Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

ผู้ชายคนนั้น...ฉันรักที่สุดในโลก :

ผู้ชายคนนั้น...ฉันรักที่สุดในโลก

" ถ้าไม่นับเด็กผู้ชาย วัยกระเตาะ .. คุณเคย
เห็นผู้ชายร้องไห้สักกี่ครั้งในชีวิต..? " คงเห็นกันได้ไม่
บ่อยครั้งนัก… สังคมเป็นตัวบ่งชี้ให้ผู้ชายถูกเลี้ยงดูให้
โตมาพร้อมกับความเข้มแข็งไม่ว่าจะมาจากภายใน
หรือแค่ภายนอกก็ตาม “ ลูกผู้ชาย เค้าไม่ร้องไห้กัน
“ เรามักจะได้ยินมันเสมอ ๆ ทั้งที่ผู้ชายเองก็รู้สึกได้
เท่า ๆ กับผู้หญิง .. แต่เวลาผู้หญิงร้องไห้ กับ ผู้ชาย
ร้องไห้ มันให้ความรู้สึกที่แย่ต่างกัน ...แต่ถ้ามีคนถาม
ว่า ผู้ชายที่ร้องไห้เนี่ยมันดูอ่อนแอ มากไหม…. คงตอบ
พร้อมด้วยรอยยิ้มว่า … “ผู้ชายที่ร้องไห้ และ ยอมรับ
ตัวเองว่าร้องไห้ เป็นผู้ชายที่น่านับถือ ที่สุด เพราะ
อย่างน้อย คุณก็ไม่ได้หลอกลวงความรู้สึกของตัวเอง”
แล้วสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายเนี่ย มันมีเหตุผลจากอะไร
บ้าง ???????
วันนี้ ฉันทำให้ผู้ชายคนนึงยืนร้องไห้
อยู่ตรงหน้า ทั้งที่ชีวิตทั้งชิวิตไม่เคยเลยสักครั้งที่
จะได้เห็นน้ำตาจากผู้ชายคนนี้ ..


