Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

ทางเลือกในชีวิต :

ทางเลือกในชีวิต

นานมาแล้วที่ผมไม่ได้ลิ้มลองมัน..รู้สึกกระวนกระวายใจ ทุรนทุราย
ผมกลิ้งเกลือกไปมาเพราะฤทธิ์ของมัน ในห้วงสำนึกผมมองเห็นฟ้าสีเทาขมุกขมัวอยู่เบื้องหน้า
เห็นรอยแสยะของอดีตที่ยิ้มเยาะ
เห็นความหวังของอนาคตที่ลอยคว้างมาเบื้องหน้าและแหลกสลายไปกับสายตาที่พร่ามัว..เมื่อไร
เมื่อไรกันนะผมจะพ้นจากหล่มปลักอันลึกล้ำปวดร้าวนี้ได้
`เมื่อไรนะคุณจะคิดถึงอนาคตของเราสองคนบ้าง`
`หากว่าคุณไม่คิดถึงอนาคตของเราคุณก็ควรจะคิดถึงลูก ๆ ของเราบ้าง
เขาไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย
มันยุติธรรมหรือที่คุณจะทำลายคนที่คุณตั้งใจจะให้เขาเกิดต้องมาตายทั้งเป็นเพราะการกระทำของคุณเป็นเหตุ`
ผ่านมากี่ปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เห็นหน้าเธอ หลังจากวันนั้นผมก็คล้ายกับไม้ผุ ๆ
ที่ปักอยู่บนโคลนเลนที่รอวันโค่นล้มเพราะแรงลมที่เข้ามากระทบ
มันโอนเอนตามกระแสแห่งการก้าวย่างของผมที่พร้อมเสมอที่จะล้มแผละลงรอให้ใครก็ได้มาเหยียบย่ำแม้กระทั่งสัตว์เดียรัจฉาน

อภัยให้ผมด้วยนะ ดาวราย ผมไม่สามารถที่จะก้าวพ้นหล่มปลักที่ผมตั้งใจกระโจนลงไปได้
ผมรู้สึกปวดร้าวเหลือเกิน ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำเช่นไร ไม่รู้แม้กระทั่ง
วินาทีนี้ผมจะดำเนินชีวิตไปในวิถีทางใด ชี้นำทางให้ผมทีเถอะ ผมรู้สึกแย่มาก
คุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ `ติดกับ` แน่นอน ถ้าคุณไม่เจอกับตัวเองคงไม่รู้สึก..
ในห้วงแห่งความรู้สึกที่เลือนลางผมเห็นอดีตที่เคยสุขสม..แต่มันดูมืดหม่น..ปนปวดร้าว..
ครั้งหนึ่งผมเคยมีชีวิตที่งดงาม มีความสุข ต้องการสิ่งใดผมก็ได้ ผมทำบุญ
ผมพาลูกเมียไปเที่ยวในวันหยุด เราไปด้วยกันได้ดี
ลูกสองคนก็เข้าใจผมเคารพผมยิ่งกว่าเทพเจ้าอื่นใด ผมเป็นที่พึ่งของพวกเขาได้เสมอ ในทุก
ๆ เวลาที่พวกเขาต้องการ
`เอ้ เจ้
ลูกจะต้องตั้งใจเรียนให้ได้ดีนะลูกเพราะพ่อและแม่ของเราอีกไม่นานก็แก่และจะตายในวันนี้วันพรุ่งยังไม่รู้เลย
พ่อและแม่จะเป็นที่พึ่งให้ลูกตลอดไปไม่ได้หรอก
ลูกจะต้องพยายามหาที่พึ่งให้ตัวเองอย่าให้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำลายชีวิตของตัวเองให้ล้มเหลว`
อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปฏิปันโน ภะคะโต สาวากะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ)
กราบ ๓ ครั้ง …นะลูก..แล้วค่อยนอนท่านจะช่วยให้ลูกรู้จักผิด ถูก ชั่ว ดี
เมื่อลูกโตขึ้น….
เสียงสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนที่ผมพาลูกและเมียสวดมนต์ทำวัตรก่อนนอนดังก้องเข้ามาในหัวสมอง
ทำให้จิตสำนึกส่วนลึกของผมดูสดใสขึ้นมาบ้างแต่ไม่นานหรอก
ความปวดร้าวทางกายมันมีมากเกินกว่าที่จะทำให้ผมเอาชนะได้..ผมรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้..ยอมศิโรราบให้กับมัน..หรือผมจะเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ตลอดกาลไม่มีทางชนะได้….
`ไม่สิผมจะต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ เพื่อตัวเอง และเพื่อลูกและเมียที่กำลังรอผมคนเดิม`
`สวรรค์แกคิดอะไรของแก นี่แหละความสุขสุดยอดอยู่ตรงหน้าแล้ว
รออะไรอยู่เล่าอย่าไขว้เขวกับความคิดฝ่ายมารสิ
มันจะทำให้แกเข้าถึงความสุขที่แม้แต่ความสุขสูงสุดของศาสนาใด ๆ ก็ไม่มีให้
หยิบมันขึ้นมาเลย.. แล้วยัดเข้าปากซะ ยัดเข้าไปซี่ เออนั่นแหละ ดีแล้ว ๆ ๆ `…..
ผมค่อย ๆ บังคับมืออันสั่นเทาหยิบคว้าเมล็ดยาก้อนกลม ๆ
สีเหลืองอ่อนซึ่งห่ออยู่ในกระดาษสีหม่นแกะแล้วยัดเข้าปาก
พักเดียวมือที่สั่นเทากลับเข้าสู่สภาพปรกติ
ความคิดโลดแล่นเข้าสู่วิมานแดนดินซึ่งคนธรรมดาจะไม่มีโอกาสเข้าถึง
ผมจะพาคุณมาอยู่ด้วยกันนะ ผมจะตั้งใจทำงาน ประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดี
เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกเรา เหมือนที่ผมเคยสอนเขาบ่อย ๆ ดาราย คุณคิดถึงผมบ้างไหม
ผมคิดถึงคุณทุกวันเลยพรุ่งนี้ผมจะไปหาคุณนะ
คุณจะให้ผมทำอะไรผมยอมทุกอย่างขอเพียงคุณคืนดีกับผม ผมยอมรับผิดแล้ว…ยกโทษให้ผมนะ…..
เหนื่อยเหลือเกินกับการผัดวันประกันพรุ่งของตัวเอง..เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่
ผมสัญญากับเธอใน..ความฝันแต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ๆ
เสียทีผมอยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอดแต่ก็ติดอยู่ที่เป็นห่วงลูกสองคนซึ่งผมได้ข่าวว่า..เธอต้องขอข้าววัดกิน..เหมือน
ๆ กับผม..

