Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

อัศสุชล >>

เพื่อนยาก :

เพื่อนยาก

“แต่นั่นเพื่อนหม่อนนะพ่อ เขาจะเป็นอย่างไงเขาก็เพื่อน”
“ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมของฉัน ถ้าแกยังคิดจะคบกับเพื่อนกเลวราชของแก ก็โน้นประตูเก็บข้าวของไปอยู่กะมันโน้นเลย”
“พ่อมีเหตุผลหน่อยสิ “
“แกเรียกหาเหตุผลจากฉัน แล้วไหนแกลองให้เหตุผลที่แกยังจะคบกับไอ้ขี้ยาพวกนั้นมาให้ฉันฟังสัก สาม สี่ ข้อสิ”
“หม่อนมีเหตุผลให้พ่อได้เพียงแค่ เขาดีกับหม่อน และ ที่สำคัญเขาเป็นเพื่อน”
“ถ้าอย่างนั้นฉันคงไม่มีอะไรจะพูดอะไรกับแกแล้วหม่อน” พ่อหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูดัง ปัง !!!


สิ้นสุดการระเบิดอารมณ์ของฉันกับพ่อลงอีกครั้ง ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้สาเหตุก็จากเรื่องเดิม ๆ เรื่องที่ต่างคนต่างไม่เคยเข้าใจ สุดท้ายไม่ใครก็ใครก็ต้องเดินหนีไปจากเหตุการณ์ตรงหน้าทิ้งอีกคนไว้อยู่กับภาพเหตุการณ์เก่า ๆเดิม ๆ เมื่อไรหนอ ฉันกับพ่อจะได้พูดคุยกันดี ๆ กันสักครั้ง ทุกวันนี้เราก็เหมือนต่างคนต่างอยู่ ห่างกันออกไปทุกที ๆ

# # # # # # # # # # #

“ไอ้หม่อนมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” เสียงทักทายของเพื่อนดังขึ้นหลังจากที่ฉันกำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินอยู่กับตัวเองเงียบ ๆ ในบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ท้ายซอยของเขา
“สักพักแล้ววะ แกไปไหนมา ฉันโทรมาไม่เจอแก ก็เลยเอากุญแจที่แกให้ไว้ ไขเข้ามา”
“เออ ไม่เป็นไร อยากมาเมื่อไหร่ก็มาเหอะ วันนี้มีเรียน อยากเรียนให้จบ ๆ ซักที อยากทำงานแล้ววะ”เพื่อนวางสมุดเลคเชอร์ลงบนโต๊ะที่วางอยู่ใกล้ ๆ หน้าต่างบานใหญ่บานเดียวของห้องนี้ แล้วโดดขึ้นนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างข้าง ๆ ฉัน
“ไอ้หม่อน แกสูบบุหรี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่” เพื่อนมองหน้าฉันอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เมื่อเห็นก้นบุหรี่ สอง สาม มวน ที่ฉันเพิ่งดับมันลงที่เขี่ยบุหรี่ในมือเมื่อครู่
“สูบมาหลายเดือนหล่ะ แต่แกไม่รู้ ก็เท่านั้น” ฉันตอบเพื่อนอย่างไม่ยี่หระอะไรนัก
“ทะเลาะกับพ่อมาอีกหล่ะสิแก“ เพื่อนถามอย่างคนที่ไม่ต้องการรู้คำตอบเพราะมันเองก็รู้คำตอบอยู่ในใจมันเองแล้ว
“ อืมม ทะเลาะกับพ่อ ก็เลยโดดเรียน แล้วก็เตร็ดเตร่ สุดท้ายไม่มีที่ไปเลยมาโผล่เอาที่นี่ แกรำคาญฉันหรือ” ฉันมองหน้าเพื่อนซึ่งกำลังคว้าบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นจุดสูบ เพื่อนยื่นบุหรี่ให้ฉัน แต่ฉันเองก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ
“ดีแล้ว อย่าสูบเลยวะ เป็นผู้หญิง ยังไงมันก็มองดูไม่ดี หม่อนฉันไม่อยากให้แกโดดเรียนอย่างนี้เลยวะ แล้วเมื่อไหร่แกจะจบซักที แกดูอย่างฉันซิ ฉันเสียโอกาสไปเท่าไหร่ เราเจอกันน้อยลง ก็ไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพความเป็นเพื่อนของเรามันจะน้อยตามไปด้วยนี่หว่า ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันรำคาญแกหรอกนะ แต่ถ้าแกมาขลุกอยู่กับฉันอย่างนี้ ตัวแกเองนั่นแหละจะเสียหาย ฉันไม่ได้คิดอะไรแต่คนอื่น รวมทั้งพ่อแก เขาคิด คงไม่มีพ่อคนไหนหรอกวะ ที่จะรู้สึกดีที่ลูกสาวมาขลุกอยู่กับผู้ชายสองต่อสองอย่างนี้ โดยเฉพาะผู้ชายอย่างฉันที่เคยติดยา จนใคร ๆ ก็ประณามว่าชั่ว ว่าเลว มาก่อน”
“แต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ฉันมานอนห้องแก ก็ไม่ได้หมายความฉันต้องมีอะไรกับแกไปด้วยนี่หว่า” ฉันยังคงเถียงไปตามที่ฉันรู้สึก
“เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้นะไอ้หม่อน ”
“อือ อือ ฉันรู้”
“จะค่ำแล้ว แกรอฉันแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวพาไปกินข้าวแล้วจะไปส่งที่บ้าน ถ้าแกออกไปคนเดียวนี่ฉันว่าแกโดนขี้ยาแถวนี้ลากไปแน่ แกน่ะสวยน้อยอยู่ซะเมื่อไหร่ แล้วถ้าแกจะมาหาฉันค่ำ ๆ โทรมาบอกก่อนฉันจะไปรับแถวบ้านแก แถวนี้มันไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับแกนักหรอกวะ”

