Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

ปฐมวัยในความคิดคำนึง
โดย : วาสิน ไทยแท้ vasin@dmailman.com

วิดปลา

ศัพท์นี้ไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจหรือเปล่า? ถ้าเป็นคนรุ่นก่อนชวนกันไปวิดปลาละก็ หมายถึงว่าจะต้องเตรียมกระป๋อง เป็นเหล็กสังกะสี หนักกว่าพลาสติกดำในสมัยนี้เป็นสิบเท่า
           ขั้นตอนเลือกหนองน้ำที่คำนวณว่าบรรดาทีมผู้ร่วมงานทำงานไหว เริ่มหากิ่งไม้และใบไม้มาปิดกั้นทางน้ำ โกยดิน ขึ้นมาทำเป็นคันคล้ายหัวคันนา ลงมือวิดเอาน้ำออกจากแอ่งที่เราต้องการให้ปลาตกอยู่ในพัง เช็คดูว่าน้ำมีเส้นทางย้อนกลับ เขามาได้ไหม? ปิดซะให้ดีจะได้ไม่เหนื่อยมาก
           เวลาผ่านไปสัก 1 ชั่วยาม เนื้อตัวเริ่มมอมแมมเริ่มเห็นประกายแห่งความหวัง น้ำแห้งตกคลักเป็นหนองโคลน ปลาเริ่มรู้ตัว ดิ้นรนหาทางหนีตะเกียกตะกายสู่แหล่งน้ำใหม่ไม่รอด มือดีจะเริ่มจับและใส่ข้องเก็บเอาไว้
          ผมไม่จับ เพราะผมแพ้ทั้งปลาหมอ ปลาดุก โดนมันยักเลือดไหล ร้องตะโกนไปไกลสุดคันนา พยายามช่วยทำในสิ่งที่ตัวเอง ทำได้และถนัดดีกว่า นั่นคือไปล้วงลงในย่ามหาเลนซ์แว่นตาของ ป้าที่ไม่ใช้แล้วมา พร้อมหากิ่งไม้แห้งรวมทั้งใบไม้แห้งมาวางบนหัวคันนา จัดมุมโฟกัสให้ดีเล็งแสงจากดวงอาทิตย์ยิงใส่ใบไม้ ไม่เกิน 5 นาทีไฟลุกวาบ ติดทั้งกอง
           ปลาที่จับมาได้หลังจากแบ่งกันแล้ว เอาไว้ไปบ้านใครบ้านมัน ที่ยังพอมีเหลือก็เอามาพอกโคลนไม่ต้องขูดเกล็ดเอาขี้ เอาไส้ออกหรอก พอกโคลนเสร็จก็เอาเข้ากองไฟหมกเหมือนหมกหัวมันเผา ชั่วอึดใจหนึ่งพอเห็นว่าดินกลายเป็นสีแดง ของถ่านไฟแล้วก็นำออกมากระเทาะขูดโคลนออก ปรากฎว่าเกล็ดปลาหลุดตามออกมาด้วยเหลือแต่ความหอมของปลากับกลิ่นไฟ ฉีกเนื้อปลาจิ้มกินด้วยความเหนื่อย พร้อมคุยกันอย่างสนุกสนานถึงความสามารถของตัวเอง พร้อมทั้งวางแผนต่อไปว่าจะไป ที่ไหนต่อในอาทิตย์ต่อไปซึ่งเป็นวันหยุด


            ช่วงชีวิตที่วิ่งเต้นกลางแดดกลางดินกลางโคลน แต่ไม่เคยต้องไปหาหมอสุขภาพดีตลอด เงินทองเหมือนจะไม่รู้จักเพราะ เรารู้แต่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เราอาจไม่มีวัตถุไว้รื่นเริงใจมากมายนัก น้ำดื่มเราดื่มน้ำฝนไม่เคยต้องจ่ายสตางค์ ฝนมันตกทุกปี บ้านเรามีโอ่งใหญ่ๆ เป็นยี่สิบใบ หลังคาบ้านเป็นกระเบื้องว่าว พ่อจะคอยสั่งว่าให้ฝนมันตกหนักๆ สามสี่วัน ได้ล้างหลังคาก่อนแล้วจึงค่อยผลักรางน้ำเข้าสู่ตุ่ม ต้องเรียกว่าโอ่งซิ เพราะโอ่งมันใหญ่กว่าตุ่ม
              เดี๋ยวนี้ เราเดินเข้าห้างสรรพสินค้า เห็นน้ำขวดละประมาณ 1 ลิตร อย่าให้เอ่ยชื่อยี่ห้อเลย เขาขายขวดละ 35 บาท โอ้ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ที่ยังมีคนที่ซึ้อมาดื่ม เดี๋ยวนี้เห็นเด็กนั่งอยู่แต่หน้าตู้เกมส์ในห้องแอร์ สงบเสงี่ยม ทั้งกดทั้งจิ้มทั้งไซร์ โยกตัวไปมาด้วยอาการเอาจริงเอาจัง เนื้อตัวซีดเซียวไม่มีสีเลือด เงินทองไม่ยอมกินขนมเอาไปจ่ายค่าชั่วโมงเกมส์หมด ผมเคยลอง ซื้อเกมส์พร้อมแผ่นให้มาเล่นที่บ้าน ไม่ได้ผลครับเพราะมันไม่ใช่โลกของเขา เขาเล่นได้แป๊บเดียวคล้ายกับว่าเล่นในบ้านใครจะรู้ผลงาน ต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโลก ว่าฉันชนะไอ้ตัวนายใหญ่ได้ สูญเสียพลังไปแยะ แต่ฉันทำได้ พร้อมสะกิดให้เพื่อนดู นี่ถ้าเป็นไปได้คงยืนและให้คนถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
            พูดเรื่องถ่ายรูปนึกถึงเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง เคยคิดจะทำเป็นถังใหญ่ๆ ใส่ในเรือเฟอร์รี่ และเขียนข้างถังว่า “สัตว์ที่ดุร้าย ที่สุดในโลก” แล้วให้คนชะโงกเข้าไปมองในถัง ก็จะเห็นรูปของตัวเองในกระจกที่อยู่ก้นถัง แกคิดได้แต่แกทำไม่ได้เพราะ แกไม่ไช่ เจ้าของเรือเฟอรรื่ ส่วนผมเวลาเห็นใครถ่ายรูปว่าได้พิชิตปลา หรือตกปลาได้แล้วมีความรู้สึกกระอักกระอ่วนว่ามันภูมิใจตรงไหนหว่า กับได้การที่จะบอกผู้อื่นว่าข้านี่แหละคือคนใจร้าย ไปจับไอ้เจ้าตัวนี้ที่มันอยู่ของมันดีๆ ขึ้นมาจากทะเลได้เห็นไหม? มันไม่ปัญญาสู้ข้าเลย

วาสิน ไทยแท้
กรกฎาคม  2548

ปฐมวัยในความคิดคำนึง

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com