Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

รอยยิ้มพิฆาต :

รอยยิ้มพิฆาต

ร้านกาแฟ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยามเย็น อาทิตย์จวนอัสดง
ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงอย่างรวดเร็ว
หรือว่ามันถูกลิขิตไว้แล้วด้วยแรงแห่งกรรมที่เรากระทำร่วมกันในอดีตชาติ
หรือว่าเป็นด้วยแรงแห่งกรรมที่ผมพยายามกระทำเพื่อให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องในชาตินี้
หรือว่าความพึงพอใจเพียงการพบพานกันไม่กี่ครั้งเป็นเครื่องฉุดรั้งใจผมให้ข้องแวะเกี่ยวข้องกับเธอ
แต่จะด้วยเหตุผลกลใดก็ช่างเถอะ เรื่องราวมันก็ดำเนินไปตามครรลองที่มันควรจะเป็นแล้ว…
ผมเดินเข้าร้านกาแฟแห่งนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อสองปีก่อน
ด้วยแรงดึงดูดแห่งรอยยิ้มที่ตรึงใจ
เธอเป็นบริการินีที่สามารถดึงผู้ยืนอยู่ในระยะห้าเมตรให้เดินตรงดิ่งแล้วสั่งกาแฟจากเธอด้วยความนอบน้อม