นี่หรือ คนที่พ่อว่าเลวร้ายนักหนา ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีนักในสายตาใคร แต่ในความเป็นเพื่อนของฉันและเขามันมีความรู้สึกดี ๆ ความเป็นห่วงเป็นใยให้ฉันสัมผัสได้เสมอ

# # # # # # # # # # #

“สวัสดีครับพ่อ ผมพาหม่อนมาส่งครับ” เพื่อนฉันยกมือไหว้พ่อที่มายืนคอยฉันหน้าบ้าน พ่อมองหน้าเพื่อนฉันแล้วหันมาพูดกับฉันว่า
“เรามาเรื่องต้องคุยกัน เข้าบ้านหม่อน” เพื่อนมองหน้าฉันพยักหน้าให้ฉันตามพ่อเข้าไปในบ้าน
“อาจารย์แกที่เป็นเพื่อนฉันโทรมาบอกฉันว่า แก drop เรียนเทอมนี้ เมื่อไหร่แกจะรู้จักคิดซะที เลิกคบเสียทีไอ้เพื่อนชั่ว ๆ พรรณนั้น มีแต่จะดึงแกให้ต่ำลงทุกที ๆ”
“คำก็ชั่ว คำก็เลว พ่อคิดว่า ลูกสาวพ่อนี่ดีเลิศมาจากไหนกัน บางทีมันอาจจะเลวกว่าคนที่พ่อด่าอยู่ทุกวี่ทุกวันก็ได้ ถ้าเลือกได้หม่อนเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนเลว ๆ ที่มันเข้าใจหมอ่นคนนั้นมากกว่าจะอยู่กับคนที่ไม่เคยเข้าใจหม่อนอย่างพ่อ พ่อวางหม่อนไว้บนหอคอยงาช้าง อยู่เหนือกว่าคนทั่ว ๆ ไป แต่มีไหมที่พ่อจะสนใจความรู้สึกของตุ๊กตาตัวนี้ที่พ่อจับวางไว้ตรงโน้นตรงนี้ตามแต่ใจพ่อ ทุกอย่างที่พ่อคิดพ่อทำเป็นสิ่งถูก ทุกอย่างที่ขัดแย้งกับความคิดพ่อเป็นสิ่งผิดไปเสียหมด หนูเกลียดพ่อ เกลียดกรอบบ้า ๆ นั่นของพ่อ …..”
“เพี๊ยะ !!!!” เสียงมือของพ่อกระทบใบหน้าของฉันเอาอย่างจัง
ฉันไม่ได้เจ็บที่หน้าเพราะแรงมือของพ่อ แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด กลับเป็น ใจของฉัน นี่คงถึงเวลาที่ฉันต้องไปจากที่นี่แล้ว ฉันไม่มีความทรงจำดี ๆ กับที่นี่อีกแล้ว

