Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

ไดอารี่สีน้ำเงิน :

ไดอารี่สีน้ำเงิน

เมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันได้รับพัสดุไปรษณีย์ที่ส่ง
มาจากเพื่อนคนนึง เพื่อนซึ่งฉันทำเค้าหล่นหายไปกับ
กาลเวลานานพอดู เกือบปีที่ไม่ได้เจอะเจอกันเลย
ครั้งสุดท้ายฉันรู้จากเพื่อนอีกคนเพียงว่า เค้าป่วยแล้วลา
ออกจากงาน แล้วพาตัวเองหนีความวุ่นวายของสังคม
เมืองกลับไปช่วยกิจการของของที่บ้านที่เกาะเล็กๆ
แห่งหนึ่งในจังหวัด ตราด...
ฉันแกะกล่องพัสดุฯ แล้วฉันก็ได้พบ
“Diary สีน้ำเงิน” เล่มหนา ที่ดูเหมือนผ่านการใช้งาน
มาอย่างหนัก พร้อมกับข้อความที่เขียนด้ายปากกาเส้น
เล็ก ๆ ว่า
สำหรับความรู้สึกที่ดี ของความเป็นเพื่อน”
พร้อมกับลายเซ็นของตัวเอง ....นี่มัน Diary ของฉัน
ที่เคยเขียนไปได้เพียงครึ่งหน้าและได้ให้กับเพื่อนคน
นี้ในวันหนึ่งที่ฉันได้รับรู้เรื่องราวไม่สบายใจของเขา
และพบว่าที่เขาเล่าให้ฉันฟังมันไม่ใช่ความทุกข์ที่เค้า
อยากจะระบายออกมาทั้งหมด...


