Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ธีรนันท์ >>

บางความทรงจำในวันคืนเก่า :

บางความทรงจำในวันคืนเก่า

อาจเป็นเพราะสายลมที่โชยพัดผ่าน จึงทำให้ปอยผมของเธอซึ่งยาวสยายปลิวไสว อาจเป็นเพราะความรู้สึกดีที่ตราตรึงในหัวใจฉันมานาน จึงทำให้ฉันมองเธองดงามยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในขณะนี้
อาจเป็นเพราะเธอไม่เคยคิดถึงตัวเองก่อนคนอื่นเสมอ
เธอจึงเป็นที่รักยิ่งของผม อาจเป็นเพราะผมรักเธอ
เธอจึงให้ความรู้สึกกับผมเปรียบประดุจดั่งนางฟ้าบนสรวงสวรรค์
อาจเป็นเพราะอาจเป็นจึงทำให้ผมต้องเสียใจไปชั่วชีวิต
ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าอาจเป็น ผมสัญญากับตัวเอง
ถึงแม้เธอจะจากผมไปนานแล้ว แต่จิตใจของผมก็ยังตราตรึงภาพเธอมิรู้เลือน
เธออาจเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนหลายคน (โอ๊ะผมใช้คำว่าอาจเป็นอีกแล้ว โทษที)
แต่เธอเป็นนางเอกของผมตลอดกาล ชั่วฟ้าดินสลาย ชั่วนิจนิรันดร ตราบฟ้าดินดับ
ตราบนานเท่านาน..
ในวันคืนเก่าผมไม่เคยที่จะคาดคิดเลยว่าตัวเองจะมาอยู่ที่ตรงนี้
และไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะมาจากผมไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้ สองปี
สองปีเท่านั้นที่ผมไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนเธอ เป็นสองปีที่ผมคิดว่าเธอรอคอยผมตลอดมา
และอาจจะเป็นการรอคอยที่ทรมานที่สุดในชีวิตของเธอเลยทีเดียว อะไรทำให้ผมคิดเช่นนี้
ความผูกพันธ์ เพราะมีความผูกพันธ์จึงทำให้ฉันพบเธอ พบเธอบนโลก
โลกที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร แมกไม้สายธาราที่ไหลหลั่งลงมาจากผากว้าง
ทุ่งนาเขียวขจี สีสันของหญ้าแห้งยามหน้าแล้ง
กระท่อมขนาดกระทัดรัดกลางนาตั้งอยู่โดดเด่นแต่ดูเดียวดาย
ทำไมสิ่งที่สวยงามอย่างแท้จริงจะต้องมีความขัดแย้งในตัวของมันเองด้วย
หรือในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่สวยงามอย่างแท้จริง
หรือมีแต่เพียงเธอที่ให้ความรู้สึกเช่นนี้แก่ผมได้.
ผมในวัยเด็ก
`ปีนี้ฝนดี คิดว่าคงได้ข้าวพอเหลือที่จะขายและเก็บไว้กินจนเหลือเฟือ เย็น
เสาร์และอาทิตย์ที่จะถึงนี้ช่วยแม่ดำนานะลูก แม่ไถเรียบร้อยแล้วเหลือแต่ปักกล้า
คิดว่าครึ่งเดือนก็น่าจะเรียบร้อย ที่โรงเรียนมีกิจกรรมอะไรหรือเปล่าลูก`
เธอบอกผมหลังจากที่ทานข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้ว
และผมกำลังเตรียมเก็บจานชามเพื่อที่จะนำไปล้าง
`ที่โรงเรียนไม่มีอะไรครับแม่ แต่คิดว่าครูน่าจะสั่งงานบ้าน
แต่ไม่เป็นไรหรอกกลับมาจากนาเย็นวันเสาร์ค่อยทำก็เสร็จแล้วครับ`