# # # # # # # # # # #

“ไอ้หม่อน แกเป็นไร แกอยู่ที่ไหน เอ้ยอย่าร้องไห้สิ บอกฉันมาว่าแกอยู่ไหน หยุดร้องไห้ก่อนดิวะ ตั้งสติดี ๆ แล้วบอกมาว่าแกอยู่ที่ไหน”
“ตู้โทรศัพท์ปากซอยบ้านแกแหละ รถมันหมดแล้ว แกมารับฉันหน่อยเร็ว ๆ นะฉันกลัว มันมืด มีแต่ไฟที่ตู้โทรศัพท์เนี่ย”
“เออ ๆ ฉันจะรีบไป มาทำไมตอนนี้วะ แกก็รู้ว่าซอยบ้านฉัน ทั้งเปลี่ยว ทั้งเต็มไปด้วยขี้ยายิ่งป่านนี้แล้วด้วยคนในซอยเองยังไม่ค่อยออกไปไหนกันเลย….เออ ๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน ก่อนที่ฉันจะไปถึงแกระวังตัวด้วยนะไอ้หม่อน”

# # # # # # # # # # #

“หม่อน ฟื้นแล้วหรือ”
พ่อถามขึ้นเมื่อฉันลืมตาขึ้นแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลถลอก และมีแผลกรีดยาวที่บริเวณไหล่ข้างซ้าย แขนซ้ายฉันเข้าเฝือก ฉันนึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ขณะที่ฉันกำลังรอเพื่อนมารับที่ปากซอย มีชาย 2 คนเดินมาที่ตู้โทรศัพท์ จำได้ว่าฉันหลีกทางให้หนึ่งในสองคนได้เข้าไปโทรศัพท์ในตู้ แล้วตัวเองก็ออกมายืนนอกตู้ที่ยังมีแสงไฟอยู่บ้าง แล้วก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกที่บริเวณท้ายทอยอย่างแรง ฉันหมดสติ แล้วมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่พบว่าตัวเองนอนอยู่บนหญ้าหยาบ ๆ และมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังค่อมอยู่บนร่างของตัวเอง ฉันร้อง และ ดิ้นรนที่จะต่อสู้กับสัตว์มนุษย์ตัวนั้น มันเอามีดมันวาว เล่มพอจับได้ถนัดมือ มาจ่อแถว ๆ ลำคอฉัน ฉันร้องจนสุดเสียง เรียกหาคนช่วยเหลือ ก่อนที่จะโดนกำปั้นฟาดมาที่ใบหน้าอย่างไม่ยั้ง แต่ก่อนที่ฉันจะหมดสติไปฉันจำได้ว่า ฉันได้ยินเสียงเพื่อนที่ฉันกำลังรออยู่ ตะโกนห้ามสัตว์มนุษย์พวกนี้ให้เลิกแสดงสันดานดิบกับฉันเสียที เหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นอย่างไงฉันไม่รู้ ฉันพยายามนึกแล้วนึกอีก แต่ก็จำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้เลย
“พ่อ เพื่อนหม่อนหล่ะ เขาเป็นอย่างไงบ้าง” ฉันถามพ่อเพราะแน่ใจว่า เหตุการณ์ที่หายไปจากความทรงจำของฉันต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ ๆ
“เดี๋ยวหมอมาตรวจแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ตอนเย็นพ่อจะพาไปหาเพื่อนของหม่อน”

