Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

ที่สุด :

ที่สุด

ฉันยังจับจ้องอยู่กับชุดแต่งงานสีขาว เรียบง่าย
แต่ดูดีที่สุดแล้วในสายตา
เนิ่นนาน กับการ นิ่งมอง

... ชุดแต่งงานของฉัน …

ภาพเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนเข้ามาอยู่ในความคิด
มันยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่
เวลาหกปีของฉันหายวับไปในเวลาไม่กี่นาที
ทุกอย่างจบลงเพียงแค่นั้น
ไม่มีเหตุผลหรือคำอธิบายใดที่ฉันจะยกขึ้นมาต่อว่า
คำขอโทษ บางทีก็ไม่ได้มีไว้ให้ใครทำผิดได้ซ้ำ ๆ
ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลอยู่ในตัวมันเอง

เหตุผลมากมาย สุดท้ายก็ เลิกลา
คำร่ำลาร้อยพัน สุดท้ายก็ จากกันอยู่ดี

ฉันส่งชุดนั้นคืนให้กับพนักงาน
ชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วเดินออกจากร้าน
ฉันทิ้งชุดแต่งงานของตัวเองไว้ที่นั่น
ฉันไม่เห็นความสำคัญใด ๆ ที่ต้องหอบหิ้วมันกลับมา
งานแต่งงานที่เคยคาดว่ามันจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
มันจะไม่มีทางได้เกิดขึ้นแล้ว … ทุกอย่างมันได้จบลงแล้ว…

กระถางต้นไม้ใบย่อมถูกแปรเปลี่ยนเป็นเตาเผาขยะ
การ์ดแต่งงานถูกวางลงบนเปลวไฟ ทีละใบ ทีละใบ
ให้มอดไหม้อยู่ในนั้น
เรื่องราวมากมายวนซ้ำอยู่ในความคิด
ระยะเวลากว่าหกปี กับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือแม้แต่กระทั่งน้ำตาที่รินไหลอยู่ตอนนี้

น้ำตาของคนที่สูญเสียคนรักและเคยคิดจะใช้ชีวิตร่วมกัน
ภาพฝันสลายลงเพียงข้ามคืน

ฉันปล่อยน้ำตาให้รินไหลอยู่เช่นนั้น
ไม่คิดจะเก็บกั้นมันไว้เพื่อสิ่งใด
คิดเพียงว่า บางทีความเจ็บร้าวในความรู้สึก
จะสลายรวมมาพร้อมกับน้ำตานั่นบ้าง

ใครคนหนึ่งนั่งลงข้างฉัน
มือข้างหนึ่งขยี้หัวฉันเบา ๆ แล้วโอบไหล่ไว้หลวม ๆ

“หยุดร้องไห้เถอะ
ไหนลองบอกพ่อซิว่าตั้งแต่โตมานี่เคยเสียใจมากที่สุดกับเรื่องอะไร”


คำถามบางเบาที่ถูกเอ่ยขึ้น พร้อมๆ
การกลายเป็นฝุ่นเถ้าของการ์ดแต่งงานตรงหน้า

“หนูเสียเขาไปครั้งนี้แหละคะพ่อ
หนูไม่เคยเสียใจเรื่องไหนเท่าครั้งนี้ ”

ฉันตอบด้วยความรู้สึกที่ไม่ผ่านการนึกคิดใด ๆ
มันคือความรู้สึกจริง ๆ ที่ตัวเองสัมผัสได้

“หนูรักเขามากใช่ไหม” คำถามสั้น ๆ ที่เข้ามาตอกย้ำความรู้สึกในใจ


“ค่ะพ่อ หนูรักเขา
รักอย่างไม่คิดว่าชีวิตข้างหน้าจะรักใครได้มากเท่านี้ไหม”

ฉันตอบคำถามของพ่ออีกครั้ง
น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งไปเริ่มที่จะรินไหลออกมาอีกครั้ง

พ่อกระชับวงแขนที่โอบฉันไว้แน่นขึ้น …
แล้วใช้มือนั่นลูบหัวฉันเบา ๆ

“จำวันที่หนูเสียแม่ไปได้ไหมลูก วันนั้นลูกเสียใจไหม”
พ่อเอ่ยถามอีกครั้ง
ฉันพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับ
แต่ความเสียใจในครั้งนั้นมันลบเลือนเพราะเวลาที่เนิ่นนานมาเกือบ
20 ปี
ฉันยังเด็กเกินว่าจะจดจำทุกรายละเอียดของความรู้สึกนั้นไว้ได้

