Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

ผลึกความนึกคิด :

ผลึกความนึกคิด

1
หลังจากที่ข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุรถคว่ำที่ชัยภูมิ
ความรู้สึกมากหลายประดังเข้ามาในห้วงดวงจิต สับสน ว้าวุ่น ระทดท้อ
เครื่องหมายคำถามมากมายก่อเกิดขึ้นมา
นี่คือส่วนหนึ่งของผลึกความนึกคิดที่ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว....
@ หากท่าน ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปสู่ประตูแห่งความตาย
ท่านย่อมไม่อาจทราบได้ว่า ชีวิต แท้จริงแล้ว มันน่าทนุถนอมเพียงใด
น่ารักสักเพียงไหน.
@ เหตุไฉน คนเราจึงปล่อยชีวิตให้ล่วงเลยไป โดยไม่ควบคุม
ทำไมต้องรอให้ตัวเองประสบภยันตรายยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วค่อยสำนึกเสียใจ.
@ หลังการรอดชีวิต ความปีติจะแผ่ซ่านทั่วสรรพางค์กาย ความจริงแล้ว
เราควรถนอมชีวิตไว้ให้นานนาน เพื่อบรรลุความฝันที่ดีงาม
ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในชีวิต ของแต่ละบุคคล.

- ข้าพเจ้ารู้ ว่าข้าพเจ้าเกิดมาเพื่อเรียนรู้ แต่สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้
กลับเป็นความไม่รู้

2
ระหว่างที่นั่งคุยกับเพื่อนฝูง ผมสะดุดใจกับคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งที่ว่า
"แม้คำพูดนั้นจะมีเหตุผลมากมายสักปานใด (โคตรเหตุผล) ถ้าหากไม่มีใครเชื่อ คือ
ไม่มีศรัทธาในตัวคนนั้นแล้ว คำพูดนั้นก็ไร้ความหมาย ตรงกันข้าม ถ้าคำพูดนั้น ไร้สาระ
โกหก ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตอแหล แต่ทว่าคนที่พูดเป็นคนน่าเชื่อถือ คือมีคนศรัทธา
คำพูดนั้นกลับได้รับการยกย่อง..
ทำให้ผมประหวัดหวนนึกถึงคำพูด ของโกวเล้งที่เขียนไว้ในหนังสือ
นวนิยายกำลังภายใน ซึ่งผมพอจะจำได้ลาง ๆ เพราะอ่านมานานแล้ว ว่า
"เหตุผลเป็นคนระบุขึ้นมา และจะต้องมีคนที่มีอำนาจเห็นด้วย
ถ้าคนที่มีอำนาจไม่เห็นด้วยแล้ว ถึงแม้คำพูดนั้นจะมีเหตุผลมากมายสักเพียงใด
เขาก็จะหาว่าท่าน พูดพล่าม ไร้สาร"
จะมองเห็นได้ว่า ในสังคมเมืองปัจจุบัน มีความเชื่อ (ศรัทธา) อย่างแรงกล้า
และเป็นความเชื่อที่ไร้ปัญญาประกอบ --> ความเชื่อที่ดี (ตามหลักพระพุทธศาสนา)
ต้องประกอบด้วยปัญญา .. ทำให้นึกถึงคำพูดของ โบธิอุสที่ว่า...
หากศรัทธากับเหตุผลมาปะทะกันเข้า ศรัทธาต้องเป็นฝ่ายชนะเสมอ ..
ฤา..สังคมไทยจะเป็นสังคมที่เชื่ออะไรง่าย ๆ โดยไร้การไตร่ตรอง

3

เสี้ยวหนึ่งของลมหายใจ

ลมหายใจอุ่น ๆ
ลมหายใจเร่าร้อน
^
ลมหายใจบางเบา
ลมหายใจหนักหน่วง
^
ลมหายใจ -----> ไร้ซึ่งการควบคุม

เสี้ยวหนึ่งของลมหายใจ ถ้าเปรียบเทียบเท่ากับ 100 %
เสี้ยวหนึ่งแห่งลมหายใจของบุคคลผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งการ "หลงรัก" มีคนคนนั้นอยู่
99.99 %


ชีวิตสำคัญที่สุด เมื่อท่านผ่านห้วงแห่งความรู้สึกที่แย่ที่สุด
แต่มันรวดเร็วจนท่านไม่สามารถที่จะจับมันได้....