# # # # # # # # # # #

“พ่อ พาหม่อนมาทำไมที่นี่คะ” ฉันถามหลังจากที่พ่อเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่วัดที่สงบเงียบแห่งหนึ่งในจังหวัด นครปฐม
“เพื่อนหม่อน โตที่วัดนี้ เขาเริ่มต้นเรียนรู้ชีวิตที่วัดนี้ ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของชีวิตเรื่อยมา ครั้งหนึ่งเขาเรียกทางผิด เลือกที่จะเดินไปสู่ประตูของยานรกที่อ้าแขนรอรับเขาอยู่รอบด้าน แต่ที่สุดเขาก็เลิกมันได้ เขาตั้งใจจะเรียนให้จบ และกลับมาบวชที่นี่ก่อนจะหางานทำ แต่เขายังไม่ทันได้บวช ก็เกิดเรื่องเสียก่อน เขาบอกกับคนที่พาเขาส่งโรงพยาบาลให้พาเขากลับมาที่นี่ ที่ที่เขามา เพราะที่นี่ ทำให้เขาเป็นสุขและสงบที่สุดแล้ว”
“พ่อหมายความว่าอย่างไง หม่อนไม่เข้าใจ”
“หม่อน เพื่อนของหม่อนโดนแทง และตายเมื่อไปถึงโรงพยาบาลเพียงไม่กี่นาที ญาติคนเดียวที่เขามีอยู่ คือเจ้าอาวาสของวัดนี้ เมื่อคืนก่อนที่พ่อจะไปเฝ้าหม่อนที่โรงพยาบาล พ่อมาฟังสวดเพื่อนหม่อนที่นี่ แล้วได้คุยกับหลวงพ่อ พ่อถึงรู้ที่มาและที่ไปของเขา พ่อเสียใจที่มองเพื่อนลูกผิดไป พ่อเสียใจที่ไม่ให้โอกาสกับคนที่ผิดพลาดในชีวิต พ่อขอโทษที่พ่อเอาความเป็นห่วงของพ่อมาปิดบังจนมองไม่เห็นความเป็นห่วง เป็นใยที่เขามีต่อลูกของพ่อ ”

“พ่อคะ หม่อนพยายามบอกพ่อหลายครั้งว่า เพื่อนของหม่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่ดี ถึงเขาจะไม่ใช่คนดีในสายตาใครนักแต่กับหม่อน เขามีความห่วงใยให้กับหม่อนเสมอ เขาหาเหตุผลให้หม่อนมองพ่อในมุมมองที่หม่อนไม่เคยมอง เขาคอยบอกให้หม่อนกลับบ้านเวลาที่หม่อนหนีพ่อไปไหนต่อไหน เขาคอยเตือนคอยห้ามหม่อนไม่ให้หม่อนข้องแวะกับยาเสพติด และคอยห้ามเพื่อนขี้ยาของเค้าทุกคนเข้าใกล้หม่อน เขาให้หม่อนนอนบนเตียงเขาขณะที่เขาไปนอนกับพื้นข้างล่างเวลาที่หม่อนไปหาเขาดึก ๆ ดื่นๆ เวลาที่หม่อนทะเลาะกับพ่อแล้วออกจากบ้านไปตอนตีหนึ่ง ตีสอง หม่อนก็มีเขาคอยอยู่เป็นเพื่อน คอยดูแล เขาบอกหม่อนเสมอว่า คนที่รักหม่อนที่สุดคือพ่อของหม่อนเอง ถึงเขาจะห่วงหม่อนอย่างไงก็ไม่ได้ครึ่งที่พ่อมีให้หม่อน เขาไม่เคยโกรธพ่อที่พ่อไม่เคยชอบหน้าเขา และทุกครั้งที่ลูกสาวพ่อไปหาเขาเขาก็ยังยืนยันที่จะมาส่งถึงหน้าประตูบ้านแม้ว่าทุกครั้งจะต้องมาเผชิญกับสายตารังเกียจของพ่อก็ตาม พ่อคะแล้ววันนี้เขาก็สละชีวิตของเขาให้เพื่อนอย่างหม่อน เพื่อนที่ไม่เคยมีเรื่องที่ทำให้เขาสบายเลยสักครั้ง มีเรื่องราวร้อนอกร้อนใจไปสุมให้เค้าตลอดมา แต่เขาก็ยังห่วงใยหม่อนมาตลอด หม่อนเองไม่เคยทำอะไรเพื่อเขาเลยสักครั้งพ่อเชื่อหม่อนไหม”

“ลูกยังมีโอกาสที่จะทำอะไรเพื่อเขาเป็นครั้งสุดท้ายนะลูก ไปเราไปไหว้ศพเขา อโหสิกรรมให้เขา ขอให้เขาไปสู่สุขติด้วยกัน”


โดย : อัศสุชล : tou_lek@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 10 : 32 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com