Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

เมื่อไรที่ฟ้าแคบลง :

เมื่อไรที่ฟ้าแคบลง

คิดถึง

คำพูดจากผู้ชายเงียบเฉย
ที่มีรอยยิ้มแต่งเติมอยู่บนใบหน้าเสมอ
แม้น้อยครั้งที่จะยินเสียงหัวเราะ
แต่เธอมีแววตาคู่สวยนั้นก็ทำหน้าที่แทนอยู่เกือบตลอดเวลา

ตาของเธอยิ้มได้ ฉันเคยบอกกล่าวเธอเช่นนั้น
เธอยิ้ม ย้อนถามกลับมาว่า
ฉันเห็นอะไรบ้างในดวงตาคู่นั้นของเธอ

ฉันเห็นอะไรมากมายในดวงตาเธอ
เห็นเงาของใครอีกคนอยู่ในนั้น
มันยังคงชัดเจนอย่างที่เคยเป็นมา
ฉันหลบตา
ไม่อยากมองหาอะไรแววตาคู่สวยนั้นอีก
ไม่มีเลยสักครั้งที่ฉันจะเห็นเงาของตัวเองอยู่ในนั้น

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะวางอีกคนไว้ที่ความเป็นเพื่อน
เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกคนวางใครอีกคนไว้ในใจ

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะเลือกนึกถึงอีกคนเมื่อสุขใจ
เผื่อว่าอีกคนจะยิ้ม จะหัวเราะ และรู้สึกอิ่มเอมใจไปด้วยกัน

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะหลีกหนีอีกคนเมื่อทนทุกข์
กลัวว่าอีกคนจะซึมซับเอาความทุกข์นั้นเก็บไว้ด้วย

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะร้องไห้เพียงลำพัง
เพราะความรู้สึกที่อีกคนไม่เคยบอกให้อีกคนได้รับรู้

คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะอยู่ห่าง ๆ อย่างเข้าใจ
เพราะรู้ดีว่าไม่มีวันเข้าใกล้กันได้มากไปกว่านี้

คนหนึ่งเลือกที่จะนิ่งเงียบ และจากไป
โดยที่อีกคนไม่ได้มีโอกาสแม้ร่ำลา

เนิ่นนานของเวลา
เราต่างทำกันและกันหล่นหาย
ไม่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของฉันให้เธอได้เห็น หรือยินเสียง
ไม่มีแววตาคู่สวยคู่นั้นให้ฉันได้มองเห็น

เราต่างดุ่มเดินไปตามทางฝัน

ต่างไม่มีกัน

ไม่มีแม้คำมั่น ไม่มีแม้คำสัญญาใด ๆ

วันนี้เธอมาหาฉัน
พร้อมกับคำพูดสั้น ๆ ว่า “คิดถึง”
ดวงตาคุ้นเคยคู่นั้นยังคงยิ้ม

เธอบอกเล่าถึงการเดินทางที่ยาวไกลของเธอ
บอกกล่าวถึงการสานต่อความฝันที่เธอมี
เธอยิ้ม…..เธออิ่มเอมใจไปกับมัน
ฉันยิ้ม….. ฉันยินดีกับไปเธอ

ฉันบอกเล่าถึง ทุ่งหญ้า-ฟาร์มฝัน ของฉัน
บอกกล่าวถึงภาพฝันในความจริงที่ฉันมี
เธอยิ้มและตอกย้ำกับฉันถึงถ้อยคำที่เคยบอก
คนศรัทธาในความหวัง-ความฝันเช่นฉัน ต้องทำมันได้ในสักวัน

จากวันนั้น…..
ถ้อยคำของเธอนำพามาซึ่งศรัทธาในตัวเองของฉันเสมอ
เธอยังเชื่อในความฝันของฉัน
แล้วเหตุใดเล่าที่ฉันต้องทำลายความศรัทธาในฝันของตัวเอง
ฉันสานสร้างมันจากความว่างเปล่า
จนวันนี้…..
ฉันบอกใครต่อใครได้เต็มปากว่านั่นคือผลิตผลจากต้นความฝันของฉันเอง

ดวงตาคู่เดิมซึมเศร้าไปชั่วขณะ
นิ่งเงียบกับคำถามที่ฉันเอื้อนเอ่ย
ใครที่เคยเคียงข้างเธอเป็นเช่นไรบ้าง
แต่เพียงเสี้ยวของเวลา
ดวงตาสดใสคืนกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม

เขาจากเธอไปแล้ว
ทั้งเธอและเขาต่างปลดปล่อยพันธนาการที่ต่างมัดเกี่ยวกันไว้เนิ่นนานแล้ว

ฉันขอโทษที่เอ่ยถามในสิ่งที่ไม่ควรกล่าวถึง
เธอยังคงยิ้ม
บอกกับฉันว่า เธอมิได้เสียใจกับการลาจากในครั้งนั้น
สักวันฉันอาจจะเข้าใจ
บางทีการใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคน
มันมีตัวแปรมากมายมากกว่าคำว่า “รัก” เพียงคำเดียว
ยากที่จะหาใครสักคนซึ่งเข้าใจกันได้โดยธรรมชาติ
บางทีความรัก ก็ไม่อาจสมานความแตกต่างได้เสมอไป
มันเพียงช่วยให้เราอดทนและมองข้ามความต่างนั้นได้นานขึ้นเท่านั้น

“ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่มิได้ครองชีวิตกัน”

เธอย้ำถามว่าฉันยังจำประโยคนี้ของฉันเองได้ไหม
ฉันยิ้ม และบอกเธอไปว่า
มันเป็นข้อความที่ฉันอ่านเจอจากหนังสือเล่มใดสักเล่ม
ชอบในความหมาย
เพราะนั่นมันคือคำว่า “เรา” ในแบบของฉัน