ไม่ว่าชีวิตที่ผ่านมาจะสาหัสสากรรณ์ขนาดไหน “ฮีโร่ในดวงใจ” ผู้ชายที่มีความ
อดทน และ เข้มแข็งที่สุด ในสายตาฉัน…ผู้ชายที่สอนให้ฉันอดทน เข้มแข็งและไม่ยอม
แพ้ก็อะไรง่าย ๆ สอนให้ฉันรู้จักดูแลตัวเอง และเอาชนะสายตาดูถูกของใครต่อใคร
ผู้ชายที่ไม่เคยมีแววตาอ่อนโยน หรือ คำปลอบประโลมใด ๆ ในยามที่ฉันรู้สึกท้อ
แท้จนไม่อยากจะทำอะไร แต่ผู้ชายคนนี้มักมีคำพูดที่ทำให้ฉันได้คิดและลุกขึ้นมาสู้ด้วย
ตัวของตัวเองเสมอ…
ผู้ชายกระด้างไร้หัวจิตหัวใจ ในสายตาฉันเมื่อวันก่อน วันนี้ฉันทำให้เค้ายืนร้องไห้
อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อายใคร …ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงรู้สึกแปลกใจกับภาพที่เห็น ..แต่วัน
นี้ฉันกลับรู้สึกเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้ผู้ชายคนนี้ต้องร้องไห้ ฉันร้องไห้ไปกับผู้ชายตรง
หน้า ผู้ชายที่ก่อนหน้านี้ฉันคิดเสมอว่า เค้าไม่เคยรัก ไม่เคยห่วงฉันสักนิด แต่วันนี้เค้า
ร้องไห้ ร้องไห้เพื่อฉัน
หลายต่อหลายครั้งที่ฉันร้องไห้เพียงลำพังกับคำพูดกับการกระทำที่เค้าแสดงออกให้
เห็น …เค้าไม่เคยใส่ใจในความเป็นไป หรือ ความรู้สึกของฉันสักครั้ง และด้วยเหตุผล
นี้หละมั้งที่ทำให้ฉันเองรู้สึกห่างไกลจากเค้า ทั้งที่เรายังอยู่บ้านเดียวกัน แต่ต่างคนก็
ต่างอยู่ ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง .. เค้าทำงาน ฉันก็เรียน .. และพยายาม
อย่างที่สุดที่จะทำงานไปด้วยเพื่อช่วยเหลือตัวเองและจะได้รบกวนผู้ชายคนนี้ให้น้อย
ที่สุด ….
อีก 20 นาทีข้างหน้าฉันต้องเข้าห้องผ่าตัด เพื่อผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ซึ่งการผ่าตัด
ครั้งนี้แพทย์รับประกันไม่ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้างภายหลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น
ลง .. ฉันอาจจะหาย หรือ ฉันอาจจะพิการ เป็นอัมพฤก อัมพาต ตาข้างซ้ายที่มองไม่เห็น
เมื่อไม่กี่วันมานี้อาจจะปิดสนิทตลอดไป หรือฉันอาจต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิททราถ้าการ
ผ่าตัดครั้งนี้ล้มเหลว….
ผู้ชายคนเดิม ยืนอยู่ตรงหน้า ถามฉันทั้งน้ำตาว่า
“ทำไมลูก ทำไมไม่ยอมบอกพ่อก่อนหน้านี้ ทำไมไม่บอกพ่อสักคำ ”
ถ้าเป็นเมื่อ 6 ปีก่อนฉันคงตอบด้วยความรู้สึกอยากจะเอาชนะว่า “ไม่คิดว่ามันจะสำ
คัญอะไรกับใคร” แต่วันนี้ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันโตขึ้น ฉันได้คิด ฉันได้พิจารณา
ถึงเหตุและผลของการกระทำของพ่อ
เมื่อ 6 ปีก่อน ฉันแอบเห็นพ่อคุยกับรูปภาพของแม่ในห้องพระ ในคืนวันที่ฉันรับ
พระราชทานปริญญาบัตร พ่อบอกกับแม่ว่า … “วันนี้เป็นวันที่พ่อเป็นสุขที่สุด ลูกเรามี
งานดีๆทำเรียนจบและรับปริญญาอย่างที่พ่อหวัง พ่อหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งกับสิ่งที่
ผ่านมา“ พ่อนั่งนิ่งๆอยู่ตรงนันเนิ่นนาน ก่อนที่จะสวดมนต์ไหว้พระอย่างเคย
ฉันแอบเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ของพ่อในเช้าอีกวันที่ฉันเอาใบปริญญาบัตรที่พ่วงด้วย
เกียรตินิยมของฉันไปให้พ่อแทนของขวัญวันเกิดของพ่อ พ่อให้สร้อยและร๊อกเกตที่ทำ
จากทองคำขาวให้ฉันเส้นนึง .. ข้างในเป็นรูปของพ่อกับแม่ ฉันไม่เคยถอดมันออก
จากคอฉันเลยนับจากวันที่พ่อสวมมันให้กับมือของพ่อเอง … วันนั้นเป็นวันที่ฉันได้พูด
คุยกับพ่อได้นานที่สุด พ่อให้ข้อคิดดี ๆ มากมายกับฉัน และ ที่สำคัญพ่อทำให้ฉันรู้สึก
ว่าพ่อเองก็รู้สึกว่าฉันเป็นลูกพ่อเหมือนกัน ….
หลังจากวันนั้นฉันพยายามที่จะรู้จักพ่อให้มากขึ้น พยายามเข้าใจการกระ
ทำและเหตุผลถึงบางครั้งจะเป็นเหตุผลที่ฉันคิดขึ้นเพื่อปลอบใจตัวเอง ฉันพยายาม
อย่างที่สุดที่แบ่งเบาภาระที่เขาแบกมาทั้งชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่ลูกอย่างฉันจะ