“รับอะไรดีคะ”
เธอเอ่ยด้วยสำเนียงเสียงอันสดใสดุจดั่งเสียงแห่งทิพยดนตรีที่บรรเลงอยู่บนสรวงสวรรค์
พร้อมรอยยิ้มบาดลึก และติดตรึงในหัวใจที่พองโตของผม
“มีอะไรบ้างครับ” ผมถามด้วยความไม่รู้จริง ๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเข้ามา
และไม่เคยเข้าร้านกาแฟที่ classic เช่นนี้มาก่อน
“มี mocca,Empesso,cabuchino, ค่ะ”
“เอา mocca แล้วกันครับ” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มที่คิดว่าเท่ห์ที่สุดในชีวิต
“รอสักครู่นะคะ เลือกที่นั่งเลยค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มเปื้อนหน้านวลเช่นเคย
ผมอดไม่ได้ที่จะเหม่อมองเธอด้วยความตะลึงลาน พร้อมกับความคิดเพริดไปต่าง ๆ นานา
หรือว่าเธอไม่เคยมีความทุกข์เลยในชีวิตนี้
รอยยิ้มเธอสามารถที่จะหลอมละลายบุรุษผู้แข็งกระด้างที่สุด โหดเหี้ยมที่สุดในโลกนี้
ให้เป็นคนอ่อนโยน และเชื่อฟังเธออย่างยินยอมพร้อมใจโดยไม่โอดครวญ ผมเชื่อเช่นนั้น
ผมเลือกที่นั่งริมกระจกใส มองออกไปข้างนอกเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอื่อย ตึกรามบ้านช่อง
เรียงรายไร้ระเบียบ ท่าเรือ ผู้คนพลุกพล่าน ผมชอบมองพวกเขา
บางครั้งให้ความรู้สึกเหมือนมองดูการเล่นเกมส์ เกมส์ชีวิต เกมส์ที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน
เกมส์ที่ท้าทาย ให้ความรู้สึกสุขสม เจ็บปวด เป็นค่าตอบแทน หันกลับมามองภายในร้านกาแฟ
เป็นห้องกระทัดรัดขนาด 4 คูณ 5 เมตร
ข้างฝาฟากซ้ายที่นั่งของผมติดรูปเขียนจากปลายพู่กันของจิตรกรที่ผมไม่รู้จักนาม
เป็นรูปโลโกของร้านนี้ มองไปที่ด้านขวามือเห็นแก้วกาแฟ ใบเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง
วางเรียงรายบนชั้นที่จัดไว้อย่างเรียบง่าย ฝาข้างบน เหนือกระจกขึ้นไปเป็นฝาผนังฉาบปูน
ทาสีขาวเรียบ บนฝามีรูปถ่ายของดอกบัวหลากชนิดขณะบานบ้าง แรกแย้มบ้าง
เพิ่งโผล่พ้นน้ำบ้าง อยู่ใต้น้ำใสบ้าง เหี่ยวเฉาบ้าง ตั้งเรียงตามลำดับ
โต๊ะไม้สักสี่เหลี่ยมเล็กกระทัดรัด ให้ความรู้สึกพึงพอใจอย่างยากอธิบาย
เก้าอี้เล็กพอดีกับก้น ผมนั่งใจลอยคิดเพริด เพราะไม่คุ้นชินกับบรรยากาศเช่นนี้
“ได้แล้วค่ะ รับเค๊กและคุ๊กกี้ เพิ่มไหมคะ”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับการสะดุ้งสุดตัวของผม นั่นทำให้เธอยิ้ม
และรอยยิ้มนี่แหละยิ่งทำให้ผมชอบ ชอบอย่างที่ไม่สามารถจะอธิบายเป็นถ้อยคำออกมาได้
นอกจากจะบอกว่า หัวใจของผมแทบจะละลายกลายเป็นก้อนเนื้อแหลกเหลวกองอยู่ตรงหน้าเธอ
ด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ จะเกินจริงไหมนะสำหรับคนที่ไม่เคยเห็น แต่สำหรับผม
ผมขอสาบานกับถ้วยกาแฟที่วางอยู่บนชั้นอย่างแข็งขันว่า
หากไม่เป็นจริงขอให้วันวัยของผมผ่านไปด้วยความยากลำบาก..
“ไม่คับ ขอบคุณคับ”
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มและกลับไปทำหน้าที่บริการของเธอเช่นเดิม
ผมแอบมองเธอดูเธอทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่วและแข็งขันแต่ในขณะที่ทำนั้นดูสีหน้าเธอช่างมีความสุขเหลือแสน
หรือเธอชอบงานแบบนี้ หรือเธอชอบกาแฟ แต่มองยังงัยเธอก็ยังเป็นคนที่มีเสน่ห์
เสน่ห์ที่ลึกลับ รอยยิ้มฝังแน่นอยู่ในจิตดวงน้อยของผมอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยงได้
เพราะผมยินยอมพร้อมใจรับรอยยิ้มเช่นนี้ “รอยยิ้มพิฆาต” ผมคิด
ผมขอยอมตายภายใต้รอยยิ้มนี้ เป็นตายอย่างไรก็ขอลองดูสักตั้งเถอะ
จะขอจีบเธอมาเป็นคู่เคียงให้ได้ .. ความอหังการ์ของผมเริ่มแผ่ซ่านเข้าไปในดวงจิต
ผมปล่อยมันไปตามครรลอง เพียงเพราะไม่อยากฉุดรั้ง อยากดูบทสรุปของเรื่องราวของมัน
จากวันนั้น ผมแวะเวียนเข้าไปหาเธอ เดือนละครั้งสองครั้ง
ผมหวนหารอยยิ้มนั้นแม้กระทั่งหลับฝันยังชัดเจน ฤารอยยิ้มมีอานุภาพมากมายเพียงนี้