ผมบอกเธอพร้อมกับรอยยิ้มซึ่งแสดงออกมาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ใจ
แสงตะเกียงสีนวลซีด ซึ่งใช้น้ำมันก๊าดและไส้จากเศษผ้าห่มเก่าเป็นเชื้อ
ถูกจุดขึ้นหลังจากความมืดมิดมาเยือนอย่างเงียบเชียบ เสียงจั๊กจั่น หริ่งหรีด เรไร
ร้องระงม บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงท่วมหัวผมในขณะนั้น
ซึ่งความรู้สึกในขณะนั้นบอกว่ามันสูงมาก บ้านเรามีคนอยู่ด้วยกันทั้งหมด ห้าคน มีพ่อแม่
ผม น้องชาย น้องสาว พี่สาวผมสามคนแต่งงานแยกเรือนไปหลายปีแล้ว ปีนี้แม่อายุเท่าไรนะ
ผมอยากถามแม่จัง แม่จะตอบผมได้หรือเปล่า แม่มักจะบอกเสมอว่า
แม่ไม่เคยสนใจเลยกับเรื่องอายุ แม่สนใจแต่เพียงว่าวันนี้ได้ทำอะไรไปบ้าง
ที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว ถ้าพ่อแกแข็งแรงเหมือนวัยหนุ่ม
แม่ก็ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้หรอก
ผมมองหน้าเธอ เห็นสีหน้าของเธอเศร้าหม่น ผมไม่เข้าใจหรอกว่าเธอมีความในใจอะไร
แต่ผมก็เข้าไปหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ นั่นทำให้เธอยิ้มได้
และผมจะทำเช่นนี้เสมอยามเห็นเธอเหม่อซึม
ยามเธออารมณ์ดีเธอมักจะเล่าเรื่องราวเก่าก่อนของเธอให้ผมฟังเสมอ
มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอเล่าว่า ข้างบนภูเขาหลังบ้านของเรานี้เมื่อก่อนโน้นเป็นป่าดงดิบ
พ่อกับแม่ของลูกเจอกันตรงนั้นในขณะที่หลบลูกระเบิดซึ่งคนฟากโน้นเขาทิ้งลงจากเครื่องบิน
พ่อของลูกจูงมือแม่วิ่งหลบเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง
เข้าไปในถ้ำเจอชาวบ้านที่เข้ามาหลบอยู่ก่อนแล้วประมาณยี่สิบคนได้
คนกลุ่มนี้จึงรวมตัวกันหาทำเลตั้งหลักเพื่อดำเนินชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย
ซึ่งก็คือหมู่บ้านนี้ที่เราอยู่นั่นเอง แม่บอกว่า พวกเราเป็นคนของฝั่งโน้น
แต่อพยพภัยสงครามกลางเมืองมา โดยอาศัยการเดินเท้าผ่านป่าเขาลำเนาไม้
เจอสัตว์ป่าที่ดุร้ายมากมาย เช่น เสือ งู สิงโต เก้ง กวาง หมูป่า เป็นต้น
เมื่อจบเรื่องแต่ละครั้งเธอจะสรุปให้คติชีวิตแก่ผมเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เธอบอกกับผมว่า
`ความยากลำบากไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราแข็งแกร่ง
เหมือนกับต้นไม้ที่ผ่านการโค่นล้มมาแล้ว เมื่อแตกยอดออกมาก็มักจะทนแรงลมได้ดีกว่าเดิม
แต่วิธีการดำรงคงอยู่ของมันอาจจะผิดแผกไปจากเดิมบ้าง
โดยอาจจะโอนเอนไปตามทิศทางที่ลมพัด นั่นเนื่องเพราะมันเคยผ่านการล้มลงมาแล้ว
มันจึงรับรู้ถึงรสชาติของการล้มลงว่าเจ็บปวดเพียงใด
และมองเห็นการดำรงอยู่ว่ามีความสุขเพียงใด ที่มันโอนอ่อนหาใช่ว่ามันโลเลไม่