เธอบอก นั่นคือ “เรา” ในแบบของเธอเช่นกัน

ฉันและเธอ ต่างยิ้ม ไม่มีถ้อยคำใดเอื้อยเอ่ยจากนั้น
คงเพราะความห่างของกาล
ที่ทำให้เราต่างไม่รู้จะบอกเล่าความเป็นไปของเราเช่นไร

สมุดบันทึกสีน้ำเงิน
ถูกหยิบยื่นส่งให้ฉัน
สมุดบันทึกที่ทำขึ้นด้วยมือ
สอดใส่ไว้ด้วยภาพสีน้ำ ภาพของฟ้าครามและความงดงามทะเล
เธอบอก เธอวาดภาพเหล่านั้นเอง
และเธอตั้งใจที่จะทำมันเพื่อฉัน
แทนถ้อยคำว่าคิดถึงกันขณะที่ห่างหาย
แม้ไม่มีกันอยู่ตรงหน้า
แต่ว่า เธอมีฉันอยู่ใกล้ในความห่างไกลนั่นเสมอ

“ขอให้เธอดำรงชีวิตอยู่ได้ ภายใต้ความศรัทธาในตัวเอง”

ข้อความคุ้นตาที่ปรากฏบนหน้าปกของสมุดบันทึก
ข้อความที่ฉันเคยเขียนให้เธอเมื่อเนิ่นนานในค่ำคืนหนึ่ง

ค่ำคืนฝนพรำ
มีเพียง เธอ-ฉัน ติดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ชานเมือง
คนหนึ่งนั่งเล่นกีต้าร์ คนหนึ่งนั่งเขียนหนังสือ
ดุจว่า ณ ที่แห่งนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา
หนึ่งคนเหงา กับหนึ่งคนฝัน
กับความเป็นเรา ที่ไม่เคยมีอยู่จริง

ความมืดของค่ำคืน กับ ฝนโปรยสาย
เสียงเพลงจากคนเหงา
กับหนึ่งความฝันที่เริงร่าอยู่บนหน้ากระดาษ
ฉันเห็นรอยยิ้มในดวงตาคู่สวยของเธอ
เธอเห็นรอยยิ้ม และยินในเสียงหัวเราะของฉัน
คนหนึ่งหยุดเล่นกีต้าร์
ยื้อยุดสมุดบันทึกจากอีกคนมาอ่าน
เรื่องราวของความฝันถูกบอกเล่าอยู่ในนั้น

“ขอให้เธอดำรงชีวิตอยู่ได้ ภายใต้ความศรัทธาในตัวเอง”

ฉันเขียนข้อความนี้ท่ามกลางเรื่องราวของความฝันของเธอ
เธอยิ้ม มิได้ว่ากล่าวใดๆ
สมุดบันทึกแสนรักของเธอเลอะเทอะด้วยถ้อยคำเพ้อฝันของฉัน

“เพียงศรัทธาในใจยังคงอยู่ เราจะรู้ว่าความฝันและโลกข้างหน้านั่นงดงามเพียงใด”

เธอเขียนต่อท้ายข้อความของฉัน
เราต่างแลกเปลี่ยนเพื่อลงชื่อกำกับข้อความของกัน

เธอยิ้ม ฉันยิ้ม กับความสุขเล็กๆ ที่สัมผัสได้

ฝนหยุดตก
สมุดบันทึกถูกปิดลง
หนึ่งคนกับกีต้าร์คู่ใจ เดินทางหายไปกับค่ำคืน
อีกคนหนึ่งแยกจากไปตามเส้นทางที่ต้องไป

เหตุการณ์เกิดขึ้นเนิ่นนาน
แต่กลับแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึกตอนนี้

ความเงียบยังคงอยู่กับเราสองคน
ไม่มีแม้คำพูดใด
มีเพียงรอยยิ้มในดวงตาของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย
รอยยิ้มคุ้นเคย ของผู้ชายตาสวย ที่เคยผูกพันธ์

เวลามิได้หยุดนิ่ง
หนึ่งนาที สองนาที
นับเนื่องต่อไปเรื่อย ๆ
….
….
และแล้วเวลาสุดท้ายก็มาถึง
เธอบอกกล่าวว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องจากไปแล้ว
เพื่อฉันจะได้นอนหลับและพักผ่อน
เธอนิ่งเงียบ มองหน้าฉันชั่วครู่
ดวงตาคู่สวยนั้นยังคงยิ้ม
ไม่มีคำพูดใดจากฉัน
ไม่มีแม้คำเหนี่ยวรั้งใด เพราะรู้ดียังไงแล้วเธอก็ต้องจากไป

หลับตาเถอะ
เธอจะอยู่จนกว่าฉันจะหลับฝัน
เธอบอกเช่นนั้น
เมื่อฉันหลับแล้วเธอจะไปอย่างเงียบๆ
แล้วเธอจะกลับมาในวันพรุ่ง

ฉันยิ้ม ขอบคุณการมาของเธอ
ฉันหลับตาลงด้วยความอ่อนล้าของร่างกาย
สักพักฉันคงหลับไหล
แล้วเธอก็คงจะจากไป เพื่อจะกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น

ฉันจะรอคอย รอคอยการมาของเธอ
รอคอยแม้รู้ว่าวันพรุ่งนี้ของเราไม่เคยมาถึง
จากนี้ไปเธอจะห่างหายไปแสนนาน
นานเท่าไรนั้น ฉันไม่มีวันรู้ได้เลย

ลาก่อน … คนดีในความฝันของฉัน

ผู้ชายตาสวยที่เคยผูกพันธ์
เมื่อไรที่ฟ้าแคบลง เราคงได้พบกันอีกครั้งใช่ไหม


โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 11 : 15 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com