Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง >>

กระบี่...กลางทะเลทราย(๒) :

กระบี่...กลางทะเลทราย

(๒)

ทะเลทรายเปลี่ยวเปล่าเงียบเหงายามค่ำคืน จากที่ร้อนระอุยามกลางวัน กลับกลายเป็นเย็นยะเยือก เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงครวญคร่ำ พัดพาเอาทรายลอยปะปนกับอากาศ ชวนให้ผู้คนหายใจติดขัด

แต่คนบนหลังม้ามิได้ใช้ผ้าพันหน้าปกปิดป้องกันฝุ่นแต่อย่างใด ยังหลับตาพริ้มอย่างสงบสุข ใบหน้าของมันทั้งซูบผอมและซีดเซียว ทว่ายังแฝงด้วยความเยาว์วัย และชีวิตชีวาของหนุ่มสาว เค้าหน้าของมัน นับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง

คนจูงม้ากลับเงียบงัน ซ่อนใบหน้าไว้ในผ้าคลุมผืนยาว มีเพียงดวงตาที่สุกสกาวสะท้อนแสงตะเกียงที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง ซึ่งความจริงมันมิได้ให้ประโยชน์อันใดกลางทะเลทรายอันโล่งกว้างนี้เลย ไม่ว่าแสงส่องไปถึงยังที่ใดก็ล้วนแต่เป็นเม็ดทรายทั้งสิ้น

ทว่ายามนี้ผู้จูงม้าก็ก้าวย่างเดินอย่างมั่นคงอย่างยิ่ง มิได้มีท่าทีว่าจะลังเลทิศทางใด ทั้งยังสาวเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม

เนื่องเพราะ ตรงหน้ามันนั้นมีแสงจากกองไฟหน้ากระโจมดวงหนึ่ง เมื่อสองคนหนึ่งม้าเข้าใกล้กองไฟนั้นจนเหลือเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงกระโจม ก็ปรากฏเด็กหญิงอายุราว13-14ปีคนหนึ่งมุดออกมาจากกระโจม พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสประดับบนใบหน้าขาว พวงแก้มยุ้ยเป็นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโต ปากเต็มอิ่ม นับว่าเป็นเด็กหญิงที่น่ารักผู้หนึ่ง

นางออกมารับม้ามาผูกกับหลักที่ปักข้างกระโจม พร้อมช่วยเอาเด็กหนุ่มลงจากหลังม้ามาวางข้างกองไฟ

"ฝุ่นทรายน้อยลงแล้ว เอาผ้าออกเถอะค่ะ"เด็กหญิงบอกเสียงเรียบ

ผู้จูงม้าปลดผ้าคลุมหน้าออกพาดบ่า เผยให้เห็นวงหน้าเรียว ดวงตาสุกสกาวยิ่งกระจ่างใสงดงาม รับกับจมูกโด่งทั้งไม่เล็กเกินไปไม่ใหญ่เกินไป และริมฝีปากเอิบอิ่มที่เต็มไปด้วยเลือดฝาด ผิวนางสุกกระจ่างราวกับชุบย้อมด้วยแสงจันทร์ ทว่าใบหน้าและท่าทีของนางนั้นก็บ่งบอกให้รู้ถึงอายุที่เกินกว่ายี่สิบสี่ยี่สิบห้าแล้ว หาใช่ดรุณีแรกรุ่นไม่

ขณะที่นางจัดที่ทางให้แก่ตัวเองนั่งและหาน้ำอาหารเอง เด็กหญิงก็พยายามป้อนน้ำเข้าปากเด็กหนุ่มโดยมิให้สิ้นเปลื้องน้ำโดยเปล่าประโยชน์สักหยาดหยด

"มันเป็นอย่างไร?"หญิงสาวถามด้วยเสียงอันไพเราะของนาง

"อาจารย์มิต้องห่วง มันเพียงกระหายน้ำและสูญเสียพละกำลังไปมากเท่านั้นเอง"เด็กหญิงตอบพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามอาจารย์ของนาง

"อ้วงยี้ เจ้าก็รู้ว่าข้าถามถึงสิ่งใด อย่าแสร้งมิรู้ความเถอะ"

"เรื่องนั้น ท่านอาจารย์ไยมิใช่รู้กระจ่างแก่ใจแล้วหรือ"

หญิงสาวไม่ตอบทั้งยังเบือนหน้าหนี เด็กหญิงจับจ้องมองผู้เป็นอาจารย์ราวกับจะแทงทะลุจิตใจ