“หนูจำวันที่หนูบอกพ่อว่าหนูจะไม่เรียนในคณะวิศวะที่เอนซ์ติด
แต่จะไปเรียนศิลปะเรียนดนตรี ได้ไหม”

ครั้งนี้ พ่อเอ่ยด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบ
ฉันยังคงพยักหน้ารับคำพ่อ

“วันนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง บอกพ่อสิ”
พ่อย้อนถามถึงเหตุการณ์เมื่อเกือบสิบปีก่อน

“พ่อเอาสี พู่กัน อุปกรณ์วาดรูป รวมถึงกีต้าร์ของหนู
เผาต่อหน้าต่อตา”

ฉันตอบพ่อไปเช่นนั้น และยังจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี

“พ่อถามหนูอีกที ว่าครั้งนั้นหนูเสียใจมากไหม”

ฉันพยักหน้ารับ แม้ฉันจะจดจำเหตุการณ์ในวันได้ได้ดี
แต่ความรู้สึกเสียใจในครั้งนั้น ก็เลอะเลือนเต็มที
อาจด้วยวัยที่โตขึ้นฉันจึงเริ่มที่จะเข้าใจในความหวังดีของคนที่นั่งอยู่ข้างกันตอนนี้



“ฟังพ่อนะ เวลาของคนเรามันไม่เคยจะหยุดนิ่ง
ทุกอย่างผ่านมาแล้ววันหนึ่งก็ต้องผ่านไป
วันนี้หนูบอกพ่อว่าหนูเสียใจ
วันข้างหน้านั่นหนูก็จะแค่จำได้ว่าหนูเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้
แต่นั่นหนูจะไม่ได้รู้สึกเสียใจกับมันอีกแล้ว

ที่หนูบอกว่า รักที่สุด เสียใจที่สุด กับวันนี้ มันก็แค่วันนี้
พรุ่งนี้หนูอาจจะเจอะเจอกับที่สุดของที่สุด
เราคาดเดาอนาคตได้ที่ไหนกันลูก ยอมรับกับการตัดสินใจในวันนี้
เวลาจะช่วยให้หนูรู้สึกดีขึ้นเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา
พ่อไม่เคยสอนให้หนูอ่อนแอใช่ไหม เข้มแข็งไว้ลูกเอ้ย

ชีวิตคนมันยังไม่หยุดนิ่ง มันก็ต้องก้าวต่อไป
ใครบางคนหายไปจากชีวิต แต่ชีวิตเราก็ยังต้องเป็นไปนะลูกนะจำไว้”

ไฟในกระถางตรงหน้ามอดดับไปหมดแล้ว
มันมอดดับไปพร้อมกับม่านน้ำในตาที่ค่อยสร่างซาความพร่ามัว

เวลาผ่านไป

รอยยิ้มจากหัวใจเริ่มปรากฏ ฉันกลับมาเป็นคนเดิม
ที่แม้จะรักใครได้ยากขึ้น แต่ฉันก็ยังรักเป็น
ฉันยังเป็นคนเข้มแข็งในสายตาใครต่อใคร
ยิ้มได้อย่างที่เคยยิ้ม หัวเราะได้อย่างที่เคยหัวเราะ
คงจะจริงดังคำพ่อว่า

“ทุกอย่างผ่านมาแล้วสักวันก็จะผ่านไป”

ยิ้มรับกับความเป็นไปตรงหน้า ว่านั่นคือความจริง
ความจริงที่ได้เกิดขึ้นแล้ว


พ่อคะ
วันนี้หนูรู้แล้วว่าเรื่องที่ทำให้หนูรู้สึกเสียใจและสูญเสียที่สุดในชีวิต


ไม่ใช่ วันที่แม่ตายจากไป
ไม่ใช่ วันที่ทะเลาะกับพ่อ แล้วต้องสูญเสีย สี พู่กัน และ
กีต้าร์ ตัวนั้นไป
และ ไม่ใช่ วันที่หนูตัดสินใจล้มเลิกงานแต่งงาน และ
บอกลาเขาคนนั้นมา

แต่เป็นวันนี้ วันที่ที่สิ้นลมหายใจสุดท้ายของพ่อต่างหาก



- คิดถึงเหลือเกิน จากหัวใจ -

โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 11 : 7 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com