ตรงกันข้ามมันปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของมันได้ดียิ่งทีเดียว`
`สงครามก็เช่นกัน สงครามไม่เคยทำให้ใครได้ดี มีแต่นำความเสียหายสู่มนุษยชาติ
ลูกโตขึ้นก็อย่าพยายามไปมีเรื่องกับใครเขา ถ้าเขาไม่มาหาเรื่องกับเราก่อน
ถึงแม้ว่าเขาจะหาเรื่องกับเราก่อนก็พยายามเลี่ยงอย่าไปปะทะ อะไรหลบได้ก็หลบไป
เพราะการยอมแพ้ ไม่ใช่ว่าเราแพ้ แต่เป็นการให้อภัยไม่เอาเรื่องเอาราวกับเขา
ซึ่งบุคคลส่วนใหญ่ทำได้ยาก ถ้าลูกทำได้ ลูกจะเป็นคนที่เป็นคนเต็มคน เป็นอย่างสมบูรณ์
ไม่ใช่เป็นคนเพียงรูปร่าง`
ผมหลับแล้ว หลับพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข หลับบนตักของเธอ คล้ายจริงคล้ายฝัน
ผมเห็นเธอลูบหัวผมเบา ๆ แล้วยกหัวผมออกจากตัก
เธอหาหมอนซึ่งอยู่ใกล้มารองหัวพร้อมกับห่มผ้าห่มผืนเล็กประจำตัวให้
เธอเอนลงนอนข้างเคียง เธอจูบแก้มผมเบา ๆ ผมตัวเบาหวิวในความฝัน
วันอาทิตย์
แสงตะวันยามเช้าบวกกับอากาศเย็น ๆ ในหน้าฝน สายลมพัดโกรกปะทะใบมะม่วง
ควันจากเตาไฟลอยล่องมองดูเหมือนหมอก กลิ่นแกงปลาลอยมาจากในครัว
คาดว่าคงเป็นฝีมือแม่อีกตามเคย ผมรีบสลัดผ้าห่มผืนเล็กออกจากตัวลุกจากที่นอนทันที
วิ่งไปที่ห้วยใสหลังบ้านซึ่งไม่ไกลเท่าใดนัก สลัดกางเกงและเสื้อออกจากตัว โดดลงน้ำ ตูม
เสียงน้ำแตกกระจายกระซ่าน ผมว่ายไปมาในห้วยประมาณห้านาทีก็กลับมาหยุดยืนริมตลิ่ง
เอามือถูขี้ไคลตามตัว
`คิดยังงัย เย็น ถึงอาบน้ำแต่เช้าในวันนี้ ไม่กลัวไอ้เจี๊ยวหดเหรอ `
เสียงพี่สาวคนสวยเจื้อยแจ้วพร้อมรอยยิ้มเห็นฟันขาว ผมรีบมุดน้ำว่ายไปกลางห้วย
เพราะผมไม่ได้ใส่กางเกงใน กลัวพี่สาวเห็นของดี ด้วยความอายของเด็กตัวเล็ก ๆ
พี่สาวยิ้ม
`หันหน้าออกไปก่อนสิ่พี่ ผมจะใส่กางเกง` ผมบอกพี่สาวคนสวย
`อ๋อ เดี๋ยวนี้เริ่มอายเป็นแล้วเหรอ
ทีเมื่อก่อนละถอดกางเกงดึงมือพี่ไปเล่นน้ำกลางสายฝนยังไม่อายเลย`
เธอนำเรื่องเก่าตอนเล็กมากมาย้อนให้ผมฟัง พร้อมยิ้มฟันขาว
`เหอะน่าพี่ เมื่อก่อนกับเดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนกัน หันออกไปเหอะนะพี่นะ`
ผมบอกพร้อมกำชับให้เธอหันหน้าออกไป หลังจากเธอหันหน้าออกไปอีกทางหนึ่งแล้ว
ผมรีบจ้ำจากน้ำขึ้นบนบกและคว้ากางเกงได้มาใส่อย่างลวก ๆ หลังจากใส่กางเกงเรียบร้อยแล้ว
ก็บอกให้เธอหันหน้ามา
`แม่บอกให้มาตามไปกินข้าว วันนี้มีแกงปลา กินเสร็จแล้วจะได้ไปช่วยกันดำนา`
`ค๊าบผม` ผมตอบหน้าทะเล้นพร้อมกับวิ่งไปที่บ้านด้วยความเร็ว
หันกลับมามองเห็นพี่สาวส่ายหน้าด้วยความระอา ปนหมั่นไส้ ก่อนที่จะเดินตามผมไป
ในท้องนา ขุนเขาโอบรอบ เมฆหมอกบนฟ้าใสกระจ่าง กระท่อมน้อยกลางนา ผมแม่และพี่สาว
เหยียบโคลนเลนในนาซึ่งโอบรอบด้วยคันนายาวสี่เหลี่ยมไร้ระเบียบ
