Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ขุนพลน้อย >>

เธออยู่ที่คอนโดฯด้วยครับป๋ม!!!(1) :

เธออยู่ที่คอนโดฯด้วยครับป๋ม

!!!(1)

แต๊ก ๆ ๆ ๆ “ฮ้าว....เมื่อยจังโว้ย...”

สำลีที่กำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์งานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมาเพื่อแก้เมื่อย การนั่งหลังแข็งอยู่หน้าคอมนานๆ นั้นไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักหรอก

ซึ่งตัวสำลีเองนั้นรู้ดี ซึ่งเขาก็มักจะยืนลุกขึ้นบิดขี้เกียจและไปทำอย่างอื่นเป็นการพักผ่อนสายตาไปในตัว ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากบิดขี้เกียจพอเป็นพิธีเขาก็ไปนั่งเกยคางกับขอบหน้าต่าง มองทัศนียภาพรอบๆ คอนโดไปตามเรื่องตามราว พักผ่อนสายตาที่เมื่อยล้าไปในตัว


เสื้อตัวหนึ่งลอยผ่านหน้าเขาไปตกอยู่กับกันสาดห้องชั้นล่างถัดจากห้องเขาไปหนึ่งชั้น สำลีใช้ไม้แขวนเสื้อเขี่ยเสื้อตัวนั้นเข้ามา มันเป็นเสื้อผ้าเนื้อนิ่มลื่นเนียนมือ สีส้ม ๆ อมชมพู ดูจากสีแล้วต้องเป็นเสื้อหญิงสาวคนใดแถว ๆ นี้แน่นอน

ลายลูกไม้และการตัดเย็บบอกให้รู้ว่าไม่ใช่ของโหลที่วางขายทั่วไปตามท้องตลาดเสียด้วยสิ และที่สำคัญมันยังใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนพึ่งแกะป้ายออกเลยทีเดียว คงมีสาวห้องไหนซักให้หายเหม็นใหม่เอามาตากไว้บนดาดฟ้าเป็นแน่แท้ แล้วหนีบไม่แน่นหนาพอมันจึงปลิวลงมาที่นี่

“แต่ว่ามันเสื้อใครกันละเนี่ย”

สำลีหยิบเสื้อตัวนั้นเข้ามาในห้องพินิจพิจารณาดูสักครู่ก่อนหันไปพิมพ์งานต่อ ครู่หนึ่งผ่านไปก็มีเสียงคนเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของสำลี เขาละจากหน้าคอมไปเปิดประตู ไม่มี ไม่มี จะซ้ายหรือขวาก็ไม่เห็นมีใครสักคน รึว่าสำลีหูแว่วไปเอง เขาเดินออกนอกห้องตามหาต้นเสียง แต่ที่ทางเดิน ยามนี้ กลับเงียบสนิท ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่หูเขาแว่วได้ยินเสียงคนเดินมานี่นา...

“เอ อาจมีเจ้าของมาเดินตามหาแล้วก็ได้ แต่ทำไมไม่เห็นมีใครสักคนเลยวะ แปลกจัง”

สำลีเดินเข้ามาพิมพ์งานต่อโดยไม่สนใจอีกต่อไป จนกระทั่งพิมพ์เสร็จจึงลุกไปถอดเสื้อผ้าคว้าผ้าขนหนูเตรียมตัวอาบน้ำ เขาหยิบเสื้อสวยตัวนั้นขึ้นมาดูอีกครั้งซึ่งเขาก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาอย่างไรกับเสื้อตัวนี้ดี แต่ก็ช่างมันก่อนเหอะตอนนี้อาบน้ำก่อนดีกว่า ลำลีคิดได้ดังนั้นก็ฮำเพลง เดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำพร้อมกับโยนเสื้อไปไว้บนที่นอน แต่มันพลาดไปแมะติดอยู่ที่คอมพิวเตอร์ของเขา


ถ้าเวลานั้นเขาจะหันไปมองดูที่คอมฯ ของเขาอีกครั้งเขาต้องตาเหลือกค้างขนลุกโดยพร้อมเพียงทั่วร่างแน่!!! เว็บเพลงโปรดที่เขาเปิดฟังมันเลือนหายไป แต่มีภาพหนึ่งมาแทนที่ ภาพที่เรามักเห็นเป็นข่าวตามหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ..ภาพคนตาย!!!ที่หน้าและตามเนื้อตัว เต็มไปด้วยเลือด แต่ที่น่ากลัวที่สุด ก็คือภาพนั้น มันยื่นมือออกมา หยิบเสื้อตัวสวยนั้น ไปทาบกับลำตัวของมันนี่แหละ!!!!!!!!!!


แต่เมื่อสำลีออกจากห้องน้ำเดินไปหวีผมที่หน้ากระจก พร้อมกับเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนคว้ากุญแจแล้วเดินมาปิดคอมฯนั้น ทุกอย่างก็อยู่ในสภาพปรกติ ต่างกันแค่เสื้อตัวนั้นมันขึ้นไปอยู่บนไม้แขวนเรียบร้อยแล้ว โดยสำลีไม่เอะใจว่าใครกันทำแบบนี้ นั่นสิใครเป็นคนทำนะ

หลังจากนั่งรถเมล์สายอยู่บนท้องท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถราเป็นเวลาร่วมๆ ชั่วโมงกว่า สำลีก็มาพบกับเจ้าแห้วจนได้ แม้จะเลยเวลานัดไปร่วมยี่สิบนาที เขาฟังเจ้าแห้วเดินไปบ่นไปราวคนแก่ไม่นานก็ถึงจุดหมาย เมื่อซื้อข้าวลาดปลาดุกสามรสยกมานั่งกินกันเรียบร้อยแล้วเพื่อนซี้ของเขาก็เริ่มสาธยายทันที