ทำได้ ฉันยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาฉันทำงานอย่างหนัก ฉันเหนื่อย เหนื่อยมาก
เพื่อแลกกับความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้นของคนในบ้าน …แต่ฉันเองก็ภูมิใจเสมอกับ
สิ่งที่ตัวเองทำให้พ่อ ภาพของการต่อสู้ชีวิตของพ่อมักจะทำให้ฉันมีกำลังใจเสมอๆ
เวลาที่ตัวเองกำลังจะล้ม หรือ กำลังร้องไห้
แต่แล้ววันนึงฉันก็พบว่า ก้อนเนื้องอกในสมองของฉัน มันเริ่มทำให้ฉันดำเนิน
ชีวิตแบบปกติไม่ได้เสียแล้ว..ฉันต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนที่สุดตามคำแนะนำ
ของแพทย์….
ฉันตัดสินใจบอกพ่อในคืนวันก่อนผ่าตัดหลังจากเก็บเรื่องนี้เป็นความลับมาเป็นปี
พ่อตามมาที่โรงพยาบาล แล้วเข้าไปคุยกับหมออยู่ประมาณ 15 นาทีแล้วกลับเข้าด
ูฉันในห้องพัก .. พ่อเงียบ เงียบมาก เงียบเสียจนฉันเดาไม่ออกว่าผู้ชายตรงหน้ากำลัง
คิดอะไรอยู่ พ่อเอาแต่นั่งนิ่ง ๆ อยู่ข้าง ๆ เตียงฉัน นั่งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเช้า…
พ่อมองดูนาฬิกาครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วที่สุดก็ลุกมายืนข้าง ๆ เตียงฉัน มองหน้า
ฉัน พูดพร้อม ๆ กับน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสาย
“ทำไมลูก ทำไมไม่ยอมบอกพ่อก่อนหน้านี้ ทำไมไม่บอกพ่อสักคำ ”
ฉันขอโทษผู้ชายตรงหน้าทั้งน้ำตา และอธิบายถึงสิ่งที่ฉันคิดให้เค้าฟัง ฉัน
คิดไปสารพัดตั้งแต่วันแรกที่ฉันทราบจากหมอว่าฉันเป็นโรคนี้ ระหว่างการที่ฉันพูด
กับการที่ฉันเงียบอย่างไหนที่จะทำให้พ่อเจ็บปวดน้อยที่สุด แล้วฉันก็เลือกที่จะเงียบ
และเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงคนเดียว ฉันกลัวจะทำให้พ่อเป็นห่วง เป็นกังวล ไปกับเรื่อง
ราวของตัวเอง และไม่อยากให้พ่อมาเป็นทุกข์ ไม่สบายใจ หรือ ลำบากเพื่อฉันอีก
แล้ว หลังจากที่รู้ฉันก็พยายามแล้วที่จะหาทางรักษามัน แต่พระเจ้าไม่เข้าข้างฉัน
ฉันจึงต้องทำให้พ่อเป็นทุกข์อยู่อย่างนี้ … ฉันจำได้ในสิ่งที่พ่อบอกพ่อสอน พ่อสอน
ให้ฉันเข็มแข็ง สอนให้ฉันสู้ สอนให้ฉันไม่ยอมแพ้ และวันนี้ เวลานี้ฉันก็กำลังต่อ
สู้กับโรคบ้า ๆ นี่ด้วยความหวังว่าฉันจะต้องหาย เพื่อกลับมาดูแลพ่อ เพื่อให้พ่อได้
อยู่อย่างสบายกว่าทุกวันนี้ พ่อเหนื่อยมาพอแล้ว เหนื่อยมาทั้งชีวิตก็ว่าได้ ฉันอยาก
เห็นพ่อเป็นสุขและสบายกว่านี้ ฉันจึงทำทุกอย่าง อดทน และเข้มแข็ง และนี่ก็คงจะ
เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่จะพิสูจน์ความตั้งใจจริงของฉัน…..
พ่อกอดฉัน พร้อมพูดทั้งน้ำตาว่า ..” พ่อขอโทษ ที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับรู้สึก
หรือความเป็นไป ของลูกเลย พ่อคิดเสมอว่าลูกเป็นคนเก่ง ลูกเข้มแข็ง และลูก
ก็เอาตัวรอดได้ในสังคมทุกวันนี้ ขณะที่น้องของลูกไม่เหมือนลูก น้องยังเป็นเด็ก
ไม่รู้จักโต พ่อถึงห่วงน้อง ดูแลน้อง จนบางครั้งก็ดูเหมือนพ่อเป็นห่วงลูกน้อยกว่า
ที่ควรจะเป็น แต่พ่อก็รักลูกนะ พ่อรู้ว่าลูกทำทุกอย่างเพื่อน้องเพื่อพ่อ หลายต่อ
หลายครั้งที่พ่อทำให้ลูกร้องไห้ แต่พ่ออยากให้ลูกรู้ว่าพ่อต้องการให้ลูกเข้มแข็ง
เป็นที่พึ่งของน้องเพราะพ่อไม่รู้ว่า พ่อเองจะอยู่กับลูกไปได้นานแค่ไหน แต่จำ
ไว้นะลูก ว่า พ่อรักลูก ไม่ได้น้อยไปกว่าน้องเลย “
“ขอบคุณค่ะพ่อ หนูก็รักพ่อ รักที่สุด”
เรากอดกันทั้งน้ำตา ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุด ฉันจำได้ว่าพ่อไม่เคยกอดฉันเลย
นับจากวันที่แม่จากไปเมื่อ 18 ปีก่อน ไม่ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไร
ขึ้นกับฉัน ฉันรู้แต่ว่าวินาทีนี้ฉันต้องสู้ ต้องเข้มแข็ง ฉันจะเป็นอะไรไปไม่ได้
ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อผู้ชายที่ร้องไห้อยู่ตรงหน้า “ผู้ชายที่ฉันรักที่สุด”




โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 10 : 45 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com