รอยยิ้มที่ฉุดกระชากใจที่กำลังตกดิ่งสู่ห้วงเหวลึก ให้ขึ้นสวรรค์ชั้นสูงสุดของฟากฟ้า
ผมกำลังคลั่งใจตายเพราะรอยยิ้มเธอ
บนโต๊ะกาแฟ หลังเลิกงาน เธอและผมนั่งมองหน้ากัน เธอหน้าแดง ผมหน้าด้าน บอกกับเธอ
“ผมตกหลุมรักคุณ คุณรับรักผมไหม”
เธอขอเวลาตัดสินใจ ผมให้เวลาเธอ..พร้อมวันไหนค่อยบอกกัน หรือการรับรักต้องการความพร้อม
หรือการที่คนที่ต้องการบอกรักต้องเตรียมพร้อมในการบอก
หรือคนที่ถูกบอกให้รับรักต้องเตรียมอารมณ์ในการรับ
วันนี้ เธอบอกผม เธอมีแฟนมานานแล้ว และอยู่ด้วยกันมาสามปีแล้ว ตอนนี้เธอกำลังจะมีเด็ก
เด็กที่เกิดกับเขาคนนั้น เธอบอกว่าเธอก็รักผมเช่นกัน แต่ด้วยคำถาม
คำถามที่เธอยกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณน่าจะเจอกับฉันก่อนเขา คุณไปทำอะไรอยู่”
ผมยอมจำนน นั่นสิผมไปทำอะไรอยู่
หากรู้ล่วงหน้าก่อนว่ามันจะเป็นอย่างนี้ใครเขาจะปล่อยไปให้มันผ่านไปเหมือนสายลมพัดผ่านกายเล่า
ผมคิด แต่ไม่ได้พูดออกไป มีเพียงรอยยิ้มเจื่อน ๆ เท่านั้นที่แสดงออกทางสีหน้า
หากว่าผมรู้อนาคตผมคงไม่ยอมให้เขามาครอบครองเธอก่อนแน่
“เขาเป็นยังไงบ้าง” ผมถามเธอเพียงเพราะคิดไม่ออกว่าจะถามอะไรดี
“ก็ดีคะ เป็นพ่อบ้านที่ดี ขยันขันแข็ง เราไปด้วยกันได้ดีคะ”
“แล้วทำไมถึงไม่บอกผมตั้งแต่แรก”
“นึกว่าคุณจะไม่จริงจังขนาดนี้ แต่อีกอย่างหนึ่ง ก็เป็นด้วยฉันไม่แน่ใจในตัวเอง
ฉันกลัว” “กลัวอะไร มีอะไรต้องกลัวด้วย”
“กลัว ครอบครัวของฉันพัง..” เสียงของเธอแผ่วเบา พร้อมรอยยิ้มเศร้าเปื้อนหน้า แววตา จาง ๆ
รอยยิ้มของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ผมรู้สึกได้ ผมเพิ่งรู้สึกว่ารอยยิ้มของเธอมีหลายแบบ
และแบบที่ผมชอบที่สุดนั้นคือ รอยยิ้มที่เริงร่าหฤหรรษ์
ผมไม่ชอบรอยยิ้มเศร้าซึมของเธอเลย..
“ผมคงคิดถึงรอยยิ้มของคุณไปอีกนานเท่านาน ตราบลมหายใจเฮือกสุดท้ายขาดห้วง”
เธอยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เริงร่า
ทั้งในแววตาและทุกส่วนที่ประกอบเป็นใบหน้าของเธอ..เป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่ผมได้ยล
แต่มันปรากฎแค่เสี้ยวเดียว เสี้ยวเดียวเท่านั้นแล้วก็กลับเป็นเหมือนเดิม..
ผมตัดสินใจลุกออกจากเก้าอี้ เดินออกจากร้านกาแฟ โดยที่ไม่เหลียวแล กลับไปมองอีกเลย
ผมจะเก็บภาพแห่งรอยยิ้มนี้เป็นภาพสุดท้าย ภาพสุดท้ายในการได้รู้จักเธอ
สองปีกับรอยยิ้มของเธอ..
เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นเบา ๆ แต่มันก้องกึกในจิตใจผม
ขาของผมสั่นพยายามบังคับจิตใจตัวเองให้เดินหน้าต่อไปโดยไม่เหลียวหลัง
แต่คล้ายกับว่ามีแรงอะไรสักอย่างมาฉุดรั้งให้ผมติดตรึงอยู่กับที่
ผมฟุบลงบนพื้นห้องของร้านกาแฟ
ยามค่ำ ร้านกาแฟริมน้ำเจ้าพระยา หลังเลิกงาน บรรยากาศแห่งความเศร้าเข้าครอบงำ
เธอกอดผมแนบแน่นจากข้างหลัง ผมพยายามฝืน ความเข้มแข็งแห่งดวงจิตพังทลาย
แว่บหนึ่งผมคิดถึงรอยยิ้มวันแรกของเธอ ผมหันหน้ามาหาเธอประครองวงหน้านวล
เชยคางเธอขึ้นให้อยู่ในระดับเดียวกัน ผมระดมจูบ
ซับน้ำตาที่ไหลเปื้อนร่องแก้มนวลอย่างบ้าคลั่ง
ในความรู้สึกเลือนลาง
ความเป็นจริง ผมลุกขึ้นฝืนยืนและก้าวต่อไปด้วยดวงจิตอันหวั่นไหว
แต่ไม่ยอมเหลียวกลับมา พร้อมกับคำถามผุดขึ้นมากมายในดวงจิต
หรือว่ามันถูกลิขิตไว้แล้วด้วยแรงแห่งกรรมที่เรากระทำร่วมกันในอดีตชาติ
หรือว่าเป็นด้วยแรงแห่งกรรมที่ผมพยายามกระทำเพื่อให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องในชาตินี้
หรือว่าความพึงพอใจเพียงการพบพานกัน บ่อยครั้งในระยะหลายปีหลัง
เป็นเครื่องฉุดรั้งใจผมให้ข้องแวะเกี่ยวข้องกับเธอ แล้วพรากจากกัน
พรากจากกับพบพานใยมิใช่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมากหลาย…






ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 38 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com