แสงจันทร์เสี้ยวเล็กซีดจาง กลิ่นของน้ำดำในคลองลอยประทะจมูก ดาวราย
ดาราเรียงรายส่องสกาวอยู่บนฟากฟ้าแสนไกล ผมไขว่คว้ามันมาไว้
ประคองไว้ด้วยมืออันสั่นเทา ผมฝันมานานแล้วจะเก็บดาวสักดวงที่สวยสดงดงามไปฝากเธอ
วันนี้ผมทำสำเร็จ
ความมืดแผ่เข้าปกคลุมทั่วอาณาบริเวณที่ผมอยู่ ห้องสี่เหลี่ยม สีฟ้าซีดจาง
รอยสีกระเทาะออกมาติดอยู่กับขอบพื้นไม้ผุกร่อน กางเกงยีนส์เก่าขาดตัวหนึ่ง
เสื้อขาวซีดดำด่าง กระป๋องกาวติดก้น ยาเม็ดสีเหลืองเหลืออยู่ครึ่งค่อนเม็ด
ตั้งแต่มีการปราบปรามผมหนีหัวซุกหัวซุน ผมต้องรอด ผมจะกลับตัวกลับใจ
วันนี้ได้ข่าวทางหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า `ฆ่าตัดตอน ตายอนาถ 3 ศพ ตำรวจสันนิษฐาน
ฆ่าปิดปากเพื่อไม่ให้ใครรู้ต้นตอที่แท้จริง` ผมหนาว ๆ ร้อน ๆ
ความกลัวเข้าปกคลุมจิตใจที่ขลาดเขลา
วันนี้ผมกลับมาที่เดิม ที่ ที่ผมเคยอยู่มาค่อนชีวิต ผมคิดถึงลูก
คิดถึงเจ้ากล้วยหมาตัวน้อยพันธ์อัสเซียนเชียล ป่านนี้มันคงโตแล้ว คิดถึงเธอ ดาวราย
เธอเป็นอย่างไรบ้างนะ 3 ปีเต็มกับการจากไป ไปสู่จุดหมายที่มืดดำ
พร้อมกับความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาระหว่างเธอและฉันขาดลงอย่างไม่มีวันประสานกันสนิท
ผมพาสังขารที่ผอมแห้ง เดินลัดเลาะไปทางลัดซึ่งผมคุ้นเคยดี
ผมมาหยุดอยู่ที่หลังบ้านเมื่อใดไม่อาจทราบได้ จิตใจที่แน่วแน่เท่านั้นพาผมมาถึงที่นี้
ตามองภาพบ้านซึ่งเคยอบอุ่น เห็นลูกสองคนวิ่งเล่นไล่จับ แกล้งกันล้มลุกคลุกคลาน
ต้นไม้หลังบ้านบานสะพรั่ง ไม้ประดับในกระถางใบสวย ซึ่งเคยให้ความรื่นรมย์แก่สายตา
และให้ความปวดร้าวแก่ผม
ครั้งแรกที่ผมลิ้มลองโดยสั่งซื้อด้วยการเอาเงินซ่อนไว้ที่กระถางนี้แล้วเอาใบไม้ปิด
ถึงเวลามันก็จะเปลี่ยนเป็นเม็ดยามหัศจรรย์
ผมกระพริบตา ภาพลวงหายไป สภาพความจริงปรากฏอยู่เบื้องหน้า ต้นไม้ไม่มีแม้สักต้น
มีเพียงหญิงวัยกลางคนนั่งซักผ้าอย่างขะมักเขม้น ผมตัดสินใจเดินไปหาเธอ
เธอแสดงอาการตกใจออกมาทางสีหน้าอย่างปกปิดไว้ไม่อยู่
สภาพของผมก็ควรที่จะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว ผมไม่โกรธเธอหรอก
ผมถามถึงความเป็นไปของครอบครัวของผมด้วยน้ำเสียงที่แหบโหย
`เธอตัดสินใจเก็บข้าวของหนีไปอยู่กับพ่อแม่เธอที่ต่างจังหวัดหลังจากผมจากไปประมาณสามเดือนกิจการค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์ล้มละลายเพราะไม่มีใครดูแล
ลูกมีคนใจบุญเอาไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมทั้งสองคน
หลังจากที่ต้องดำรงชีวิตอยู่ตามลำพังโดยไม่มีถิ่นที่อยู่ `
`อาศัยนอนวัด กินอยู่ที่วัด มีโยมใจบุญมาทำบุญเห็นเข้า สงสารก็เลยขอหลวงพ่อไปเลี้ยง `
ผมตัวเองเดินโซซัดโซเซจากบ้านหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่ล่องลอย กลางวัน
แสงสว่างมีอยู่รอบข้าง แต่จิตใจผมมืดมิด มือสั่นเทา เท้าที่ก้าวแต่ละก้าวเบาหวิว
ไร้ความรู้สึก สติลอยไปไกลที่ฟากฟ้าฝั่งโพ้น
วันนี้ท้องฟ้า สีดำหม่น สลับสีขาวจาง เมฆหมอกตั้งเค้าทะมึน ลมร้อนระอุพัดต้องกาย
เหงื่อหยาดหยดทั่วเรือนร่าง ถนนที่คุ้นเคย ผมหันกลับไปมองบ้านที่อยู่ด้านหลังไกลลิบ
หันกลับมา รถราวิ่งขวักไขว่ ผมก้าวขาไปโดยไร้จุดหมาย
ดาวราย เธออยู่แห่งใด ผมจะไปหาเธอ ผมจะขอโทษเธอ ผมยอมรับผิดทุกอย่างแล้ว ผมผิดเอง
ให้อภัยผมเถอะดาวราย
หนังสือพิมพ์หน้าในท้ายสุดลงข่าว `ชายวัยกลางคนติดยาบ้างอม
ทิ้งลูกเมียเพราะยาบ้าให้อยู่ลำพัง บ้านแตกสาแหรกขาด ชะตาขาดกลางถนนใหญ่ใกล้บ้าน`


ธีรนันท์
[ เริ่ม พย. 45 จบ 14 มิย. 46 / 12.59 น.]


ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 39 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com