4

ห้วงเวลาแห่งความท้อแท้

ในบางเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองท้อแท้ สิ้นหวัง ความรู้สึกบอกกับตัวเองว่า
ไร้ค่าสิ้นดีที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้..
เวลาเช่นนี้มีอยู่ทุกผู้คน เรียกกันว่า ห้วงเวลาแห่งความท้อแท้
จงอย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง หาบางสิ่งบางอย่างที่สร้างสรรค์ทำ อาจจะ ปลูกต้นไม้
ปัดกวาดบ้าน จัดห้องถูห้องใหม่ โต๊ะ เก้าอี้ที่เคยอยู่ที่เดิมเปลี่ยนที่มันซะบ้าง
เพราะถ้าสิ่งของมันพูดได้ก็คงจะพูดว่า
"ผมอยู่ตรงนี้นานแล้วเปลี่ยนที่ให้ผมมั่งเถอะนะ เจ้านาย.." ลองทำอะไรที่แหวกแนว
เช่น เคยดูทีวีหลังจากทานข้าวอาบน้ำแล้ว ลองเปลี่ยนไปฟัง วิทยุ หรืออ่านหนังสือ
อาจเป็นหนังสือ แนวคอมเมดี้ ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ดี
หรือแนวอื่นที่ไม่หนักมากนัก แต่อย่าไปดูหนังสือโป๊เพราะจะทำให้ยิ่งเครียด คิคิ..
ก่อนนอน จากที่เอนตัวลงนอนทันที ก็หันมาระลึกนึกถึงผู้มีพระคุณของเรา
หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกหรือสากลจักรวาล
ผมเชื่อนะว่า..สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมีอยู่จริง และเชื่อในคำอธิษฐาน
ก่อนนอนก็อธิษฐานซะเลย..อย่างน้อยมันก็มีผลทำให้ใจเรานิ่งแม้จะเพียงแค่อึดใจหนึ่ง
ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้า แล้วเริ่มวางแผนงานในเช้าวันนั้นทันที ..
เพราะเราเกิดมาบนโลกใบแล้ว..เราจำต้องดำเนินชีวิตให้ดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพของเราจะทำได้..ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ผมกำลังเครียด
ฮ่า ๆ จบ ๆ ครับผม


5

เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งที่คิดว่าพอแล้ว..เราควรที่จะกล้า..
กล้าเปลี่ยนแปลงตัวเอง..เพื่อมุ่งไปสู่อีกจุดจุดหนึ่ง
ที่ดีกว่าเดิม....
จงอย่ายินยอมให้..ความคิดเพียงชั่ววูบที่เรารู้สึกดี
มาบั่นทอนความฮึกเหิมห้าวหาญ..กล้าที่จะเสียสละ
สิ่งเก่า ๆ ที่เรายังยึดติดอยู่ .. เพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเดิม..


..ของขวัญในวันหนาว..
ไม่มีสิ่งใดจะมอบให้
มีเพียงใจบางบางท่ามกลางลมหนาว
มีเพียงความคิดถึงชั่วครั้งคราว
มีเพียงเรื่องราวอยากเล่าสู่กันฟัง

หน้าหนาวนี้หนาหนาวเป็นยิ่งนัก
สั่นไปทั่วพักตราแขนขาไหล่
อีกทั้งอกหน้าท้องและหัวใจ
อยากจะมีใครบางคน..ชนแก้วกัน..(อ้าวชนแก้ว)..

ธีรนันท์
วันว่าง 7 ก.ค. 46


6

ความหวังในความฝัน.

ความฝันมักจะหดสั้นไปตามกาลเวลา
หากเราไม่จุดประกาย
ความหวังเล่า..ต่างจากความฝันไหม
ความฝันดูไกล..เพราะมันยังไม่เป็นความจริง
ความหวังเหมือนไกล...
เพราะในความหวัง..ยังมีแรงฉุดคือความทะยานอยากให้เรามุ่งไปข้างหน้า..มันดูมีหวัง
แต่...ทั้งสองประการ ให้ความรู้สึกเดียวกัน...คือ ทรมาน ในเบื้องต้น
เนื่องเพราะ ต้อง...ใช้ ความอดทน บากบั่น มั่นมุ่ง รอคอย ฝึกฝน ฝักใฝ่
หรือแม้แต่ใฝ่ฝัน.
แต่เมื่อ...ความหวัง..หรือความฝัน สัมฤทธิ์ผล..
ความรู้สึกจะแตกต่างจากเบื้องแรก ราวฟ้ากับดิน...
...มันดู อบอุ่น หวานซึ้ง ตรึงใจ ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบปาน
แต่มันก็เป็นอยู่ไม่นานนักหรอก...เพราะทั้งสองประการเป็นเพียง "โลกธรรม"
7 ธค.46


7

ใบใผ่ไหว

ผมนอนอยู่ใต้ร่มใผ่
ซึ่งต้องลมพัดไหวเอนลู่
ยินสรรพสำเนียงเสียงพรั่งพรู
แล้วหยุดอยู่เมื่อลมพัดผ่านพ้น.

