Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

จันทร์เสี้ยวกับเกลียวคลื่น >>

วันของเรา :

วันของเรา

ฉันถูกปลุกให้ตื่นโดยเสียงเรียกของใครคนหนึ่ง ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า พร่ามัว
แต่ก็แลเห็นได้ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองดูฉันอย่างห่วงใย อ๋อ! เขานั่นเอง...ผู้ชายที่ฉันรัก...
เขาถามอะไรฉันหลายคำถาม แต่ฉันเหมือนจะยังไม่รับรู้ ...
ฉันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาบริเวณศีรษะ หันมองทางซ้ายมือก็พบว่ามีสายน้ำเกลือระโยงระยางจากขวดน้ำเกลือสู่เส้นเลือดของฉัน
ฉันมองหน้าชายที่ปลุกฉันขึ้นมาอย่างงงๆ มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันนะ...?
ฉันพยายามทบทวนเรื่องราวต่างๆอย่างยากลำบาก เขากับฉัน เราไปทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ไหนสักแห่ง...
เขาเซอร์ไพรส์ฉันด้วยการขับรถพาฉันไปที่ชายทะเล และนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน เรามีความสุขกันมาก
กว่าจะได้กลับบ้านก็ใกล้สว่างแล้ว ความทรงจำของฉันถูกเรียกคืนมาทีละน้อย..ทีละน้อย
เหมือนเขาจะอ่านใจของฉันได้ เขาจึงอธิบายให้ฉันฟังสั้นๆด้วยแววตาของความสำนึกผิดว่า
"ผมขับรถไปชนกับรถกระบะ....ศีรษะคุณกระแทกเข้ากับกระจกหน้า แต่ตอนนี้คุณปลอดภัยดีแล้วนะ
ไม่ต้องกังวล..ผมขอโทษ ที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน และเจ็บปวดเพราะผม.."
ความทรงจำต่างๆถูกเรียกคืนมาอีกครั้ง.....เขาตั้งใจจะขับรถมาส่งฉันที่บ้าน ถนนโล่งมากในช่วงนั้น
เขาเหยียบคันเร่งจนมิด ทยานไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง เราพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา แล้วจู่ๆเขาก็ขอฉันแต่งงาน
ฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งยิ้มเขินอายอยู่อย่างนั้น เขาหันมามองหน้าฉันแล้วก็แซวว่าฉันหน้าแดง..
เขาสบตาฉัน แล้วพูดกับฉันว่า"รู้ไหม..ทุกครั้งที่ผมเห็นคุณยิ้ม รอยยิ้มของคุณทำให้ผมมีแรงที่จะต่อสู้อยู่บนโลกนี้ต่อไป"
"ผมอยากให้คุณอยู่ข้างๆผม และยิ้มให้ผมอย่างนี้ทุกๆวัน....แต่งงานกับผมนะ...."
ฉันยิ้มจนแก้มแทบปริ..แล้วหลังจากนั้น..หลังจากนั้น..ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย..
ฉันตื่นขึ้นมาจากภวังค์ แล้วหันไปถามเขาว่า.."แล้วคุณ?.." เขาบอกกับฉันว่า "ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ"
เขายิ้มให้ฉันอย่างอบอุ่น แล้วฉันก็ผลอยหลับไป...

ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มีผู้คนมากมายเต็มห้องไปหมด แต่กลับไม่มีเขา...พ่อแม่ญาติพี่น้องแย่งกันตั้งคำถาม
ฉันไม่ได้สนใจฟัง เพราะมัวแต่มองหาเขา...เมื่อไม่พบเขา ฉันจึงหันไปถามแม่ของฉันว่าเขาไปไหน
แม่ไม่ตอบ แต่กลับมองดูฉันด้วยท่าทีที่สลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย ญาติพี่น้องหยุดตั้งคำถามและมองหน้ากันไปมา
ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร ไว้พบกันคราวหลังก็ได้...ฉันยิ้มแล้วบอกกับทุกคนว่าฉันไม่เป็นอะไรแล้ว
ฉันจำไม่ได้ว่าฉันหลับไปนานเท่าไร แต่ก็คงจะนานอยู่พอสมควร เพราะพ่อบอกกับฉันว่า คุณหมอให้อยู่ดูอาการอีกสัก3-4วัน
ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว...วันนั้นผ่านพ้นไป โดยปราศจากเขา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น...แล้วฉันก็หลับไปอีกครั้ง

