เท่ากับปฎิบัติตามเงื่อนไขของอาตมาอย่างครบถ้วน
คัมภีร์นัยน์ตาราตรีซ่อนอยู่ตรงแผ่นศิลาใต้อาสนะของอาตมา
เจ้าสามารถหยิบฉวยไปครอบครองได้อย่างสมบูรณ์
ที่กระทำมาทั้งหมดนี้ เกรงว่าวันหนึ่งเจ้าไปขโมยคัมภีร์มารเข้า
อาจนำเหตุเภทภัยใหญ่หลวงมาสู่ตัวเจ้าและยุทธภพ
มีวาสนา.....ค่อยพบพาน”

น้ำตาของมันคลอหน่วย...เม้มปากพึมพัมกับตนเอง “อาจารย์”
บุคคลที่มันเคยเรียก “หลวงจีนบ้า” มาบัดนี้ทั้งหัวใจยอมรับนับถือเป็นอาจารย์
มันนั่งลงคุกเข่าโขกศรีษะแสดงความคารวะอย่างสูง
ไปยังทิศทางที่อาสนะของหลวงจีนวางอยู่...ถึงแม้ตอนนี้จะว่างเปล่า
โขกศรีษะถึงคำรบสาม...หน้าผากของมันยังนิ่งอยู่กับพื้นดิน
เนิ่นนานให้หลัง...จึงลุกขึ้นเดินไปอย่างช้าๆ ออกจากวัดร้างแห่งนั้น
มิได้เหลือบแลแยแสสนใจ “คัมภีร์นัยน์ตาราตรี” ที่ฝันไฝ่ในครั้งแรก
บัดนี้นัยน์ตาของมันเห็นธรรม...เสมือนครอบครองเพชรทั้งภูผา
ก้อนกรวดธรรมดา...มีหรือควรค่าแก่การเหลือบมอง
เพราะห้วงสมองของมันตอนนี้...อักษรสุดท้ายของหลวงจีนดังก้องในมโนสำนึก

“กระจ่างแจ้งในตนเอง.......อาจล่วงรู้ทั้งจักรวาล”

sword.gif (1287 bytes)
.......ปุถุชน

จอมยุทธไก่ป่า (1)
จอมยุทธไก่ป่า (2) ตอน หล่อหลอมกับธรรมชาติ
จอมยุทธไก่ป่า (3) ตอน....ความแค้น
ปีศาจโลกไม่ลืม
มนุษย์ผู้โชคดี
สหายแห่งหังโจ
นัยน์ตาราตรี (1)
นัยน์ตาราตรี (ตอนจบ)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com