“กลุ่มเพื่อนพวกนี้ เราพอจะขอแรงให้เขาช่วยได้ในเรื่องตบแต่งร้าน ส่วนกลุ่มนี้พอ จะหยิบยืมทุน และกลุ่มสุดท้าย สาวๆพวกนี้ พอจะมาช่วยขายของได้”

“เออ...ให้มันได้จริง ๆ เหอะวะแห้ว ไม่ใช่ทำร้านข้าเจ๊งตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดนะเว้ย”


ถูกแล้วสำลีกับแห้วคิดเปิดร้านขายสินค้ากึ่งกิ๊ฟช็อป ต่เป็นสินค้าที่หนุ่ม ๆ นิยมชมชอบเกี่ยวกับกีฬาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นเก่า ๆ ที่ต้องสั่งจองโดยเฉพาะ เสื้อกางเกงของนักกีฬาดัง ๆ ที่เคยใส่ลงสนามมาแล้วทั้งนั้น รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ได้รับคำแอบอ้างว่าเป็นของเก่าที่นักกีฬาคนดังเคยใช้มาก่อน


ซึ่งสินค้าเหล่านั้นเขาได้มาจากเพื่อนทุกมุมโลกจากเว็บหาเพื่อนแห่งหนึ่ง ส่งมาทิ้งไว้..เพื่อฝากขาย สินค้ามือสองของเขาทุกชิ้นจึงไม่อาจบอกเจ้าของที่แน่นอนได้ เพราะทุกคนจะส่งแค่รายชื่อให้เขาเข้าบัญชีให้ทั้งหมดซึ่งก่อนหน้านั้นเขากับแห้วแค่ขายแลกเปลี่ยนกันทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น


แต่เมื่อคลับของเขาที่เปิดขายในเว็บอีเบเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทุกคนจึงเสนอให้เขาเปิดเป็นร้านขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ บนชั้นสามของคอนโด ฯ ใกล้ที่ทำงานก็ตามทีแต่เพื่อน ๆ ที่คลับเขาก็พร้อมและยินดีจะให้ความร่วมมือร่วมใจกันทำมันขึ้นมาเพราะ อยากจะได้ไว้สำหรับสังสรรค์กันในวันหยุด


สำลีนั่งหารือกับแห้วจนห้าโมงเย็น เขาทั้งสองจึงเก็บเอกสารเกี่ยวกับงานที่ร้านในคอนโด ฯ ลงลิ้นชัก ก่อนล็อกห้องแต่แล้วเจ้าแห้วบอกให้เขาลงลิฟท์ไปก่อนจะขอไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำสักครู่ค่อยตามมารอรถเมล์ด้วยกัน


เมื่อแห้วตามมาที่ป้ายรถเมล์ ก็แอบสะกิดถามว่า “สาวที่ไหนว่ะ เมื่อกี้เห็นเดินข้างแก ข้าเห็นเธอพยักหน้า เหมือนคนอยากคุยธุระส่วนตัวกับเอ็งข้าเลยไปแวะปลดทุกข์สะหน่อยว่ะ”

“มีที่ไหน? อย่ามาอำกันหน่อยเลยว่ะไอ้แห้ว”

“มีสิว่ะ ใส่เสื้อสีส้มๆ เรียกว่าสวยเข้าระดับด้วยน่ะโว๊ย นั่นแน่คิดกันท่าเพื่อนละสิ”

สำลีเริ่มงงกับคำพูดองแห้ว ผู้หญิงที่ไหนกันก็เขาอยู่คนเดียวแท้ ๆ สำลีส่ายหน้าคิดพูดต่อก็เหลือบเห็นรถเมล์สายที่เขาจะโดยสารกลับกำลังแล่นเข้าจอดป้ายพอดี จึงโบกมือลาเดินขึ้นรถเมื่อกลับมาถึงหน้าปากซอยเขาแวะซื้อลาดหน้ารสเด็ดติดมือมากินที่บ้าน

จังหวะที่เขาเดินไปรินน้ำดื่มหลังจากจัดการกับลาดหน้าจานเด็ดเรียบร้อยแล้ว สายตาก็เหลือบเห็นเงาคนแว็บผ่านมาไหว ๆ จึงหันไปเหลือบมอง..อ้อเจ้าเสื้อสีส้มตัวนั้นนั่นเอง

จากนั้นเขาเดินไปเปิดคอมฯ ทักทายเพื่อนฝูงที่คลับของเขา ราวๆสองชั่วโมงเขาเกิดอาการง่วงสุดขีด จึงเดินไปเอนกายนอนที่เตียงคิดว่าหลับสักครู่ค่อยตื่นมาปิดคอมฯแล้วอาบน้ำ ไม่นานเสียงกรนเบา ๆของสำลี ก็ดังขึ้นพร้อมกันนั้นสาวหนึ่งเดินออกมาจากคอมฯ ของเขาราวกับคนเดินออกมาจากประตูก็ไม่ปาน


เธอเป็นหญิงสาวในวัยยี่สิบต้น ๆ แต่ที่น่าแปลกก็ตรงที่เธอสวมเสื้อสีส้มที่อยู่บนไม้แขวนตัวนั้นด้วยสิ...ใช่แล้วตอนนี้บนไม้แขวนตัวนั้นมันว่างเปล่าปราศจากเสื้อตัวงามนั้นเสียแล้ว!!!!!!!!!.


โดย : ขุนพลน้อย : khate25@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 19 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 1 : 37 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com