ในความคิดของผมคล้ายกับว่า วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่ง
แม่ พี่สาว ผม ยึดพื้นที่ดำนาบริเวณหนึ่ง ผมเลือกเอาบริเวณที่เล็กที่สุด
โดยผ่านการเถียงกับพี่สาวแสนสวยมาได้ ก่อนจะยอมโอนอ่อนให้ผม
เพราะผมยกเหตุผลว่าผมตัวเล็ก สมควรที่จะได้พื้นที่ในการดำเล็กน้อยไปด้วย
เธอค้อนผมเช่นเคย
ผมหยิบกล้าข้าวซึ่งแม่ถอนไว้ตั้งแต่เมื่อวานแช่ไว้ในบริเวณผืนนาเป็นหย่อม ๆ
แก้กล้าซึ่งมัดด้วยไม้ใผ่ที่ผ่าซีกอ่อนบาง โอบไว้ในวงแขนข้างซ้าย บิกล้าประมาณสามสี่ต้น
จับที่โคนกล้าแล้วจิ้มลงดินซึ่งท่วมน้ำประมาณเหนือแข้ง..ผมดำนาเป็นตั้งแต่อยู่ประถมสอง
ประถมสามแม่ให้ขึ้นยืนที่คราดจับเชือกบังคับควายคราดพื้นดินนาซึ่งผ่านการไถแล้ว
ประถมสี่แม่ให้ผมไถนา จำได้วันแรกที่ไถถือคันไถไม่มั่นคงล้มแล้วล้มอีก
ควายลากไปทั้งที่ยังล้มคลุกโคลนอยู่ก็มีบ่อยครั้ง ตอนนี้ผมอยู่ประถมหก
ผมเป็นทุกอย่างเกี่ยวกับการทำนา ยกเว้นทำได้ดี ทำเป็นแต่ทำไม่ได้ดี
แม่เรียกทานข้าวในเวลาเที่ยง ผมล้างมือล้างเท้าให้สะอาดที่สุดในนาผืนข้างเคียง
เดินขึ้นกระท่อม
อาหารมื้อนี้มีน้ำพริกปลาทูฝีมือแม่ซึ่งไม่เคยทำให้ผมผิดหวังสักครั้งเดียว
แม่เก็บผักกระโดนซึ่งขึ้นริมหนองน้ำใกล้นาของเราซึ่งถัดออกไปทางเชิงเขาลูกใหญ่มาจิ้มน้ำพริก
รู้สึกอาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ ไม่เหมือนมื้อที่โรงเรียนเลย
อาจเป็นเพราะบรรยากาศท้องทุ่งกับสายลมเย็น ๆ ในฤดูฝน ภูเขารอบข้าง
แม่และพี่สาวนั่งทานด้วยจึงทำให้ผมอิ่มจนท้องแทบปลิ้น
หลังจากอิ่มแล้วผมลงไปล้างมือและนอนเล่น ก่อนที่แม่จะเรียกไปดำนาต่อ
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้อาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่า เดือนแล้วเดือนเล่า
เสาร์อาทิตย์ผมไม่เคยว่างเว้นจากการช่วยแม่ทำการงาน เมื่อถึงหน้าข้าวเติบใหญ่เขียวขจี
จะมีฝูงปลา กบ เขียด ปู หอย ผมจะวางเบ็ดไว้เป็นประจำ กู้เองในวันเสาร์
ถ้าวางในเย็นวันอาทิตย์ก็จะให้แม่มากู้ในเช้าวันจันทร์ อาหารการกินไม่เคยขาดแคลน
ผมในวัยรุ่น
อาจเนื่องด้วยกระแสแห่งลัทธิบริโภคนิยมสมัยนั้นหลั่งไหลเข้าสู่ชนบทบ้านไกล
เข้าไปสู่หัวใจของคนป่าคนดงอย่างพวกเราในวัยรุ่น จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่า
แต่ละครั้งที่ชายหนุ่มหญิงสาวกลับมาจากกรุงเทพ เราจะมองเขาว่าเท่ห์
จึงทำให้ผมคนหนึ่งคิดเพ้อฝันไปว่า เมืองบางกอกนี่หนาคงจะหาเงินง่าย
เหตุไฉนเราไม่ไปลองเสี่ยงโชคดูเล่า


ธีรนันท์ : peop_y@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 12 : 24 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com