"มันเป็นอย่างไร เราก็ทราบกันดี"เด็กหญิงหรือที่อาจารย์นางเรียกอวงยี้ทอดถอนใจกล่าว"มันหนุ่มแน่น ดื้อรั้น เลือดร้อน บ้าคุณธรรมกับอุดมการณ์ชองมัน และด้วยฝีมือของมันในตอนนี้สามารถทำเรื่องราวได้มากหลาย เปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก ทั้งในทางที่ถูกและผิด... ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เหมาะมากหากพวกถือคุณธรรมบังหน้าจะชักชวนมันไปทำเรื่องราวผิดๆให้แก่พวกมัน คนชั่วพวกนี้มันชาญฉลาด มันรู้จักใช้คุณธรรมเป็นเครื่องมือ ท่านก็รู้ และน่าเสียดายที่แม้แต่กลางทะเลทรายเช่นนี้ยังมีพวกมัน ซ้ำยังมีเยอะอย่างยิ่ง"

"ข้าทราบ"หญิงสาวกระซิบกับตัวเอง แต่ดวงตากลับมองผู้เป็นศิษย์ตัวน้อยอย่างอ้อนวอน

อ้วงยี้ถอนหายใจอีกครากล่าวอย่างเหนื่อยใจว่า

"อาจารย์รู้ดี ว่าพูดอะไรกับมันตอนนี้ล้วนคล้ายพูดกับก้อนหินก้อนหนึ่ง มันยังฟังอันใด? คนหัวรั้นอย่างมัน มีหลักการของมัน จะเชื่อเราหรือ? ที่เราทำได้คือปล่อยให้มันค้นพบด้วยตัวของมันเอง ยิ่งเราพยายามมากเท่าไหร่ เด็กหนุ่มอย่างมันยิ่งจะรู้สึกว่าถูกเราควบคุม จะยิ่งเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ"

"โอ..หากมันไม่ค้นพบเล่า? หากมันพบเมื่อถลำลึกไปแล้วเล่า? หากถึงตอนนั้นมันถอนตัวมิได้เล่า? หากมันกระทำผิดพลาดจน....."

"ท่านพลุ่งพล่านเกินไป"เด็กหญิงตัดบทห้วนๆ แต่เมื่อมองดวงหน้าที่สิ้นหวังของผู้เป็นอาจารย์ก็กล่าวเสียงอ่อนโยนลง"อย่างไรมันก็เป็นคนที่เฉลียวฉลาด พื้นฐานแล้วมันก็เป็นคนดีมาก ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งมันจะเจอหนทางที่ถูกต้องทั้งสำหรับมันเองทั้งสำหรับผู้คน"

"แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือ..."หญิงสาวร่ำร้อง น้ำตาหยาดหยดลงมาข้างพวงแก้มสีแดงระเรื่อ

"นั่นก็แล้วแต่โอกาส...แต่.... ตอนนี้เราเพียงเฝ้าดู... ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงมันมากเพียงใด แต่ที่เราควรทำมิใช่การใช้อารมณ์"

"ข้าใช้อารมณ์เกินไปจริงๆ"หญิงสาวทอดถอนใจ หากมีคนซุ่มฟังอยู่คงนับเสียงถอนหายใจในค่ำคืนนี้ได้ไม่ถ้วน

"ข้าทราบ"เด็กหญิ้งยิ้มละไม ดูเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาน่ารักผู้หนึ่ง"บางครั้งถึงแม้จะคิดได้ แต่คนเราก็มีบ้างที่ทำไปตามหัวใจโดยละทิ้งเหตุผล ข้าเองก็ใช่ว่ากระทำเรื่องที่ควรกระทำเสมอไปเสียเมื่อไหร่"

"เพ้ย เอียเท้าน้อยนี้นับวันยิ่งร้ายกาจ"หญิงสาวหัวเราะร่าพร้อมทั้งปาดน้ำตาไปด้วย"บางครั้งข้าก็อดละอายใจมิได้ว่า เจ้าสมควรเป็นอาจารย์ข้าเสียมากกว่า"

"อาจารย์กล่าวเกินไปแล้ว ท่านยังมิพ้นวัยสาว อารมณ์พลุ่งพล่านกว่าเด็กอย่างข้าเป็นธรรมดา"อ้วงยี้หัวเราะเมื่อเห็นผู้เป็นอาจารย์ถลึงตาใส่เมื่อได้ยินคำ'วัยสาว'ของนาง จากนั้นจึงลุกขึ้นจับตัวเด็กหนุ่มลากเข้ากระโจมพร้อมกับพูดว่า"ท่านอาจารย์เองก็เหนื่อยมากแล้ว เข้านอนเถอะค่ะ"
...........................

โดย : ตัวโง่งมอันดับหนึ่ง : the_first_stupid@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 19 ก.พ. ปี 2007 [ เวลา 23 : 42 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com