ฉันเลยแนะนำให้เขาเขียนในสิ่งที่เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ และให้บรรยายมันลงใน Diary
ของฉันเล่มนี้ แล้วบอกเขาด้วยว่า ถ้าวันนึงที่เขาไว้ใจเพื่อนอย่างฉันเขาคงเล่าความทุกข์ของ
เขาทั้งหมดให้ฉันได้รับรู้
ฉันพลิกดู Diary สีน้ำเงินเล่มนี้อย่างคร่าวๆจากหน้าแรกจนหน้าสุดท้ายไม่หน้าเชื่อ
เพื่อน ของฉันคนนี้เขียนมันจนหมดทุกหน้า ... ไม่บ่อยครั้งนักที่ฉันจะได้เห็นผู้
ชายมานั่งเขียนอะไรมากมายอย่างนี้ ..และในหน้าสุดท้าย ฉันก็พบรูปของตัวเอง ที่ถูกแปร
เปลี่ยนมาเป็นที่คั่นหนังสือ กับข้อความหลังภาพที่ว่า
“ หากเธอมองฉันผ่านมิตรภาพของความเป็นเพื่อน ฉันก็คงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน”
ฉันพลิกกลับมาที่หน้าแรก ตั้งต้นอ่านมันอย่างตั้งใจ จากหนึ่ง เป็นสอง สาม และสี่
..ตามลำดับเรื่อยมา ... ฉันได้พบชื่อของตัวเองบ่อยครั้งใน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้ เหมือน
กับเป็นการเล่าสู่กันฟังของเพื่อนกับเพื่อน เรื่องราวที่ฉันได้รับรู้จาก Diary หลายต่อหลาย
ครั้งทำเอาฉันนั่งน้ำตาซึม ... ไม่น่าเชื่อนะ ผู้ชายแข็ง ๆ กระด้าง ๆ ที่มักจะทำอะไรให้
คนอื่นได้ยิ้มหัวเราะอยู่ตลอดเวลา จะเก็บเอาอะไรมาคิดได้มากมายอย่างนี้....
ฉันอ่านมันหน้าแล้วหน้าเล่า... แล้วฉันก็พบว่าเพื่อนที่ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักเขามาก
พอดู มาวันนี้ฉันกลับรู้สึกว่าฉันไม่ได้รู้จักในตัวตนของเขาสักเท่าไหร่เลย ฉันสัมผัสเค้า
ได้แค่เพียงเปลือกนอกที่เค้าแสดงออกมาให้คนอื่นได้รับรู้เพียงแค่นั้น... มีบางแง่มุมที่ไม่
เคยได้รู้ ฉันก็ได้รู้ บางเรื่องที่ฉันลืมไปอย่างไม่ได้ใส่ใจก็กลับมาอยู่ในความทรงจำอีกครั้ง
ฉันได้อ่าน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้ได้มากพอดู ถึงได้รู้ว่า สาเหตุที่เธอกลับมาอยู่
ที่เกาะ มาช่วยกิจการที่บ้าน เพราะอาการป่วยของเธอนั่นเอง เธออยากกลับมาอยู่ใกล้ ๆ
กลับมาดูแลแม่ของเธอในวาระสุดท้ายของตัวเอง ...หมอบอกเธอว่า โรคมะเร็งที่เธอ
เป็นอยู่มันจะทำให้เธอมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนัก เธอไม่กล้าแม้แต่จะบอกเรื่องนี้กับ
แม่ซึ่งทำงานหนักมาทั้งชีวิต โดยที่ทั้งแม่และเธอไม่เคยได้รับการใส่ใจดูแลจากผู้
เป็นพ่อเลย ..เธอกลัวแม่ของเธอรับไม่ได้ ..เธอไม่เคยบอกใครถึงสิ่งที่เธอเป็นอยู่
ทางบ้านรับรู้เพียงว่าเธอสุขภาพไม่ดี ....
ฉันนั่งนึกถึงแม่เธอที่เคยเจอะเจอเมื่อปีก่อน ผู้หญิงที่ดูเข้มแข็ง แกร่ง อย่างไม่
น่าเชื่อ แม่เธอบอกเสมอว่าที่ท่านอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะเธอ เธอเป็นกำลังใจในการต่อสู้
และการดำเนินไปของชีวิต..... แม่เธอจะรับได้ไหม ถ้าวันนึงรู้ว่า กำลังใจของแม่กำลัง
จะจากไป...
ฉันรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากอาการข้างเคียงของโรคผ่านตัวหนังสือใน
Diary สีน้ำเงิน เธอเขียนไว้ว่า หลายต่อหลายครั้งที่เธอร้องไห้ และคิดถึงเพื่อนอย่างฉัน
ยิ่งช่วงท้าย ๆ ของ Diary ฉันได้เห็นชื่อของตัวเองบ่อยครั้งขึ้น บ่อยมากจนรู้สึกว่าเวลา
นั้นเธอคงอยากให้ฉันอยู่ใกล้ๆ เธอจริง ๆ แต่เธอไม่เคยโกรธที่ฉันห่างหายมาอย่างนี้
เธอบอกว่า เธอรู้ข่าวคราวและความเป็นไปของฉันตลอดจากเพื่อนอีกคน เธอรู้ว่าฉันเอง
ก็มีเรื่องทุกข์ใจที่ต้องเผชิญอยู่เช่นกันเธอถึงไม่เคยเรียกร้องที่จะให้ฉันไปอยู่ข้างเธอยามนี้
ฉันอ่าน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้จนจบ ข้อความท้าย ๆ ของ Diary คล้ายจะเป็น
การสั่งเสีย ..เหมือนเธอรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเธอ และเธอกำลังต้องการเพื่อนสัก
คนในเวลานี้ และคน ๆ นั้นก็คือฉัน
“ หากเธอมองฉันผ่านมิตรภาพของความเป็นเพื่อน ฉันก็คงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน”
แล้วฉันก็พบข้อความนี้อีกครั้ง มันเป็นข้อความสุดท้ายใน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้ ..ฉันอ่าน
มันจนจบ พร้อมกับปิดมันลงด้วยความรู้สึกผิด นานแค่ไหนแล้วที่ฉันทำเพื่อนคนหนึ่งหาย
ไปกับกาลเวลา นี่ฉันเป็นเพื่อนชนิดไหนกันนี่ ยามที่เธอต้องการฉัน ฉันกลับห่างหายมา
อย่างนี้ ฉันขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ฉันสัญญา พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปเป็นเพื่อนที่ดีของ
เธอเหมือนก่อน กลับไปอยู่ข้างๆ เธอยามที่เธอต้องการเพื่อนสักคน .... แล้วพรุ่งนี้ฉัน
จะรีบไปหาเธอแต่เช้า กลับไปทำหน้าที่ของเพื่อนที่พึงทำให้เพื่อน ...ฉันสัญญา เธอ
คงกำลังรอฉันอยู่ ....
วันนี้ฉันมาหาเธอที่บ้าน แต่สิ่งที่ฉันพบ .... คือร่างของเธอที่นอนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้า
...พบแม่ของเธอที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจ แม่โผเข้ากอดฉันเหมือนกำลังจะบอกว่า เธอ
ไปแล้ว เธอจากไปแล้ว...... ฉันมาช้าไป มาช้าไปจริง ๆ ฉันมาไม่ทันลมหายใจสุดท้าย
ของเธอด้วยซ้ำ ...
แม่เธอเล่าให้ฉันฟังหลังจากงานศพของเธอผ่านไป ... แม่บอกว่าเธอมักจะพูดคุยถึง
เรื่องราวของฉันให้แม่เธอได้รับรู้เสมอ ...เมื่อไหร่ที่เธอรับรู้ว่าฉันกำลังทุกข์ก็ดูเหมือนเธอ
กำลังทุกข์ไปกับฉันด้วย .. แม่เคยบอกให้เธอมาหาฉันแต่เธอปฏิเสธ เพราะเธอไม่อยาก
ให้ฉันเห็นเธอในสภาพก่อนที่เธอจะจากไป เธอกลัวว่าฉันจะเป็นห่วงเป็นกังวลไปกับเรื่อง
ราวของเธอ ..แม่เธอบอกกับฉันว่าเธอห่วงฉันมาก แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ
เธอยังบอกกับแม่ว่า ถ้าฉันมาที่บ้าน แสดงว่าฉันคงไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกแย่กับชีวิต
..ฉันถึงพาตัวเองมาหาทะเลมาหาเพื่อนอย่างเธอ ...เธอฝากให้แม่ดูแลฉันแทนเธอด้วย ...
น้ำตาฉันยังคงอาบแก้ม ขอบคุณ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ ความห่วงใยที่เธอมีให้กันเสมอ
จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ
ทะเลหน้าบ้านเธอที่ฉันเคยบอกว่า เป็นทะเลที่สวยที่สุด วันนี้มันดูเศร้าไปถนัดตา ...
หลับให้สบายเถอะเพื่อน ฉันจะไม่มีวันลืมเพื่อนอย่างเธอไปได้เลย ..ฉันสัญญา...
วันนี้ฉันนั่งสำรวจตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับถามตัวเองว่า ฉันทำใครหล่นหายไปกับกาล
เวลาอีกไหม ... แล้วถ้าฉันพบว่ามี ฉันจะรีบกลับไปทวงถามให้เค้ากลับมาด้วยความรู้สึกดีๆ
และจะพยายามอย่างที่สุดที่จะรักษาเค้าไว้กับฉันตลอดไป ...

เพื่อนยังอยู่ในใจเสมอ
ตัวเล็ก.





โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 10 : 43 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com