ใครจะรู้ดวงใจที่ไหวเอน
เช่นใบใผ่ที่ต้องลมขมขื่นหนอ
ต้องอุปสรรคขวากชีวิตจิตทดท้อ
หวังเพียงรออุปสรรคหักผ่านพ้น.

ขณะที่เขียนอยู่นี้..ผมนอนอยู่ใต้ร่มใผ่ บนภูเขาแห่งหนึ่ง ในแถบอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิ ความรู้สึกของผมในขณะนี้กำลังประหวัดหวนนึกถึง
บรรยากาศในช่วงยังเยาว์ของตน....
ผมไปไร่กับแม่ ขอให้คิดภาพบรรยากาศบ้านนอก มีภูเขาสูง ทางที่ต้องผ่าน
เป็นทุ่งนาที่ผ่านการเก็บเกี่ยวนานแล้ว เหลือไว้แต่ร่องรอยของความแห้งแล้ง
มีหญ้าขึ้นมาแซมพอให้ไม่ขัดนัยน์ตา หลังจากผ่านนา ก็จะขึ้นภู ใช่แล้ว ไร่ผมอยู่บนภู
เป็นภูที่มีต้นไม้เพียบ ต้องเดินลัดเลาะไปตามทางเล็ก ๆ ขึ้นไปไกลมาก .. แต่ในขณะนั้น
ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ความที่เป็นเด็ก ตัวก็เล็กกระจิ๊ดริด
พอขึ้นไปถึงยังไม่ได้พักเลย จับจอบได้ ขุดเลย...อ๋อลืมบอกไป ขุดมันครับ ขุดไปขุดมา
เหนื่อย....
หลังจากพักเที่ยง ทานข้าวกับแม่แล้ว (ไปแค่สองคน วันหยุดเสาร์อาทิตย์)
พักนิดหน่อยลุยต่อพอรู้สึกเหนื่อยมาก ก็แอบหลบไปนอนใต้ร่มไม้ซึ่งลับตาแม่ ตกเย็น
แม่ตะโกนเรียกหาหน้าตาตื่นนี่แหละหนาความห่วงหาที่แม่มีให้ลูก
ตอนนี้ท่านเสียไปได้สี่ปีกว่าแล้ว
ขณะนี้ผมอยู่ใต้ร่มใผ่.......น่าแปลกที่ว่า ผมกลับหวนนึกถึงภาพอดีต
ซึ่งผ่านมานานมากแล้ว..นานจนคิดว่าตัวเองลืมไปแล้วด้วยซ้ำ....


8

"สัญญา"

เหนื่อยบ้างไหมในวันที่โลกเหงา
เศร้าบ้างไหมในวันที่โลกหมุน
รู้บ้างไหมในใจฉันมีแต่คุณ
สุดอาดูรกลั้นน้ำตาคราจากกัน

เธอบอกให้ฉันเช็ดน้ำตา
แต่เอ๊ะทำไม(เธอ)ถึงเบือนหน้าหนี
หันกลับมายิ้มเถิดนะคนดี
จากกันครานี้พี่ให้สัญญา

ว่าจะกลับมามอบแหวนหมั้น
เพื่อไม่ให้เธอนั้นพรั่นหวั่นไหว
เป็นเครื่องยืนยันถึงความมั่นใจ
ว่าจะไม่มีใครนอกจากเธอ...


ผมยังไม่แน่ใจว่า "คำสัญญา" ที่ชอบพูดกันเหลือเกินพูดกันมาทุกยุคทุกสมัย..."พี่ขอสัญญา
พร้อมเกี่ยวก้อย อย่าลืมนะ" อย่างนั้นอย่างนี้
ในสมัยนี้คนเรายังปฏิบัติตามคำสัญญาที่ให้ไว้อยู่หรือไม่หนอ...
หรือว่าเขาใช้เป็นเพียงเครื่องมือในการจูงใจคนเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดที่จะปฏิบัติตาม..
หรือว่าติด..จากนักการเมือง...หว่า.. ถ้าคนเราสัญญาแล้วทำตามสัญญา
คิดว่าโลกจะน่าอยู่มากขึ้นเนอะ..


ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 34 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com