วันนี้คุณหมออนุญาตให้ฉันออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีแม้ร่องรอยของเขา ฉันเริ่มวิตกว่าเหตุใดเขาจึงหายไป
ฉันถามใคร ก็ไม่มีใครตอบ...ฉันจึงได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ฉันก็เดินตรงเข้าห้องนอน
และล้มตัวลงบนเตียง ฉันสะลึมสะลือ ครึ่งหลับครึ่งตื่น เหมือนอยู่ในภวังค์ มีคนเรียกฉันอีกแล้ว
ฉันลืมตาขึ้นมา พบว่าเป็นเขามานั่งอยู่บนเตียงข้างๆฉัน ฉันดีใจมาก และถามเขาว่า
"คุณหายไปไหนมา ทำไมคุณไม่มาเยี่ยมฉันอีกเลยหลังจากวันนั้น"
เขามองหน้าฉันแล้วยิ้มให้กับฉันอย่างอ่อนโยน แต่เเววตาของเขากลับดูเศร้าๆอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่ตอบคำถามของฉัน แต่กลับพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกไป
"ต่อไปนี้ผมคงจะมาพบคุณบ่อยๆไม่ได้แล้วนะ...ผมคงไปรับไปส่งคุณเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว.........
และผมคงจะไม่ได้แต่งงานกับคุณ.........ผมขอโทษ........." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นและแผ่วเบา
ฉันสับสนกับสิ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จับต้นชนปลายไม่ถูก ฉันได้แต่ถามเขาว่า "ทำไม?"
เพราะมันเป็นเพียงคำเดียวที่ฉันสามารถเค้นออกจากปากไปได้ ฉันเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญ
เขาบรรจงจับมือของฉันขึ้นมาเบาๆ แล้วบอกกับฉันว่า
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..ผมอยากให้คุณรู้ไว้อยู่อย่างหนึ่งว่า..ผมยังรักคุณอยู่เสมอนะครับ.."
"แต่คุณอย่าร้องไห้อย่างนี้สิครับ...ได้โปรดยิ้มให้ผมอีกสักครั้งเถอะนะ...ให้ผมได้เห็นรอยยิ้มของคุณ.......เป็นครั้งสุดท้าย......."
เขาพูดพลางยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาให้ฉัน...
ฉันจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเขา มีอะไรบางอย่างบอกให้ฉันรู้ว่าเขามีความจำเป็นจริงๆที่จะต้องจากฉันไป
แม้ฉันจะยังสับสนและงุนงงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ฉันก็พยายามทำความเข้าใจและกลั้นน้ำตาเอาไว้
แล้วพยายามฝืนยิ้มออกมา เขายิ้มตอบ...
"ขอบคุณครับ.....ผมจะจดจำรอยยิ้มของคุณเอาไว้นะ...แล้วอย่าร้องไห้อีกล่ะ.."
เขากุมมือและยิ้มให้ฉันอีกครั้ง...ภาพของเขาค่อยๆจางหายไป มือที่จับฉันไว้ก็เลือนลางจนเหลือเพียงอากาศ.......

ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจำทุกสิ่งทุกอย่างได้แล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ...ตอนที่รถของเราชนกับรถกระบะข้างหน้า
ภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นคือ ศีรษะเขากระแทกกับพวงมาลัยอย่างแรง เลือดอาบแดงฉานไปหมด...
ฉัน..ฉันเข้าใจแล้ว..ฉันรู้แล้ว..ฉันไม่ได้ตกอยู่ในภวังค์ ฉันกำลังตื่นอยู่...เขาคงห่วงฉัน ถึงไม่ยอมไปไหนเสียที
ฉันแค่อยากให้เขารู้ ในสิ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกกับเขา ว่าฉันเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา และฉันก็รักเขา
ไม่ว่าเขาจะเคยเป็นใคร และถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่มีเขา แต่เราจะมีกันเสมอ..ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหน
รอฉันหน่อยนะ..จวบจนลมหายใจสุดท้ายของฉันหมดสิ้นลง..ฉันจะตามเธอไป ฉันเชื่อว่าคงมีสักวัน ที่เป็นวันสำหรับเราสองคน.....


โดย : จันทร์เสี้ยวกับเกลียวคลื่น : gink_crazy_clash@maildozy.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 24 ธ.ค. ปี 2006 [ เวลา 13 : 53 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com